<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความอดทน &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<atom:link href="https://myifew.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://myifew.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 13 Jan 2022 08:44:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://myifew.com/wp-content/uploads/2018/07/cropped-logo6-ts-32x32.png</url>
	<title>ความอดทน &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<link>https://myifew.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความอดทน คือ อะไร</title>
		<link>https://myifew.com/1195/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://myifew.com/1195/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[iFew]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2005 18:37:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Philosophy]]></category>
		<category><![CDATA[ความอดทน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://myifew.com/?p=1195</guid>

					<description><![CDATA[งานทุกชิ้นในโลกไม่ว่าจะเป็นงาน เล็กงานใหญ่ ที่สำเร็จขึ้นมาได้นอกจากจะอาศัย ปัญญาเป็นตัวนำแล้ว ล้วนต้องอาศัยคุณธรรมอัน หนึ่งเป็นพื้นฐาน จึงจะสำเร็จได้ คุณธรรมอันนั้น คือ ขันติ ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ความอดทน มาจากคำว่า ขันติ หมายถึง การรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือ ไม่พึงปรารถนาก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่น เหมือนแผ่นดินซึ่งไม่หวั่นไหว ไม่ว่าจะมีคนเทอะไรลงไป ของเสีย ของหอม ของสกปรก หรือของดีงามก็ตาม</p>
<p>งานทุกชิ้นในโลกไม่ว่าจะเป็นงานเล็ก งานใหญ่ ที่สำเร็จขึ้นมาได้นอกจากจะอาศัยปัญญาเป็นตัวนำแล้ว ล้วนต้องอาศัยคุณธรรมอัน หนึ่งเป็นพื้นฐาน จึงจะสำเร็จได้ คุณธรรมอันนั้น คือ ขันติ</p>
<p>ถ้าขาดขันติเสียแล้ว จะไม่มีงานชิ้นใดสำเร็จได้เลย เพราะขันติเป็นคุณธรรมสำหรับทั้งต่อต้านความท้อถอย หดหู่ ขับเคลื่อนเร่งเร้าให้ เกิดความขยัน และทำให้เห็นอุปสรรคต่าง ๆ เป็นเครื่องท้าทายความสามารถ ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของงานทุกชิ้น ทั้งทางโลก และทางธรรม คือ อนุสาวรีย์ของขันติทั้งสิ้น</p>
<p>โดยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า</p>
<p>&#8220;ยกเว้นปัญญาแล้ว เราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณ ธรรมอย่างยิ่ง&#8221;</p>
<p>&#8230;.</p>
<h2>ลักษณะของความอดทนที่ถูกต้อง</h2>
<ol>
<li><strong>มีความอดกลั้น</strong> คือ เมื่อถูกคนพาลด่า ก็ทำราวกับว่าไม่ได้ยิน ทำหูเหมือนหูกระทะ เมื่อเห็นอาการยั่วยุ ก็ทำราวกับว่าไม่ได้เห็น ทำตาเหมือนตาไม้ไผ่ ไม่สนใจใยดี ไม่ปล่อยใจให้เศร้าหมองไปด้วย ใส่ใจ สนใจ แต่ในเรื่องที่จะทำความเจริญให้แก่ตนเอง เช่น เจริญศีล สมาธิ ปัญญา ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป</li>
<li><strong>เป็นผู้ไม่ดุร้าย</strong> คือ สามารถข่มความโกรธไว้ได้ ไม่โกรธ ไม่ทำร้าย ทำอันตรายด้วยอำนาจแห่งความโกธนั้น ผู้ที่โกรธง่ายแสดงว่ายังขาดความอดทน มีคำตรัสของท้าวสักกะ เป็นข้อเตือนใจอยู่ว่า &#8220;ผู้ใดโกรธตอบผู้ที่โกรธก่อนแล้ว ผู้นั้นกลับเป็นคนเลวกว่า ผู้ที่โกรธก่อน ผู้ที่ไม่โกรธต่อบุคคลผู้กำลังโกรธอยู่ ย่อมชื่อว่า เป็นผู้ชนะสงครามอันชนะได้ยากยิ่ง&#8221;</li>
<li><strong>ไม่ปลูกน้ำตาให้แก่ใคร ๆ</strong> คือ ไม่ก่อทุกข์ให้แก่ผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเจ็บแค้นใจจนน้ำตาไหลด้วยอำนาจความเกรี้ยวกราดของเรา</li>
<li><strong>มีใจเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์</strong> คือ มีปีติอิ่มเอิบใจเสมอๆ ไม่พยาบาท ไม่โทษฟ้า ไม่โทษฝน ไม่โทษเทวดา ไม่โทษโชคชะตา หรือไม่โทษใครๆ ทั้งนั้น พยายามอดทนทำการงานทุกอย่างด้วยใจเบิกบาน</li>
</ol>
<p>สรุปแบบภาษาที่เข้าใจง่ายๆ คือ ถ้าหากรู้สึกโกรธแล้ว จงมองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป เก็บอารมณ์ไว้ และไม่ทำให้ตัวเราและคนรอบข้างต้องเจ็บช้ำน้ำใจ, ส่วนการป้องกันความโกรธนั้น คือ ไม่ให้โทษใครๆ คิดดี และทำใจให้สดใสอยู่เสมอ</p>
<p>&#8230;.</p>
<h2>ทิ้งท้าย</h2>
<p>เวลา&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.หนึ่ง<br />
สายน้ำ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;หนึ่ง<br />
คำพูด&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;หนึ่ง<br />
โอกาส &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;หนึ่ง<br />
ลูกปืน&#8230;&#8230;&#8230;.. หนึ่ง</p>
<p>สิ่งเหล่านี้ ถ้าหากหลุดไปแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนได้<br />
คนพูด พูดไปแล้วอาจจะลืม<br />
แต่คนฟัง ฟังแล้วตกถึงหู กระทบถึงใจ&#8230;</p>
<p>บางคนอาจจะลืม<br />
แต่ก็มีบางคนไม่สามารถลบเลือนไปจากใจได้เลย&#8230; ตลอดชีวิต</p>
<p>&#8230;.</p>
<p>คัดลอกมาจากบล็อกเก่าของผม: http://ifew.exteen.com/20050920/entry</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://myifew.com/1195/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
