<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Altitude Sickness &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<atom:link href="https://myifew.com/tag/altitude-sickness/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://myifew.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 04 May 2026 17:51:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://myifew.com/wp-content/uploads/2018/07/cropped-logo6-ts-32x32.png</url>
	<title>Altitude Sickness &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<link>https://myifew.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Altitude Sickness หรือ AMS คืออะไร, เตรียมตัวยังไงเมื่อไป Trekking หรือปีนเขาสูง</title>
		<link>https://myifew.com/7549/how-to-prevent-ams-altitude-sickness/</link>
					<comments>https://myifew.com/7549/how-to-prevent-ams-altitude-sickness/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[iFew]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 12:50:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Travel Guides]]></category>
		<category><![CDATA[Altitude Sickness]]></category>
		<category><![CDATA[AMS]]></category>
		<category><![CDATA[Climbing]]></category>
		<category><![CDATA[Hiking Safety]]></category>
		<category><![CDATA[Nepal]]></category>
		<category><![CDATA[Trekking]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://myifew.com/7549/altitude-sickness-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ams-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1/</guid>

					<description><![CDATA[ไปเจอรูปนี้แล้วรู้สึกว่าเขาสรุปของสำคัญสำหรับการรับมืออาการแพ้ความสูงไว้ได้ดีมาก เลยอยากเอามาเล่าต่อ ล่าสุดที่ผมไปเส้นทาง Island Peak (ทางเดียวกับ EBC) เหมือนว่าจะเป็น ฮ่าๆ เลยมาเตือนๆกัน เพราะเวลาเราไปเทรคกิ้งหรือขึ้นเขาสูงๆ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่หนาว หรือเหนื่อย แต่คืออาการ Altitude Mountain Sickness หรือ&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ไปเจอรูปนี้แล้วรู้สึกว่าเขาสรุปของสำคัญสำหรับการรับมืออาการแพ้ความสูงไว้ได้ดีมาก เลยอยากเอามาเล่าต่อ ล่าสุดที่ผมไปเส้นทาง Island Peak (ทางเดียวกับ EBC) เหมือนว่าจะเป็น ฮ่าๆ เลยมาเตือนๆกัน เพราะเวลาเราไปเทรคกิ้งหรือขึ้นเขาสูงๆ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่หนาว หรือเหนื่อย แต่คืออาการ Altitude Mountain Sickness หรือ AMS ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยปกติมักเกิดตั้งแต่ 2,500 เมตรขึ้นไป (อันนี้แล้วแต่ร่างกายของแต่ละคน บางคนก็ 3,000ม+)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่บทความนี้อยากย้ำจริง ๆ คือ การป้องกัน หรือการแก้ไข มีอะไรบ้างที่เราควรเตรียมไป ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือการฟังร่างกายตัวเอง เดินช้าๆ&nbsp; พักให้พอ ดื่มน้ำให้ดี กินให้ได้ และไม่ฝืนถ้าอาการเริ่มแย่ลง</p>



<span id="more-7549"></span>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1200" height="1200" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-1200x1200.jpg" alt="" class="wp-image-7548" srcset="https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-1200x1200.jpg 1200w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-1024x1024.jpg 1024w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-300x300.jpg 300w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-768x768.jpg 768w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-185x185.jpg 185w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-370x370.jpg 370w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-542x542.jpg 542w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-1084x1084.jpg 1084w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-792x792.jpg 792w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-1230x1230.jpg 1230w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials-150x150.jpg 150w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2026/05/altitude-sickness-essentials.jpg 1254w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">Altitude Sickness/Altitude Mountain Sickness หรือ AMS คืออะไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">AMS หรืออาการแพ้ความสูง เกิดจากร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลงเมื่อขึ้นไปอยู่ในพื้นที่สูง อาการเริ่มต้นที่มักจะพบก่อนเลยคือ ปวดหัว เหนื่อยง่าย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร นอนหลับยาก หรือรู้สึกมึนๆ เบลอๆ ซึ่งบางคนอาจเป็นไม่มาก ได้นั่งพักสักพัก หรือนอนสักคืนก็จะหายไปเอง เพราะร่างกายโดยปกติแล้วจะปรับตัวได้เอง แต่ต้องใช้เวลาหน่อย ขึ้นกับแต่ละบุคคล</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่บางคนอาจเป็นหนักเข้าขั้นอันตรายได้ อย่างการเป็น HAPE (High-Altitude Pulmonary Edema/ภาวะน้ำท่วมปอดจากความสูง) หรือ HACE (High-Altitude Cerebral Edema/ภาวะสมองบวมจากความสูง) และถ้ายังฝืนขึ้นไปต่อ อาจส่งผลถึงชีวิตได้เลยครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่ก่อนขึ้นเขา และสังเกตตัวเองตลอดทาง จึงสำคัญมากๆ (พึ่งยาอย่างเดียว ไม่รอดนะ)</p>



<h2 class="wp-block-heading">1) Hydration: ดื่มน้ำให้พอดี และดูการขับปัสสาวะด้วย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อแรกที่ดูธรรมดาแต่สำคัญมากคือเรื่องการดื่มน้ำ ปัสสาวะ เลย เพราะบนที่สูงร่างกายขาดน้ำได้ง่าย ทั้งจากอากาศแห้ง ลมแรง การหายใจถี่ขึ้น และการเดินยาวๆ ที่ใช้แรงต่อเนื่อง เบิร์นน้ำจากร่ายกายอยู่ตลอด การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับความสูงได้ดีขึ้น รวมถึงการขับปัสสาวะก็ช่วยปรับเรื่องความดันในร่างกายด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางง่ายๆ คือพยายามดื่มประมาณ 3-4 ลิตรต่อวัน จิบเรื่อยๆ ไม่ต้องรอให้กระหายมาก และลองสังเกตสีปัสสาวะดู ถ้ายังเหลืองเข้มอยู่ แปลว่ายังดื่มน้ำน้อยไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะให้ดี แนะนำให้เติมเกลือแร่ระหว่างทางด้วย เมื่อเดินหนักๆ หรือเสียเหงื่อมากๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading">2) Medication: ยาช่วยได้ แต่หาความรู้หรือปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในภาพมีการสรุปยาสำคัญที่หลายคนคุ้นชื่อเวลาพูดถึงการขึ้นที่สูง ได้แก่ Acetazolamide หรือ Diamox, Ibuprofen และ Dexamethasone แต่ละตัวมีบทบาทต่างกัน และไม่ควรหยิบไปใช้เองแบบฟังๆเขาเล่ามานะครับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Acetazolamide (Diamox)</strong> ยานี้มักใช้เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับความสูง โดยกระตุ้นการหายใจและช่วยกระบวนการ acclimatization เหมาะกับบางคนที่มีความเสี่ยงหรือมีประวัติแพ้ความสูงง่าย แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว แพ้ยา หรือใช้ยาประจำอยู่แล้ว โดย acetazolamide ช่วยเร่งการปรับตัวและใช้ได้ทั้งในเชิงป้องกันและช่วยอาการ AMS บางกรณี ซึ่งผลข้างเคียงของยาตัวนี้จะทำให้ขับปัสสาวะบ่อย ดังนั้นต้องดื่มน้ำบ่อยด้วยนะ ถ้าสูตรที่หมอท่านหนึ่งให้ผมทาน คือจะไม่ทานช่วงเย็น เพราะอาจตื่นมาเข้าห้องน้ำ ทำให้ไม่ได้นอนได้ หรือสูตรหมอบางท่านแนะนำให้หักครึ่งเม็ดทานเช้า และเย็น เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ครอบคลุมทั้งวัน</li>



<li><strong>Ibuprofen</strong> ตัวนี้เรารู้จักกันดี ยาสามัญประจำบ้านที่ใช้บรรเทาอาการปวดหัว ปวดเมื่อย หรืออักเสบ แต่ต้องระวังเรื่องกระเพาะอาหาร ไต ภาวะขาดน้ำ และการใช้ร่วมกับยาบางชนิด ที่สำคัญคือ ถ้าปวดหัวจากความสูงแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น คลื่นไส้(มาก) เดินเซ หอบ หรือซึม ไม่ควรกลบอาการด้วยยานี้แล้วเดินขึ้นต่อ</li>



<li><strong>Dexamethasone</strong> ยานี้เป็นกลุ่ม steroid ที่ใช้ในกรณีอาการแพ้ความสูงระดับปานกลางถึงรุนแรง หรือใช้ในแผนฉุกเฉินภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ไม่ใช่ยาที่ควรหยิบมากินเองแบบทั่วไป ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการ AMS ระดับปานกลางถึงรุนแรงได้เร็วกว่า acetazolamide แต่ถ้าอาการแย่ลงที่ความสูงเดิมแม้รักษาแล้ว ควรลงต่ำทันที ยาตัวนี้กดภูมิทั้งร่างกาย เช่นเดียวกันกับ Ibupofen คือ ไม่ควรกลบอาการด้วยยาตัวนี้แล้วฝืนเดินขึ้นต่อ เพระาถ้าถึงขั้นต้องกินยาตัวนี้ แปลว่าอาจอาการรุนแรงในร่างกายแล้ว</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากที่เล่ามา <strong data-start="5486" data-end="5564">ยาเป็นเครื่องมือช่วยซื้อเวลาและลดความเสี่ยงเท่านั้นนะครับ ใช้เพื่อจบภาระกิจเดินลง หรือในมุมของผมเองจะใช้ชั่วคราวเพื่อจบภาระกิจ เช่น จำเป็นต้องข้ามพาสวันพรุ่งนี้ เพื่อเตรียมตัวลงเขากลับบ้านแล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นวันแรกๆกลางๆ แล้วต้องขึ้นไปต่ออีกหลายวัน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong data-start="5486" data-end="5564">ดังนั้น แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติม หรือปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ครับ อย่าเชื่อจากผมหรือจากคำบอกเล่าทั่วไป</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">3) Oximeter เครื่องอ่านสุขภาพ&nbsp; &nbsp;(แต่ห้ามดูแค่ตัวเลขนะ)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว หรือ Oximeter ที่เราใช้กันตามโรงพยาบาลหรือช่วงโควิดนั่นเอง เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากสำหรับทริปที่ต้องอยู่บนที่สูงหลายวัน เพราะช่วยให้เราเห็นค่า SpO₂ (ออกซิเจนในเลือด) และชีพจรของเราเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งใช้เครื่องนี้ดูประกอบกับอาการอื่นๆ ด้วยนะ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่า SpO₂ ลดลงมากกว่าปกติ</li>



<li>ชีพจรสูงแม้นั่งพัก</li>



<li>เดินช้ากว่าปกติมาก</li>



<li>หอบตอนพัก</li>



<li>ปวดหัวมากขึ้น</li>



<li>เดินเซ</li>



<li>สับสน</li>



<li>ไอมากหรือแน่นหน้าอก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้ามีอาการข้างบนนี้ ยิ่งหลายข้อเท่าไร สัญญาณไม่ดีแล้วครับ แจ้งไกด์และรีบประเมินความปลอดภัย เพื่อพิจารณาปรับแผนหรือลงจากภูเขาเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ล่าสุดผมเอง SpO₂ อยู่ที่ 80 แต่นั่งเฉยๆชีพจร 120 (ตอนนอนก็ 100-110) ต้องเดินช้ากว่าปกติ ไกด์เองก็ดูงงๆกับอาการ และให้ผมตัดสินใจเอง เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมขึ้นที่สูง แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมมีอาการแบบนี้ จึงคิดว่าตัวเองน่าจะเป็น AMS แล้วหละ จึงไม่ขอไป Island Peak Basecamp ต่อ</p>



<h2 class="wp-block-heading">4) Warm Clothing: ความอบอุ่น ช่วยเซฟแรงกว่าที่คิด</h2>



<p class="wp-block-paragraph">บนภูเขาสูง อากาศเปลี่ยนเร็วมาก เช้าแดดดี สายหมอกลง บ่ายลมแรง เย็นหิมะตกก็เป็นไปได้หมด (ล่าสุดผมเจอแบบนี้ที่นัมเช) จึงควรเตรียมไปให้เพียงพอ และรู้จักการใส่เสื้อแบบ Clothing Layer System เพื่อให้ปรับตามสภาพอากาศได้ง่าย</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือใส่ <em>Base Layer</em> ด้านในเพื่อจัดการเหงื่อ ตามด้วย <em>Fleece</em> หรือชั้นให้ความอบอุ่น เสริมด้วย D<em>own Jacket</em> เมื่ออากาศหนาวจัด และปิดท้ายด้วย <em>Shell Jacket</em> สำหรับกันลมและกันฝน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะให้ดี ใส่หมวก ถุงมือ และใช้ buff ปิดปากปิดจมูกเพื่อบังลมหนาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมเองก็พลาดเช่นกัน ที่ไม่เอา buff ปิดปาก/จมูก เพราะห่วงแต่เรื่องหายใจไม่ออก รำคาญ กลัวจะทำให้เดินเหนื่อยขึ้น ซึ่งจริงๆ ปิดคอปิดปากก็ยังดี ช่วยไม่ให้หายคอแห้งคอเย็น</p>



<h2 class="wp-block-heading">5) Energy snacks: ของเล็กๆ กินง่ายๆ ที่ช่วยได้มาก</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนพอขึ้นที่สูงจะเริ่มเบื่ออาหาร (ผมคนหนึ่งหละ) แต่ร่างกายกลับใช้พลังงานมากขึ้นสวนทางกัน จากการเดิน ความหนาว และการหายใจที่ถี่ขึ้น ดังนั้น ถ้าไม่เติมพลังให้พอ จะยิ่งหมดแรง ฟื้นตัวช้า และรู้สึกทรุดง่ายระหว่างวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ของกินง่ายที่ควรพก เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>energy bar</li>



<li>energy gel (เก็บดีๆ ระวังแข็ง)</li>



<li>ลูกอม</li>



<li>ช็อกโกแลต</li>



<li>ถั่ว</li>



<li>ขมที่ชอบอะไรก็ได้ หยิบง่ายๆ เคี้ยวง่ายๆ</li>



<li>electrolyte หรือเครื่องดื่มเกลือแร่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งเหล่านี้มันช่วยประคองแรงได้ดีมาก โดยเฉพาะช่วงที่กินมื้อหลักไม่ค่อยลง หรือเดินๆ แล้วหมดแรง</p>



<h2 class="wp-block-heading">6) Sun Protection: ที่สูงแดด/UV แรงกว่าที่คิด</h2>



<p class="wp-block-paragraph">อีกอย่างที่หลายคนประมาทคือแดดบนที่สูง รังสี UVแรงขึ้น ซึ่งมักแรงกว่าปกติ และถ้าเส้นทางมีหิมะหรือธารน้ำแข็ง แสงสะท้อนจะยิ่งทำให้ผิวไหม้และแสบตาง่ายกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ควรเตรียมคือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แว่นกันแดดคุณภาพดี CAT3-CAT4 (ถ้ามีหิมะ แนะนำ CAT4)</li>



<li>ครีมกันแดด SPF สูงหน่อย อย่าง 50+++++</li>



<li>ลิปบาล์มกันแดด ถ้าหายากก็ลิปมันทั่วไปก็ยังดี</li>



<li>หมวกหรือ buff</li>



<li>เสื้อแขนยาวกันแดด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนไม่รู้ตัวว่าตัวเองโดนแดดเผา เพราะอากาศเย็นทำให้ไม่รู้สึกร้อน แต่พอหลายๆวันเข้าจะเริ่มเห็นหน้าตัวเองแดง ดำ หรือลอกเป็นแผ่นๆ ซึ่งผมเองเป็นทุกครั้งที่ไปเนปาล แม้ว่าจะทากันแดดแล้วก็เถอะ (คงทาไม่มากพอ) ยังต้องกลับบ้านทา after sun burn ต่อ</p>



<h2 class="wp-block-heading">ขอเพิ่มเติมหน่อย 7) การนอนและการพักฟื้น&nbsp;</h2>



<p class="wp-block-paragraph">อีกข้อที่อยากเสริมมากๆ คือเรื่องการนอน เพราะบนที่สูงหลายคนจะนอนหลับยาก หรือรู้สึกหายใจไม่ค่อยเต็มที่ ทำให้เช้ามาอ่อนเพลียกว่าปกติ เหนื่อยง่าย ชีพจรเต้นแรง อาจเกิด AMS ได้ง่ายขึ้น หรือถ้าป่วยอาการก็จะแย่ลง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การทำให้ตัวเองอุ่น ทั้งตัว มือ เท้า หัว การมีที่นอนที่พอเหมาะ จัดตัวเองให้สบาย และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน จึงช่วยได้มาก (เหตุผลที่ผมไม่กินยาตอนเย็น)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ล่าสุดที่ผมไป ผมลุก 2-3 ครั้งทุกคืน ทั้งปัสสาวะและอุจจาระ มีคืนหนึ่งที่ดิงโบเช ผมตื่นมาอุจจาระ 4 ครั้ง จากนั้นร่างกายที่เริ่มแย่ๆ แย่หนักไปอีก</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรฝืน</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ผมต้องสอนตัวเองเลย และแนะนำทุกคน คือ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรหยุดขึ้น แจ้งไกด์ และพิจารณาลงที่ต่ำทันที</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปวดหัวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ</li>



<li>กินยาแล้วไม่ดีขึ้น</li>



<li>เดินเซ ทรงตัวผิดปกติ</li>



<li>สับสน พูดไม่รู้เรื่อง</li>



<li>หอบตอนพัก</li>



<li>ไอมาก แน่นหน้าอก</li>



<li>เหนื่อยผิดปกติแม้ไม่ได้ออกแรง</li>



<li>ซึมลง</li>



<li>ริมฝีปากเขียว หรือดูอ่อนแรงมาก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="_wp_link_placeholder" data-wplink-edit="true">Wilderness Medical Society</a> แนะนำว่า หากมีอาการ AMS ควรหยุดขึ้นก่อน (หยุดเป็น Acclimatize Day ไปเลย) และไม่ควรขึ้นต่อจนกว่าอาการจะหาย หากสงสัย HACE หรืออาการ AMS แย่ลง แม้พักก็แล้ว กินยาก็แล้ว หรือหาหมอก็แล้ว ควรเริ่มเปลี่ยนแผนเป็นการลงจากภูเขาทันที</p>



<h2 class="wp-block-heading">บทสรุป: ภูเขาอยู่ที่เดิมเสมอ แต่ชีวิตเรามีครั้งเดียว</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การขึ้นที่สูง แม้เราจะฟิต หรือมีอุปกรณ์ดีๆ แต่คือการฟังเสียงร่างกายตัวเอง รู้จักสังเกตอาการ และกล้าตัดสินใจ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และต้องใจกล้าพอที่จะยอมปรับแผน</p>



<p class="wp-block-paragraph">6 ข้อในภาพ และ +1 ที่ผมเพิ่ม อาจพอเป็น checklist พื้นฐานให้คนที่กำลังไปที่สูงได้บ้างไม่มากก็น้อย ทุกอย่างอาจจะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสติ เดินช้าๆ ให้เวลาร่างกายปรับตัว ดื่มน้ำ กินอาหาร พักผ่อนให้พอ หมั่นเช็กอาการอยู่เสมอ และไม่ฝืน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าเริ่มมีสัญญาณว่าอาการแย่ลง อย่าคิดแค่ว่าอีกนิดเดียวจะถึง หรือพยายามเอาชนะภูเขา เพราะการลงต่ำให้ทันเวลา อาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของทั้งทริปก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะบนภูเขาสูง การหันหลังกลับไม่ใช่ความพ่ายแพ้ บางครั้งมันคือการตัดสินใจที่ทำให้เรามีโอกาสกลับมาอีกครั้งอย่างแข็งแรงกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>Image credit:</strong> Nepal Peak Adventure</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://myifew.com/7549/how-to-prevent-ams-altitude-sickness/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
