<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โปรแกรมเมอร์ &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<atom:link href="https://myifew.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://myifew.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2017 16:27:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://myifew.com/wp-content/uploads/2018/07/cropped-logo6-ts-32x32.png</url>
	<title>โปรแกรมเมอร์ &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<link>https://myifew.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความแตกต่างระหว่างโปรแกรมเมอร์กับนักการตลาด</title>
		<link>https://myifew.com/613/programmer-vs-marketing/</link>
					<comments>https://myifew.com/613/programmer-vs-marketing/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[iFew]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Apr 2013 16:56:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมเมอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://myifew.com/?p=613</guid>

					<description><![CDATA[ถ้าเริ่มนับตั้งแต่รับจ้างเขียนเว็บไซต์แรกในชีวิต ก็พอจะเรียกตัวเองว่าเป็นโปรแกรมเมอร์มาได้สักสิบกว่าปี และเพิ่งจะลดความเข้มข้นลงหลังจากตัดสินใจเลือกเติบโตด้านการงานบนนถนนสาย Management แทน Technical ซึ่งงานที่ว่านี้ก็อยู่ร่วมกับทีม Marketing (และผมเองก็ต้องผันตัวไปประสานงานโปรแกรมเมอร์ของ Outsource ในบางส่วนด้วย) จึงทำให้ได้เห็นมุมมองแปลกๆที่ โปรแกรมเมอร์ในกะลาแบบผมเกิดข้อเปรียบเทียบ 1. โปรแกรมเมอร์มีความหยิ่งในตัวเองและเอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่รู้ตัว เป็นข้อแรกที่เป็นจุดเริ่มเรื่องทุกอย่างพอสมควร ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใรนิยามไอ้มนุษย์เหล่านี้ว่ามันเก่ง มันสมควรได้รับการเชิดชู  เลยทำให้มันยิ่งหยิ่งทนงมาก ว่าฉันเก่ง(มึงมันแค่รู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้เรียนรู้) ฉันทำได้ทุกอย่าง(มึงก็ยังใช้ฟังชั่นที่เขาให้มาเขียนอยู่ แน่จริงเขียนเองเพียวๆสิ)&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าเริ่มนับตั้งแต่รับจ้างเขียนเว็บไซต์แรกในชีวิต ก็พอจะเรียกตัวเองว่าเป็นโปรแกรมเมอร์มาได้สักสิบกว่าปี และเพิ่งจะลดความเข้มข้นลงหลังจากตัดสินใจเลือกเติบโตด้านการงานบนนถนนสาย Management แทน Technical ซึ่งงานที่ว่านี้ก็อยู่ร่วมกับทีม Marketing (และผมเองก็ต้องผันตัวไปประสานงานโปรแกรมเมอร์ของ Outsource ในบางส่วนด้วย) จึงทำให้ได้เห็นมุมมองแปลกๆที่ โปรแกรมเมอร์ในกะลาแบบผมเกิดข้อเปรียบเทียบ<span id="more-613"></span></p>
<p><strong>1. โปรแกรมเมอร์มีความหยิ่งในตัวเองและเอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่รู้ตัว</strong></p>
<p>เป็นข้อแรกที่เป็นจุดเริ่มเรื่องทุกอย่างพอสมควร ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใรนิยามไอ้มนุษย์เหล่านี้ว่ามันเก่ง มันสมควรได้รับการเชิดชู  เลยทำให้มันยิ่งหยิ่งทนงมาก ว่าฉันเก่ง(มึงมันแค่รู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้เรียนรู้) ฉันทำได้ทุกอย่าง(มึงก็ยังใช้ฟังชั่นที่เขาให้มาเขียนอยู่ แน่จริงเขียนเองเพียวๆสิ) ฉันรู้ทุกอย่าง(มึงมันก็แค่รู้วิธีหา Google ได้เก่งได้เร็ว) ดังนั้นทุกอย่างฉันเป็นฝ่ายถูก ฉันมีเหตุผลอ้างอิง(ถูกหรือผิด ก็ไม่รู้ รู้แค่ Google หือคนอื่นบอกมาแบบนี้) ดังนั้นพวกเอ็งทั้งหลายจงเชื่อข้า อย่าได้เชื่อใคร</p>
<p><strong><strong>2.</strong>โปรแกรมเมอร์ไม่ใช่นักต่อรอง/นักการตลาดมองหาความคุ้มค่า</strong></p>
<p>ผมพบว่า ถ้าการตกลงยังสมประโยชน์อยู่และโปรแกรมเมอร์คิดว่าทำได้ ก็มักจะไม่ต่อรอง เพราะในมุมการเขียนมันไม่ยาก หรือใช้เวลาเล็กน้อย ก็จะทำ หรืออาจจะพลาดประเมินผิด แต่ก็ไม่ต่อรองกลับเพราะคิดว่ายุ่งยาก ก็ก้มหน้าก้มตาทำต่อไปให้เสร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมไม่พบในพวก Marketing เท่าไร เพราะพวกนี้มองทุกอย่างเป็นเงิน เวลาทุกนาทีมีประโยชน์ทำเงินได้ ดังนั้นพวกนี้จะวางแผนไว้ก่อนว่าคุ้มค่าไหมที่จะทำให้เกินขอบเขตงาน</p>
<p><strong>3. โปรแกรมเมอร์ชอบถึก/นักการตลาดขอชิล</strong></p>
<p>มันเป็นกิเกลสอย่างหนึ่งที่ผมพบทั้งตัวเองและคนอื่นๆ บางทีเรารู้ว่ามีคนเขียนโปแกรมบางอย่างไว้อยู่แล้ว แต่เราก็ยังดั้นด้นที่จะเขียนใหม่เองเป็นของเรา ทั้งๆที่ Feature อาจจะเหมือนคนอื่นเป๊ะเลยก็ตาม อาจด้วยเหตุผลที่ว่า อยากเรียนรู้ อยากลอง พอได้ทำแล้ว ใครทักอาจจะไม่เชื่อ เพราะกำลังเมามันส์ จึงทำให้นอนดึกๆดื่นๆ เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ มันก็อ้างอิงกับข้อที่บอกว่าเอาแต่ใจตัวเองด้วย ต่างกับพวก Marketing ที่เขาอาจจะรีบหาทางลัด หาทูลเพื่อทำงานให้เสร็จเร็วๆ เพื่อเอาเวลาไปทำอย่างอื่น หรือได้ออกสังคมไปเฮฮาสังสรรค์</p>
<p><strong>4. โปรแกรมเมอร์ชอบคิดใหม่ทำใหม่/นักการตลาดชอบความเร็ว</strong></p>
<p>ผมเชื่อว่าหลายคนมักเคยได้ยินโปรแกรมเมอร์บอกว่า &#8220;ทำใหม่เถอะพี่&#8221;, &#8220;เขียนใหม่ง่ายกว่านะพี่&#8221; จะพูดด้วยเหตุผลที่ว่าอ่านโค้ดเดิมไม่เข้าใจ หรือขี้เกียจไปอ่านโค้ดเดิม หรือมันเละมากเกินกว่าจะเยียวยา แต่เชื่อได้ว่านี่เป็นตัวเลือกแรกๆที่จะพูด เพียงเพราะขี้เกียจทำหรืออะไรบางอย่าง แต่มักไม่ค่อยแก้ไขจากของคนอื่นหรืองานเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่ในมุม Marketing ถ้าการพูดว่า ทำใหม่เถอะ เขาอาจหมายถึงการสร้างโครงการใหม่ เพื่อขอเงิน ขอเวลาเพิ่ม และถ้าอะไรที่ Marketing พอเอาของเก่าหรือของคนอื่นมาแก้ไขได้ เขาก็จะทำทันที เพื่อให้งานเสร็จเร็ว และได้เงินเร็วที่สุด</p>
<p><strong>5. โปรแกรมเมอร์ไม่ชอบพูด/นักการตลาดการพูดคือหัวใจ</strong></p>
<p>โปรแกรมเมอร์ส่วนมากไม่ชอบพูด ซึ่งผมเข้าใจดีว่ามันหมายถึงการที่เราไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะพูดทำไม และไม่รู้จะพูดกับใคร เพราะอาจกลัวใครไม่เข้าใจ แต่ถ้าเทียบกับนักการตลาด เขาจะพยายามพูดๆๆๆ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ดังนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่โปรแกรมเมอร์พลาดอย่างแรง เพราะการไม่พูดหมายถึงคนอื่นไม่เข้าใจคุณ และคุณก็อาจเข้าใจผิด เหมือนควายที่ขวิดแบบโง่ๆ มารู้อีกที ก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของงานต้องการ (มันเลยเป็นหัวใจของ Agile เลยว่า &#8220;เราต้องให้ความสำคัญกับคนและการมีปฎิสัมพันธ์กัน มากกว่าการทำตามขั้นตอนและเครื่องมือ&#8221;)</p>
<p><strong>6. โปรแกรมเมอร์ทุกอย่างคือสี่เหลี่ยม/นักการตลาดทุกอย่างคือปลาไหล</strong></p>
<p>ถ้าสังเกตุจากการออกแบบเว้บหรือโปรแกรมอะไรบางอย่าง โปรแกรมเมอร์จะห่วยแตกมากเรื่องของศิลปะ คุณจะได้โปรแกรมที่ทำงานถูกตามที่ต้องการ แต่หน้าตาจะทื่อๆ ไร้รสนิยมและลูกเล่นต่างๆ เพราะทุกอย่างในสมองโปรแกรมเมอร์มันคือตรรกะ มันคือสี่เหลี่ยม แต่ถ้านักการตลาด เขาค่อนข้างได้เห็นได้เสพงานหลายๆอย่างมาเยอะ ภาพถ่าย ทีวี โฆษณา งานสังคม อีเวนท์ ดังนั้นทุกอย่างเขาจะรู้ว่ารสมนิยมคนเดี๋ยวนี้ชอบหรือไม่ชอบอะไร อะไรคือศิลปะ (แม้จะไปลอกงานชาวบ้านมาก็เถอะ)</p>
<p>&#8230;</p>
<p>เห็นความต่างไหมครับว่าโปรแกรมเมอร์กับนักการตลาดค่อนข้างต่างกันเยอะ มันเลยเป็นที่มาของปัญหาที่ว่า</p>
<ul>
<li>นักการตลาดชอบสั่งงานที่ยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลยให้กับโปรแกรเมอร์ เพราะเขาคิดไปนั่นโน่นนี่ โดยไม่รู้ว่าข้อจำกัดของโปรแกรมเมอร์ เทคโนโลยีปัจจุบัน อุปกรณ์ของบริษัท โปรแกรมตัวปัจจุบันของบริษัท ว่ามันจะทำได้ไหม</li>
<li>เมื่อนักการตลาดสั่งงานยากมา และโปรแกรมเมอร์ไม่พูด ก็มักทำงานออกมาผิด หรือไปไม่ถึงความต้องการที่ต้องการ แล้วต้องย้อนหลับไปแจ้งว่า ทำไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้ เพราะไม่เคยคิดก่อนหรือพูดไปตั้งแต่แรก</li>
<li>นักการตลาดมักจะหงุดหงิดโปรแกรมเมอร์ที่ว่า ทำไมไม่ใช้วิธีง่ายๆ หรือเร็วๆกว่านี้ เพราะโปรแกรมเมอร์คิดเยอะ หยิ่ง และเอาแต่ใจพอสมควร ว่าฉันจะทำแบบนี้</li>
<li>นักการตลาดไม่เข้าใจว่าสิ่งที่โปรแกรมเมอร์ทำต้องใช้อะไร และโปรแกรมเมอร์ไม่พูด เมื่อของไม่พร้อม หรือเรียกขอของตลอดเวลา จึงอาจเกิดอารมณ์เสียได้ตลอดระยะเวลาการทำงาน</li>
</ul>
<p>สุดท้าย งานวุ่นวาย เพียงเพราะสองฝ่ายไม่เข้าใจกัน ต้องมานั่งประชุมใหม่ สรุปงานกันใหม่ เสียเวลาทั้งคู่ เสียเงินบริษัท เปลืองค่าไฟ เปลืองอารมณ์ มองหน้ากันไม่ติด แค้นฝังหุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมไม่โทษว่าเป็นเรื่อง Project Management นะครับ เพราะเรื่องการจัดการโครงการมันถูกกำหนดมาแต่ต้นแล้ว แต่ปัญหาพวกนี้เป็นเรื่องของคน เรื่องการอยู่ร่วมกัน การสื่อสาร และสิ่งเหล่านี้เอง การสัมภาษย์เข้ารับทำงานของโปรแกรเมอร์แทบทุกบริษัทมักไม่เคยถาม ขอแค่มึงเขียนโปรแกรมได้เป็นพอ หรือในมหาวิทยาลัยเองก็ไม่เคยสอน ทุกวันนี้เราถูกสั่งสอนและให้เชื่อในวิถีผิดๆ เพื่อให้เราห่างไกลจากความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกวันๆ</p>
<p>ในบทความนี้ ขอต่อว่าแค่โปรแกรมเมอร์ เพราะผมเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เคยทำในสิ่งที่เขียนมาทั้งหมด จึงทำให้ผมคิดว่าผมก็มีสิทธิที่จะสื่อสารไปถึงมนุษย์โปรแกรมเมอร์ด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขอให้นักการตลาดได้เข้าใจไว้เช่นกันว่าพวกเราส่วนใหญ่เป็นแบบนี้</p>
<p>ปล. ย้ำว่าโปรแกรมเมอร์ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคน และในหนึ่งคนก็อาจไม่ได้เป็นทุกข้อ หรืออาจจะเป็นมากกว่านั้น</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://myifew.com/613/programmer-vs-marketing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
