วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ใน Hong Kong Disneyland และเป็นวันสุดท้ายใน Hong Kong ด้วย ซึ่งทริปในวันนี้พี่ชัยจะมารับเราไปนั่งกระเช้า ไหว้พระ และเดินเล่นที่ Kowloon

แต่ก่อนจะออกจากโรงแรม เราได้มีโอกาสไปลองทานอาหารเช้าของโรงแรมครั้งแรก ซึ่งจะอยู่ชั้น 1 ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำ

ในห้องอาหารของโรงแรม จะเป็นบุฟเฟ่ ที่มีอาหารและขนมให้ทานได้ทั้งแบบตะวันตกและตะวันออก รวมไปถึงเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งผมคิดว่าอาหารมีให้เลือกเยอะพอสมควร และอยู่ในเกรดที่ดีเลยทีเดียว

  

ระหว่างที่เรากำลังทานอาหาร ก็มีมิกกี้เม้าส์ มินนี่เม้าส์ กรู๊ฟฟี่ โดนัลดั๊กค์ พลูโต มาเดินถ่ายรูปร่วมด้วยตามโต๊ะอาหาร (อย่างกับงานแต่งงาน ฮ่าๆ) แต่เสียดาย อดถ่ายกับโดนัลดั๊กค์, พลูโต จึงได้แค่ภาพ มิกกี้เม้าส์ มินนี่เม้าส์ กรู๊ฟฟี่มาเป็นที่ระลึก

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ รีบเดินทางไปต่อกันที่กระเช้า Ngong Ping 360 ทันที

ซึ่งกระเช้า Ngong Ping 360 จะอยู่ในเขต Tung Chung บนเกาะ Lan Tua ซึ่งคนไทยมักจะเรียกว่า เกาะลันเตา เป็นเกาะเดียวกับที่ตั้งของ Hong Kong Disneyland และอยู่ใกล้กับสนามบิน เช็ก ลัป ก๊อก (Chek Lap Kok)

กระเช้าที่ให้ขึ้น จะมีให้เลือกสองแบบ คือ แบบปกติ ที่เห็นทั่วๆไป กับ แบบ Crystal ที่มีพื้นเป็นกระจกใส เพิ่มความหวือหวาให้กับชีวิต เพราะสามารถมองทะลุลงไปเห็นเบื้องล่างได้เหมือนกับกำลังลองอยู่บนอากาศ อย่างไงอย่างนั้น (บรรยายเว่อร์ไปไหมเนี่ย ฮ่าๆ)

เราใช้เวลานั่ง Ngong Ping 360 ประมาณ 30 นาที โดยข้ามเขาหลายลูกพอสมควร ในระดับความสูงที่ผมก็ประมาณไม่ค่อยจะถูก แต่เดาว่าเกินกว่าตึก 50 ชั้น โดยปลายทางของเราอยู่ที่พระใหญ่ป่อหลิน (Tian Tan Buddha, Po Lin Monastery)

ระหว่างที่นั่ง มี ผม พี่ชัย ต่าย คุณแม่น้องพลอยและน้องพลอย เฮาฮาปาจิงโกะมากจะมีหวือหวาและหวาดเสียวบ้างในบางขณะ โดยเฉพาะช่วงที่กระเช้าไปพาดกับรอยต่อของเสา ซึ่งมันจะเร็วและส่ายๆ เล็กน้อย

นั่งข้ามเขามาได้สักระยะ ก็จะเริ่มเห็นวิวของพระใหญ่ป่อหลิน (Tian Tan Buddha, Po Lin Monastery) ซึ่งดูสงบ และสวยมากๆ อยู่บนเนินเขา

หลังจากถึงจุดหมายปลายทางของสถานีกระเช้า (ก่อนจะลง ข้างๆ อาคาร จะมีป้ายบอกให้เรามองลิง เพราะตรงลิงจะมีกล้องถ่ายรูปเพื่อบันทึกภาพไว้ขายเป็นที่ระลึก) เราก็มุ่งหน้าเดินไปที่พระใหญ่ ซึ่งระหว่างทางจะเป็นร้านค้า ที่ถูกสร้างขึ้นแบบทรงจีน สวยดีครับ (มี Star Buck ด้วยนะ) และมีอีกหลายๆ สิ่งก่อสร้าง ที่กำลังถูกสร้างขึ้นเป็นเมืองขนาดย่อมๆ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบแห่งใหม่ในอนาคต

เราเดินไปจนถึงบริเวรณวัดป่อหลิน (Po Lin Monastery) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระใหญ่ จะมีบันไดให้เราเดินขึ้นไปอีก 268 ขั้น เพื่อถึงองค์พระ ซึ่งพี่ชัยได้เล่าให้ฟังว่า ปกติทัวร์ที่มาลง มักจะแวะที่พระใหญ่เป็นแห่งสุดท้าย ดังนั้น เมื่อลูกทัวร์เริ่มล้า ก็จะไม่ค่อยเดินขึ้นไป แต่อาศัยยืนไหว้จากด้านล่างแทน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

พวกเรายังไม่สูงอายุครับ เลยเดินขึ้นบันไดไปที่องค์พระ แต่เดินไปได้ครึ่งทางก็เริ่มรู้สึกหอบกันถ้วนหน้า ฮ่าๆ

ในองค์พระจะประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงได้อัญเชิญมาไว้ที่นี่ และเชื่อกันว่าเป็นพระเขี้ยวแก้วของจริง ของพระพุทธเจ้า

ซึ่งก่อนจะเข้าไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ จะต้องเสียค่าเข้าประมาณ 20$hk ครับ และตอนขาออก สามารถนำตั๋วนั้นไปแลกเป็นน้ำและขนมได้ 1 ชุด (ซึ่งผมขอแลกเป็นโค้ก 1 กระป๋องและน้ำเปล่า 1 ขวด)

หลังจากที่เข้าไปไหว้พระบรมสารีริกธาตุ และเดินชมรอบๆ องค์พระอยู่พักหนึ่ง (ซึ่งอากาศบนนั้นเย็นสบายกำลังดีเลยทีเดียว) พวกเราจึงเดินลงมา เพื่อเตรียมตัวไปทานข้าวเที่ยงใน Kawloon

ก่อนขึ้นกระเช้ากลับ ผมได้แวะห้องน้ำที่นั่นด้วย เป็นห้องน้ำที่สร้างแพงมากๆ หลักสิบล้าน (จำไม่ได้ว่าหน่วยบาท หรือ $hk) ถ้าใครได้ไป ก็ลองแวะสักครั้งนะครับ ฮ่าๆ

ตอนนั่งกระเช้าขากลับ และใกล้ๆกับสถานีกระเช้า พี่ชัยแนะนำให้เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้ โดยบอกให้พวกเราไปยืนเรียงที่หน้ากระเช้า และแอ็คท่าให้ลิงถ่ายรูปสักครั้ง ซึ่งพวกเราก็ทำครับ! สนุกดี

เดินลงจากกระเช้าเสร็จ จะต้องผ่านห้องที่ขายของที่ระลึก โดยผมกับต่ายเลือกที่จะซื้อ package แบบส่งรูปภาพไปให้ทาง e-mail พร้อมกับทำ Magnet และพวงกุญแจอย่างละชิ้นไว้เป็นที่ระลึก ถ้าผมจำราคาไม่ผิด น่าจะประมาณ 160$hk ครับ

และรูปที่ได้ก็ออกมาเป็นเช่นนี้.. (ห้ามขำ!)

เราออกจาก Ngong Ping 360 ประมาณ 11.00 เพื่อนั่ง shuttle bus ไปกินข้าวเที่ยงที่ Tsin Sha Tsui  ซึ่งอาหารที่ได้ทานก็เป็นอาหารจีนครับ มันๆ ผักๆ เลี่ยนหน่อยๆ และเค็มหลายจาน  ซึ่งพี่ชัยบอกว่าคนฮ่องกงชอบกินเค็มครับ

ณ เวลานั้น เป็นวันจันทร์ ผู้คนก็หลั่งไหลออกมาทำงาน และทานข้าวกันเยอะพอสมควร จึงได้มีโอกาสเสพบรรยากาศฮ่องกงในเวลาทำงาน และเดินเล่นไปเรื่อยๆ หาซื้อของประมาณ 1 ชั่วโมง

ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด พี่ชัยจึงแนะนำว่าให้เรา check-in เครื่องบินที่สถานีรถไฟ Kaoloon เพราะเวลาไปถึงจะได้ไม่ต้องไปเดินหาและ check-in ที่สนามบิน มันจะวุ่นวายและเสียเวลา

โดยการ check-in ที่สถานีรถไฟ ผมชอบมากๆ โดยเราโหลดกระเป๋าและ check-in เครื่องบิน จากนั้นกระเป๋าของเราจะเดินทางไปโหลดขึ้นเครื่องในเที่ยวของเราให้เลย ส่วนเราก็เดินตัวปลิวเที่ยวไปเรื่อยๆ พอใกล้เวลาค่อยตามไปสนามบินอีกที

แต่ครั้งนี้ ทั้งตัวทั้งเป้ต้องตามไปพร้อมกันเลย เวลามันเหลือน้อยเต็มทน ก่อนขึ้นเครื่อง

เส้นทางรถไฟใต้ดินที่ไปสู่สนามบิน (Airport Express) จะเป็นรถไฟที่มีความเร็วสูงกว่ารถไฟทั่วไปในฮ่องกง โดยจะแวะเพียงแค่ 3 สถานี คือ Hong Kong (บนเกาะฮ่องกง) จากนั้นจะข้ามทะเลมาจอดรับที่ Kaoloo, Tsing Yi และไปสุดสายที่ Chek Lap Kok Airport

ซึ่งได้ข่าวว่า Airport Link ในกรุงเทพฯ ของเรา ก็จะเป็นเช่นนี้เหมือนกันรถความเร็วสูง ต้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ ตรงดิ่งเข้า BTS พญาไท โดยแวะสถานีมักกะสัน และอื่นๆอีก 1-2 สถานี

Airport Express ถ้าผมจำไม่ผิด จะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีครับ จาก Kaoloon เข้าไปถึง Chek Lap Kok Airport โดยพวกเรามีหน้าที่แค่ผ่านตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นเดินไปรอขึ้นเครื่องอย่างเดียวเท่านั้นเอง สะดวกมากๆ

อ้อ อย่าลืมแลกบัตร Octopus กลับเป็นเงินก่อนนะครับ จะทำให้เราได้ค่ามัดจำบัตรคืนมาอีก 50$hk (200บาท) แต่ถ้าใครอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ไม่ต้องแลก หรือถ้าคิดว่าจะกลับมาเที่ยวอีกก็สามารถนำกลับไปใช้ได้ครับ แต่ต้องตรวจสอบเวลานิดหนึ่งนะครับว่าหมดอายุเมื่อใด

ก่อนขึ้นเครื่อง เรามีเวลาเดินเล่นใน Duty Free ประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าต่ายไปเดินช้อป ส่วนผมนั่งเล่นเน็ตรอ (ในสนามบินมี wifi ฟรีครับ และผมลืมบอกไปว่าในฮ่องกงแทบทุกหนแห่งมักจะมี wifi ฟรีให้เล่นด้วย ซึ่งจัดให้โดยรัฐบาลฮ่องกงนั่นเอง) แล้วจึงออกเดินทางตอน 16.30 ครับ ถึงไทยอีกทีตอน 18.30 อย่างสวัสดิภาพ

เป็นไงบ้างครับ เท่าที่อ่านดูแล้ว ผมว่าฮ่องกงเป็นอะไรที่น่าไปเที่ยวมากๆ และจะสนุกยิ่งขึ้นถ้าเราไปช้อปปิ้ง เพราะคงจะได้จ่ายเงินกันเพลินเลยทีเดียว

และอย่างที่เห็นครับ ว่าการเดินทางไปไหนมาไหนในฮ่องกงไม่ได้ยากเย็นเลย ยิ่งถ้าเราเลือกที่พักในโซน Tsim Sha Tsui หรือย่านที่ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน เราสามารถไปไหนก็ได้ทุกที่ และที่สำคัญควรพกบัตร Octopus เพื่อความสะดวก

และถ้าไปฮ่องกง โดยไม่ได้ไป Hong Kong Disneyland กับไหว้พระใหญ่ป่อหลิง ว่ากันว่าคุณยังไปไม่ถึงฮ่องกงนะครับ อิอิ

สุดท้าย ความสนุกทั้งหมดนี้ ผม,ต่าย,คุณแม่น้องพลอยและน้องพลอย ต้องขอขอบคุณ KTC World สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด และขอขอบคุณ ตระกูลเฉิน ที่จัดทริปและเตรียมไกด์ (พี่ชัย) ให้ ณ ที่นี้ด้วยคร้าบบบ.. 😀


ซีรี่ – เที่ยว Hong Kong Disneyland 3 วัน 2 คืน ด้วยงบ 0 บาท!!

วันที่ 1 – ยินดีต้อนรับสู่ฮ่องกง
วันที่ 2 – ลุย Hong Kong Disneyland
วันที่ 3 – ชมพระใหญ่ วัดป่อหลิง


Source: http://ifew.exteen.com

Summary
Article Name
เที่ยว Hong Kong Disneyland 3 วัน 2 คืน ด้วยงบ 0 บาท!! - ชมพระใหญ่ วัดป่อหลิง
Description
วันสุดท้ายของการเดินทาง เที่ยววัดป่อหลิง ชมพระใหญ่ที่เกาะลันเตา และช้อปกระจาย
Author

Published by iFew

ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ชื่นชอบหลายเรื่องที่ไม่น่าจะไปกันได้ ทำงานไอที แต่ชอบท่องโลกกว้าง รักประวัติศาสตร์ แต่ก็สนใจเทคโนโลยี ชอบสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง และไปป้ายยาคนอื่นต่อ

Exit mobile version