รัชกาลที่ 7

10670196_10154787688475644_8333029678685829_n

เมื่อเช้าได้ดูรายการสารคดีไทย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ พระราชประวัติของ ในหลวง รัชกาลที่ 7

ผมมีความรู้ทางประวัติศาสตร์ช่วงนี้น้อยมาก แต่ที่น่าสนใจคือ เรื่องราวของ รัชกาลที่ 7

ถ้าคุยกันในแบบภาษาชาวบ้าน ก็เรียกได้ว่า รัชกาลที่ 7 ท่านทรงขึ้นครองราชในช่วงวิกฤติพอดี ไม่ว่าจะเป็นเงินในท้องพระคลังเหลือน้อย จนประเทศเกือบล้มละลาย, เศรษฐกิจโลกย่ำแย่, สงครามโลก, กบฏล้มล้างราชบัลลังก์

จนสุดท้าย ท่านสละราชสมบัติคืนอำนาจให้แก่ประชาชน ถูกยึดทรัพย์ ถวายกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเสด็จไปประภาสที่ประเทศอังกฤษเป็นการถาวร ทรงประทับอยู่ในบ้านชานเมืองของกรุงลอนดอน และไม่ได้กลับแผ่นดินเกิดตนเองอีกเลย

ในวันที่ท่านทรงสวรรคต ท่านทรงสวรรคตเพียงพระองค์เดียวภายในบ้านพัก ไม่มีผู้ใดใด้อยู่ดูใจพระองค์ท่าน เนื่องจากท่านรับสั่งให้สมเด็จพระนางเจ้ารำไพฯ ไปดูบ้านที่เคยประทับว่ายังอยู่ดีหรือไม่ (บ้านหลังเก่าที่ถูกทางการอังกฤษยึดไป ท่านย้ายที่ประทับมาสองสามแห่งเพราะภัยสงคราม)

หลังการเสด็จสวรรคต 3 วัน มีการถวายพระเพลิงที่สุสานเล็กๆ
ไม่มีพระมาสวดแม้แต่รูปเดียว ท่านเคยรับสั่งไว้ก่อนเสด็จสวรรคตว่า
ไม่ต้องมีพระบรมโกศ ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องเป่าปี่ ไม่ต้องประโคม ให้ใส่หีบแล้วก็เผา…

และท่านได้สั่งไว้ด้วยว่าไม่ให้นำกระดูกกลับประเทศไทย
ท่านขอเพียงอย่างเดียว ขอเพลงบรรเลงไวโอลินเพราะๆ หวานๆ สักเพลง ในงานพระศพท่านก็เพียงพอ

นี่แหละครับ ผมคิดว่าคนไทยหลายคนก็คงไม่รู้เหมือนผมมาก่อน หากใครลองค้นหาข้อมูลดู จะพบว่าท่านเป็นกษัตริย์ที่น่าสงสารมากๆ

ไปรษณีย์ไทย.. เอ้า รับนะ!

2557-10-21 17_04_58-(4) Chitpong Few Wuttanan

โล่รางวัล ของ เต๋อ นวพล ถ้าเช็คแล้วเป็นความผิดของไปรษณีย์ไทย อยากรู้ว่าจะรับผิดชอบยังไงหว่า จ่ายเงินชดเชย 2,000 บาท?

คือนึกถึงคลิปที่มีพี่คนนึงแกมาด่าโวยวาย รูปพระครูบาของแกส่งมายับยู่ยี่ แกบอกว่าของราคาไม่กี่ร้อย แต่มันมีค่าทางใจกับแกมาก แกขออย่างเดียว ขอให้มันปรับปรุงระบบการขนส่งให้ดี

สิ่งเหล่านี้ ผมว่าไปรษณีย์ไทยน่าจะมองเห็นนะว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเงินที่จ่ายไปก็จบ หรือโทษคนส่งว่าแพ็คของไม่ดี หรือโทษว่าแรงงานไม่พอทำงานหนัก ซึ่งมันดูไม่ใช่คำตอบที่ดีกับไปรษณีย์ไทยเองเลย

ในวงการ E-Commerce เอง ปัญหาหลักๆ ก็มีเรื่องระบบชำระเงิน (Payment) และขนส่ง (Shipping) นี่แหละ ที่คอยฉุดรั้งไม่ให้ E-Commerce ไทยไปได้เต็มตัวสักที จะดีหน่อยก็คือระบบชำระเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคาร และองค์กรต่างๆก็พยายามทำกันอยู่ แล้วก็ไปได้ดีด้วย แต่อีระบบขนส่งนี่แหละ ช้า เละ มั่ว เหมือนเดิม

10 ปี เป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น (จะดีขึ้นหน่อยก็คือ Tracking ได้ว่าของอยู่ไหน)

จริงๆ ไม่อยากใช้คำพูดวิชาการแบบนักการเมืองเท่าไร แต่ก็นึกคำได้แค่นี้ว่า ไปรษณีย์ไทยควร “บูรณาการ” วิธีการขนส่งตนเองเสียใหม่นะ หน้าบ้านบริการดี แต่หลังบ้านยังคุมไม่ได้ รีบทำก่อนที่พนักงานในบริษัทจะอายุสั้นลงเพราะมีแต่คนสาปแช่งทุกวันๆ

ยืนชิดขวา

เมื่อเช้าเจอคนโต้เถียงกันที่บันไดเลื่อนรถไฟฟ้า
ทุกคนยืนชิดซ้ายหมด แต่มีเจ๊คนนึงยืนชิดขวา

คนเร่งรีบอย่างผมและหลายๆคนก็กำลังวิ่งเลนขวา

“พี่คะ ยืนขวางทางค่ะ” คนซ้ายบอก

“ชั้นยืนถูกแล้วนี่ ป้ายบอกให้ยืนชิดขวา” คนขวาบอก

“แต่พี่คะ ตอนนี้เขาชิดซ้ายกันหมดนะคะ” คนซ้ายบอก

“ก็พวกน้องนั่นแหละที่ยืนผิด ไม่เคยเห็นเขารณรงค์กันหรือไง” คนขวาบอก

เช้าวันนี้ อิพวกรับกรรมอย่างกรู เลยได้บรรลุธรรมเดินทางสายกลางแหวกเจ๊ทั้งคู่ไป..

เฮ่อ…ชีวิต

พักหลังๆ นอนบ่อยมาก ช่วงกลางคืนก็นอน 5 ชม. ถึงเช้า รู้สึกร่างกายกำลังจะแย่ มันผิดปกติแฮะ หมดแรงง่ายๆ และกลับมาถ่ายเป็นเลือดอีกแล้ว โฮ่…. จะเป็นไปอีกนานสักแค่ไหน และก็ยังคงร้องไห้ก็ยังตามเคย

คิดถึงจัง…วันนี้ไปหามาม๊าของที่รักมา เขาไปดูดวงให้เรา ว่าเราเครียดมากๆ ร่างกายเสื่อมโทรมมากตอนนี้ (โอ้ว แม่นเว้ย) เค้าบอกว่าจะมีเพื่อนนำคดีอาญามาเกีย่วข้อง (มันก็มีแต่ยังไม่ได้ทำ) เค้าว่าดวงเราแย่มาก แทบตายเลย ต้องสะเดาะเคราะห์

ป้าไพ่คนงานของมาม๊า ที่ไปดูดวงให้เรา พอเค้ายื่นดวงให้หมอปุ๊บ เค้าบอกว่า ดวงของเพื่อนสนิท เพื่อนที่รู้ใจของน้องปุ้ยใช่ไหม (โอ้ว รู้ได้จังได๋ แค่เห้นวันเกิดกับชื่อเรา) แล้วเค้าก็ดูดวงที่รักต่อจากเรา เค้าบอกว่า ที่รักเรามีดวงเศรษฐีและดวงรวย (เออ บ้านเค้ารวยจริงๆ) แต่อยู่เรื่อยๆ ไม่ค่อยอะไรมากนัก แล้วเค้าบอกว่า เรามีดวงปัญญา,รวยกับ พ. ซึ่งมันคืออะไรไม่รู้ เค้าบอกว่าเราคอยสอนที่รักทุกอย่าง สอนการรใช้ชีวิต สอนเรียนรู้ เป็นที่พึ่งและอยู่ด้วยได้เสมอ แต่เวลาสอนอะไรที่รักแล้ว ต้องระวัง เค้าจะหงุดหงิดใส่บ่อยๆ ว่าทำไม่ได้ (ทำไมทายเหมือนตาเห็น อิอิ)

เฮ่อ พรุ่งนี้ต้องสอบและไปสะเดาะเคราะห์ ตอนบ่าย หวังว่าจะดีขึ้น (แต่มาม๊าบอกไว้แล้วว่า ถ้าอะไรมันจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด เราทำได้สุดกำลังแล้ว)

เรื่องพวกนี้เราเชื่อ 50/50 แต่หมอดูทักตรงพอสมควรก็ชักจะ 65/35 กึ่งๆ เดี๋ยวต้องลองคุยด้วยตัวเอง ว่าจะแม่นสักแค่ไหน

รักตัวเองจัง อยากอยู่ดูแลตัวเองนานๆ ยังไม่ได้ทำอะไรให้อีกหลายๆ อย่างเลย สิ่งที่เขียนเพื่อให้ตัวเองไว้ตอนที่ไม่มีเราอยู่ ไม่รู้จะสนใจมากแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าอาจจะดูแลไม่ได้ตลอดไป แต่ก็มันต้องมีสักวันนึง ชีวิตมนุษย์ย่อมร่วงโรย


ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ใน ธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสุตตัง

ชาติปิ ทุกขา ความเกิดก็เป็นทุกข์ ชะราปิ ทุกขา มะระณัมปิ ทุกขัง โสกะปริเทวะทุกขะโทมะนัสสุกปายาสาปิ ทุกขา อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา ฯ

เมื่อความแก่เข้ามาถึง ก็เป็นทุกข์ เมื่อความตายเข้ามาถึง ก็เป็นทุกข์ เมื่อความเศร้าโศก ความร่ำไรรำพัน ความเสียใจ และความคับแค้นใจเกิดขึ้นมา ก็เป็นทุกข์ เมื่อประสบพบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ ก็เป็นทุกข์ เมื่อพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่ชอบใจก็เป็นทุกข์ และแม้คิดปรารถนาอยากได้สิ่งใด แต่ไม่ได้สิ่งนั้นสมปรารถนา ก็เป็นทุกข์ กล่าวโดยย่อแล้วก็คือ การหลงคิดว่าร่างกายเป็นของเราของเขานั่นแล เป็นตัวทำให้ใจเกิดทุกข์อย่างแท้จริง ฯ

อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ยายัง ตัณหา โปโนพภะวิกา นันทิราคะสะหะคะตา ตัตระ ตัตราภินันทินี เสยยะถีทัง กามะตัณหา ภะวะตัณหา วิภะวะตัณหา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ตัณหาคือความอยากไม่มีสิ้นสุดที่มีอยู่ในใจนี้แลเป็นต้นเหตุทำให้ใจเกิดทุกข์อย่างแท้จริง คือ มีความอยากเวียนว่ายตายเกิดอยู่ร่ำไป และมีความกำหนัดยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสที่น่าปรารถนา ก็เป็นเหตุให้ใจเกิดทุกข์ สิ่งใดที่ยังไม่มี ก็คิดอยากจะให้มีขึ้นมา อย่างนี้ก็ทำให้ใจเกิดทุกข์ และเมื่อมีทุกอย่างสมปรารถนาแล้ว ก็อยากจะให้ทุกอย่างคงทนอยู่ตลอดไป เมื่อมันจะต้องสลายหายไป ก็ร้อนใจไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น อย่างนี้ก็ยิ่งทำให้ใจเกิดทุกข์หนักขึ้นอีก ฯ