<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>E-Commerce &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<atom:link href="https://myifew.com/tag/e-commerce/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://myifew.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Sep 2021 06:26:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://myifew.com/wp-content/uploads/2018/07/cropped-logo6-ts-32x32.png</url>
	<title>E-Commerce &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<link>https://myifew.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>E-Commerce ไม่ใช่แค่ทำเว็บหรือแอพ แต่มันคือ กระบวนการทำงาน</title>
		<link>https://myifew.com/5734/ecommerce-is-operation/</link>
					<comments>https://myifew.com/5734/ecommerce-is-operation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[iFew]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Sep 2021 15:47:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Operation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://myifew.com/?p=5734</guid>

					<description><![CDATA[สมัยเอ๊าะๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงาน TARAD.com ตอนนั้น E-Commerce ยังไม่ได้บูมมาก พี่ป้อม ภาวุธ CEO TARAD ยังต้องเดินสายทั่วไทยเพื่ออธิบายว่า E-Commerce คืออะไร การชำระเงินยังไม่น่าเชื่อถือมากนัก สัดส่วนโอนเงินทางธนาคารสูงถึง 80%, ระบบการขนส่งยังมีเพียงไปรษณีย์ไทยที่ใช้เวลา 5-10&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สมัยเอ๊าะๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงาน TARAD.com ตอนนั้น E-Commerce ยังไม่ได้บูมมาก พี่ป้อม ภาวุธ CEO TARAD ยังต้องเดินสายทั่วไทยเพื่ออธิบายว่า E-Commerce คืออะไร  การชำระเงินยังไม่น่าเชื่อถือมากนัก สัดส่วนโอนเงินทางธนาคารสูงถึง 80%, ระบบการขนส่งยังมีเพียงไปรษณีย์ไทยที่ใช้เวลา 5-10 วัน กว่าจะได้รับสินค้า, การส่งของก่อน จ่ายเงินทีหลัง (Buy Now Pay Later) หรือ ชำระเงินปลายทาง (Cash on Delivery) ยังถูกมองเป็นเรื่องบ้าบิ่น ไม่มีใครกล้าทำ</p>



<p>ผมจำได้ว่ายุคนั้น ทุกคนมอง E-Commerce เป็นของใหม่ ยังไม่ทำเงินอะไรมากนัก เป็นกิมมิกใหม่ทางเทคโนโลยีที่ใครทำก่อนก็ดูดี ทันสมัย ไม่ได้เป็นช่องทางขายหลักเฉกเช่นปัจจุบัน ดังนั้น การเช่า/ซื้อระบบสำเร็จรูป หรือทำระบบเองขึ้นมา ก็จะมีฟีเจอร์การขายไม่ซับซ้อนมาก ก็เปิดร้านขายของได้แล้ว (ฟีเจอร์ฮิตสมัยก่อน เช่น เลือกธีมสีได้ แปะรูป Gif วิ่งไปมา มีดาววิ่งตามเม้าส์ พอถึงคริสมาสต์ทำหิมะตกโปรยปราย)</p>



<span id="more-5734"></span>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1200" height="674" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/331500_10152027974875644_875551299_o-1200x674.jpg" alt="" class="wp-image-6042" srcset="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/331500_10152027974875644_875551299_o-1200x674.jpg 1200w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/331500_10152027974875644_875551299_o-1024x576.jpg 1024w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/331500_10152027974875644_875551299_o-768x432.jpg 768w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/331500_10152027974875644_875551299_o-1536x863.jpg 1536w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/331500_10152027974875644_875551299_o-700x393.jpg 700w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/331500_10152027974875644_875551299_o.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption>สมัยที่หัวข้อ Thailand E-Commerce Revolution คือการ ต้องสร้างความรู้เรื่อง E-Commerce ให้กับทุกคนในประเทศไทย<br> </figcaption></figure></div>



<p>ตลอดเวลาที่ผ่านมา E-Commerce มันก็มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ผ่านมา 12 ปี ที่ผมคลุกคลีกับมัน (นานชะมัด) ร้านไหนไม่รับชำระผ่านเครดิตการ์ดเป็นเรื่องที่ไม่สะดวก เรายอมส่งของให้ลูกค้าก่อนและรับเงินทีหลัง เราเชื่อมระบบไป Warehouse เพื่อทำการ Pick &amp; Pack และเลือกให้อัตโนมัติว่าบริษัทขนส่งไหนเหมาะสมที่สุดเพื่อมารับและส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า เรามีระบบประเมินรายได้และปรับราคาสินค้าและสร้างแคมเปญให้เองอัตโนมัติเพื่อเพิ่มยอดขาย รวมถึงมีระบบอัตโนมัติให้ลูกค้ากลุ่ม Abandon Cart กลับมาชำระเงินกับเรา</p>



<p>E-Commerce มีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าแต่เดิมมาก ยิ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนแนวคิดว่า E-Commerce คือช่องทางหลักในการสร้างรายได้ ในยุคดิจิตอล (และยุค COVID-19 ที่ถูกสถานการณ์บีบให้ต้องทำ) รวมถึงการพยายามทำ O2O (Online-to-Offline) เพื่อให้ลูกค้าในโลกดิจิตอลและบนโลกความจริงสามารถช็อปปิ้งกันไปมาได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless) </p>



<p>ผู้อ่านคงเริ่มเห็นภาพตามที่ผมจั่วหัวไว้ว่า E-Commerce ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน คืออะไรที่ผสมผสานระหว่าง ช่องทางการซื้อขายออนไลน์ เพื่อทำงานร่วมกับระบบ กระบวนการ และคน ที่มีอยู่เดิม (หรือต้องปรับใหม่ให้เหมาะสม) ซึ่งมันจะไม่ใช่แค่ตั้งระบบ Platform เช่น Magento ขึ้นมาสักตัว หรือไปเปิดร้านกับ Shopee, Lazada แล้วจะสามารถขายได้ แพ็คของทัน ส่งของทัน กำไรดี มีความสุขแค่นั้น</p>



<p>แม้ทุกวันนี้ผมไม่ได้อยู่ในสายงานของ E-Commerce โดยตรง แต่ก็ยังต้องช่วยออกแบบ Solution ให้กับลูกค้ารายใหญ่ที่อยากทำ E-Commerce ซึ่งผมพบว่า บริษัทส่วนมากจะ<meta charset="utf-8">แต่งตั้งขึ้นมาทีมหนึ่ง (หรือคนไม่กี่คน) เพื่อดูแลโครงการ เช่น IT, <meta charset="utf-8">Marketing หรือ Merchandise จากนั้น มานั่งคุยกับผู้พัฒนาระบบ ว่าอยากได้อะไรบ้าง</p>



<p>และปัญหาที่ผมเจอคือ ทีมนั้น (หรือคนนั้น) อาจบอกได้ว่าต้องการทำตามตัวอย่างเว็บไหนหรือทำฟีเจอร์ไหน แต่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งกระบวนการ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และมีการ Integration ไปที่ไหนบ้าง ซึ่งปัญหานี้เอง ทำให้การเก็บ Requirement ต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะต้องมีหลายประชุม หลายทีม และเมื่อบริษัทส่วนมากทำงานหน้าที่ใครหน้าที่มัน (Silo) ต้องมาประสานงานกันให้เกิด Collaborate ขึ้น ในปัจจุบันทันด่วน ปัญหาเลยยิ่งเพิ่ม เพราะมีการขัดแย้งกัน (Conflict) ในกระบวนการ หรือระบบที่มีอยู่ ถึงขั้นต้องให้ผู้บริหารลงมาตัดสินอยู่บ่อยๆ หรือต้องแก้ระบบรอบๆข้างให้พร้อมไปด้วย </p>



<p>บล็อกนี้เลยอยากแชร์ประสบการณ์ที่ผมได้ทำเอง พาลูกค้าทำ และจากที่สังเกตวิธีทำงานของลูกค้าเจ๋งๆ ว่าต้องทำระบบ E-Commerce อย่างไร ถึงจะตอบโจทย์องค์กร และลูกค้า</p>



<h2 class="wp-block-heading">1. ทีมทำงานต้องเข้าใจในกระบวนการ/ระบบ (ที่เกี่ยวข้อง) ภายในบริษัทตัวเองก่อน</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="900" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation3_1200.jpg" alt="" class="wp-image-6039" srcset="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation3_1200.jpg 1200w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation3_1200-1024x768.jpg 1024w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation3_1200-768x576.jpg 768w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation3_1200-700x525.jpg 700w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption>บริษัทที่มีทีมที่เก่ง จะคิดสารพัดเคส วิธีการแก้ไข และกำหนดขั้นตอน เพื่อแปลงเป็น Requirement, บางทีม มีผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถฟันธงเพื่อเปลี่ยน Requirement ได้เลย ให้สอดคล้องกับการทำงาน คน และระบบที่มีอยู่ งานจะลุล่วงได้ไวขึ้นมาก</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่พบ</h3>



<p>อย่างที่กล่าวไป บางบริษัทมักแต่งตั้ง บางทีม หรือบางคน ให้ดูแลโปรเจ็ค E-Commerce แล้วเขาเหล่านั้นก็ไปดูระบบตัวอย่าง ดูฟีเจอร์ ดูคู่แข่ง ทำงบประมาณและเวลา เพื่อนำเสนอผู้บริหารและทำการจัดจ้าง แต่สุดท้าย ตกม้าตายตอนเก็บ Requirement ที่ต้องเอาผู้เกี่ยวข้อง กระบวนการ ระบบที่มีอยู่ มา Integration กัน ถึงเวลานั้น ก็สายไปเสียแล้ว เพราะถูกล็อกด้วย ทรัพยากร เงิน เวลา และคำมั่นสัญญากับผู้บริหารไปแล้ว</p>



<p>กลับกัน บริษัทที่ผมพบว่าทำงานได้ราบลื่น นอกจากจะมีผู้ดูแลโปรเจ็คที่ทำ <meta charset="utf-8">Requirement และแผนแล้ว เขาคนนั้นอาจจะรู้ หรือเขาอาจมีทีมที่รวบรวมผู้มีความชำนาญในแต่ละฝ่ายขององค์กรเข้าด้วยกัน คุยกันตั้งแต่ทำ <meta charset="utf-8">Requirement, สามารถถกประเด็น ไล่กระบวนการ อธิบายได้ทั้ง Business และ IT รู้ว่าเกี่ยวข้องกับใคร รับ/ส่งข้อมูลไปที่ไหน เกิดอะไรก่อนหลัง ลุกขึ้นวาดภาพออกมาเป็นขั้นตอนให้เห็นได้เป็นฉากๆ </p>



<p>รวมไปถึงเห็นสภาพแวดล้อมรอบข้างว่ามีจุดไหนที่ทีม(หรือเขา)ไม่รู้ และต้องไปหาข้อมูลจากภายนอก เช่น เรื่องกฎหมาย เรื่องบัญชี เรื่องความเสี่ยง หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธนาคารรับชำระเงิน เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทขนส่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่แนะนำ</h3>



<p>ดังนั้น ถ้าเริ่มต้นด้วยการมีทีมทำงาน (ผมคิดว่าผู้ดูแลโปรเจ็คคนเดียวไม่สามารถรู้ได้หมด) ที่มีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละฝ่ายที่ตนเองรับผิดชอบ และเกี่ยวข้องกับ  E-Commerce (เช่น การเงิน, จัดซื้อ, คลังสินค้า, Support, การตลาด, ขนส่ง) มาร่วมพิจารณา หรือร่าง Requirement ร่วมกัน สิ่งที่ได้ออกมาจะค่อนข้างครบ และครอบคลุม มากๆ</p>



<p>หรือให้ลองคิดว่า ถ้าต้องได้สิ่งเหล่านี้มาเพื่อทำ <meta charset="utf-8">Requirement เราควรให้ใครมาตอบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>กลุ่มลูกค้า และพฤติกรรมที่จะเข้ามาใช้งาน</li><li>แคมเปญที่จะอาจจะเกิดขึ้นหลังเว็บไซต์เสร็จ และในอนาคตข้างหน้า</li><li>สินค้ามีการจัดหมวดกลุ่ม หรือจัดหมวดหมู่แบบใด เข้ากับพฤติกรรมการช็อปปิ้งของกลุ่มลูกค้าเราไหม</li><li>สินค้ามีการกำหนดคุณลักษณะไว้อย่างไร ถ้ากลุ่มลูกค้าเราต้องการเข้ามาค้นหา จะง่ายไหม พบสิ่งที่ต้องการไหม</li><li>ข้อมูล และ Report ใด ที่จะต้องเอาไปวิเคราะห์ต่อ</li><li>กระบวนการ หยิบของ แพ็คของ และจัดส่งไปถึงมือลูกค้าเป็นอย่างไร</li><li>กระบวนการ รับเงินบนเว็บไซต์ ไปจนถึงเงินเข้าบัญชีบริษัทจริงๆ เป็นอย่างไร</li><li>ถ้าลูกค้าต้องการเปลี่ยน ยกเลิก หรือมีปัญหาการใช้งาน ต้องทำอย่างไร สอบถามใคร ใครดูแล ถ้าต้องเป็น 24ชม</li><li>ฯลฯ</li></ul>



<p>สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามปลายเปิด ที่จะพาลงลึกไปถึงกระบวนการที่เกิดขึ้น และฟีเจอร์ที่จะต้องมีได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">2. คิดตั้งแต่ก่อนผู้ใช้เข้าเว็บไซต์ ไปจนถึงหลังลูกค้าได้รับของ</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="900" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation2_1200.jpg" alt="" class="wp-image-6040" srcset="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation2_1200.jpg 1200w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation2_1200-1024x768.jpg 1024w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation2_1200-768x576.jpg 768w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation2_1200-700x525.jpg 700w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption>เครื่องมือใช้อธิบายมีหลากหลาย แต่ที่ผมใช้บ่อยสุดก็คือ Flowchart, Sequence Diagram, Swimlanes <meta charset="utf-8">Diagram เพราะเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ส่วนมากทุกคนจะเข้าใจได้</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><meta charset="utf-8">สิ่งที่พบ</h3>



<p>บางทีเราคิดถึงเฉพาะฟีเจอร์ภายในเว็บไซต์ มันทำให้ตอบโจทย์เฉพาะสิ่งที่ผู้ใช้จะมีอะไรให้ใช้ภายใต้เว็บไซต์เท่านั้น แต่อาจจะลืมมองว่า ก่อนหน้าที่เขาจะมาถึงเว็บไซต์เรา จนกลายเป็นลูกค้าของเราไปแล้วนั้น ควรมีอะไรบ้าง </p>



<p>ตัวอย่างเช่น เรากำหนด Persona แล้วระบุ User Journey เพื่อทำ UX/UI ภายในเว็บไซต์ และเราลืมที่จะพัฒนาส่วนของการทำ User  Tracking หรือไม่ได้คิดถึง Report เพื่อนพไปทำ Data Analyst, เราอาจต้องปรับระบบภายหลังในหลายจุดแทน ยิ่งถ้าไม่เคยมีข้อมูลบางอย่างเก็บไว้ก่อน ก็ต้องเริ่มทำระบบเก็บ และใช้เวลาอีกหลายเดือน กว่าจะมี Data เพียงพอเพื่อไปปรับปรุงแผนการขาย และแผนการตลาด</p>



<p>บางทีอาจรื้อกันระดับโครงสร้างเลยทีเดียว ส่งผลกระทบกับทรัพยากร เงิน เวลา รายได้และชื่อเสียงของบริษัทได้เลยนะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><meta charset="utf-8">สิ่งที่แนะนำ</h3>



<p>ลองพิจารณาเพื่อกำหนด Requirement เพิ่มเติมเข้าไปแต่แรกว่า ช่องทางที่จะพาเขามา และบริการหลังการขาย มีอะไร และจะต้องทำเป็นฟีเจอร์อะไรบ้าง</p>



<p>การคิดเกินกรอบของฟีเจอร์ในระบบ มันจะช่วยให้เราคิดถึงเรื่อง Marketing, CRM, Report และ Data Analyst ดังนั้น ถ้าไม่คิดเผื่อตั้งแต่แรก ปัญหาที่พบบ่อยๆ คือ ระบบไม่ได้ถูกออกแบบเผื่อไว้ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ไม่ได้ทำ Optimize SEO</li><li>ไม่ได้ทำ Facebook Open Graph, Twitter Card Tags หรืออื่นๆ ทำให้แชร์ออกไปโซเชี่ยลแล้วไม่สวย รูปไม่ถูก ไม่ชัด ไม่ได้สัดส่วน</li><li>ไม่มี Tracking Code หรือ Conversion Tracking ในระดับ E-Commerce Enhancement ด้วย Facebook Pixel, Google Analytics หรืออื่นๆ</li><li>ไม่มีการเก็บ Abandon Cart หรือ Drop Lead</li><li>ไม่ได้เก็บ Activities Event ของผู้ใช้งาน</li><li>ไม่รองรับการรับ Parameter บางอย่างจาก Ads หรือเว็บไซต์ภายนอก เช่น Google, Facebook</li><li>ไม่มีการ Integration กับระบบ CRM เพื่อดึง/เก็บข้อมูล Personalize ของลูกค้า</li><li>ไม่สามารถรองรับการทำแคมเปญที่ก่อให้เกิด Spike Traffic จนทำให้เว็บล่ม</li><li>ไม่สามารถออก Report บางตัวให้ผู้บริหารได้ เพราะไม่มีการเก็บ Data ที่เพียงพอ</li></ul>



<p>เห็นไหมครับว่าผลกระทบเยอะนะ และผมคิดว่าบริษัทที่อยากทำ E-Commerce ก็ต้องการทำสิ่งต่างๆในตัวอย่างที่ผมยกมาเกือบหมดแหละ จะดีกว่าไหม ถ้าเราคิดและบอกไปแต่แรกใน Requirement เลย </p>



<p>ปล. มันคือ Non-Functional Requirement</p>



<h2 class="wp-block-heading">3. เรื่องที่ต้องถกเถียงกันให้มากคือ ถ้าลูกค้าซื้อของไม่สำเร็จ จะทำอย่างไร</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="900" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation1_1200.jpg" alt="" class="wp-image-6041" srcset="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation1_1200.jpg 1200w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation1_1200-1024x768.jpg 1024w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation1_1200-768x576.jpg 768w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-is-operation1_1200-700x525.jpg 700w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption>ระบุจุดที่ตรวจสอบและเกิดปัญหาได้ไว ถ้าเราเข้าใจกระบวนการทำงาน</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><meta charset="utf-8">สิ่งที่พบ</h3>



<p>เรื่องหนึ่งที่เรามักถกเถียงกันไม่มากพอและไปเป็นปัญหาตอนหลัง คือ กรณีที่ลูกค้าซื้อของไม่สำเร็จ จะทำอย่างไร เช่น </p>



<ul class="wp-block-list"><li>ลูกค้าบัตรเครดิตตัดเงินไม่ผ่าน ต้องแจ้งอะไร และลูกค้าต้องไปหยิบสินค้าทำ Order ใหม่ไหม</li><li>Server ไม่ได้รับข้อมูลตัดเงินจาก Payment Gateway ทำอย่างไร </li><li>ลูกค้าจ่ายเงินแบบออฟไลน์ (เช่น โอนเงิน) แต่เงินขาด/เกิน หรือไม่ส่งหลักฐาน</li><li>ลูกค้าจ่ายเงินแบบออฟไลน์ (เช่น โอนเงิน) แต่โอนเกินเวลา จะยอมรับได้ไหม และถ้าขายให้คนอื่นไปแล้วด้วย จะชดเชยอย่างไร</li><li>Order ไม่สำเร็จ แล้วคืนของกลับระบบอย่างไร มี Integration ไปอัพเดทที่ไหนบ้าง ทันทีเลยไหม</li><li>ถ้าลูกค้าไม่พอใจ ในการซื้อไม่สำเร็จ จะแก้ปัญหาอย่างไร ชดเชยอย่างไร</li></ul>



<p>ปัญหานี้เป็นมากกว่าระบบ ความรุนแรงจะมากจะน้อย อยู่ที่เราเจอลูกค้าแบบไหน ซึ่งเราควบคุมไม่ได้ก็จริง แต่เราพยายามป้องกันได้</p>



<p>ทั้งนี้ต้องย้อนหลับไปที่ข้อ 1 เลย ว่า Requirement เราจะทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้บ้างไหม </p>



<h3 class="wp-block-heading"><meta charset="utf-8">สิ่งที่แนะนำ</h3>



<p>ให้ลองเขียน Scenario ที่จะเกิดขึ้น ว่าแต่ละข้อจะกระทบด้านไหนบ้าง (เช่น การเงิน ปฏิบัติการ ภาพลักษณ์ กฎหมาย) ส่งผลในระดับไหน คาวมรุนแรงแค่ไหน แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ใครรับผิดชอบ (และอย่าพลาดตกม้าตาย เช่น ใช้ Admin Page เด็กน้อย หรือ  Outsource ไปคุยกับลูกค้า บางครั้งความรู้สึกไม่เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ความไม่ข้าใจ หรือคุมอารมณ์ไม่ได้ จะทำให้เรื่องบานปลายหนักกว่าเดิม)</p>



<p>และสุดท้าย ใน Requirement อย่าลืมใส่เรื่องของการ Logging, Monitoring, Tracking และกำหนดเรื่องของ Exception Error ไว้ให้ครอบคลุมด้วย เพื่อจะช่วยแก้ปัญหาได้ไวยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้าสั่งซื้อไม่ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">4. อีกปัญหาที่หนักกว่าเรื่อง Platform คือ Operation หลังบ้าน </h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="750" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-thaipost-change-processpng-1-1200x750.png" alt="" class="wp-image-6051" srcset="https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-thaipost-change-processpng-1-1200x750.png 1200w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-thaipost-change-processpng-1-1024x640.png 1024w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-thaipost-change-processpng-1-768x480.png 768w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-thaipost-change-processpng-1-700x438.png 700w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2021/09/ecommerce-thaipost-change-processpng-1.png 1280w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption>เมื่อมันเจอปัญหา ก็เลยต้องเปลี่ยนกระบวนการ และมันก็มีวิวัฒนาการของมันมาเรื่อยๆ เพราะปัญหาเจออยู่เรื่อยๆ</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><meta charset="utf-8">สิ่งที่พบ</h3>



<p>ต่อจากข้อ 1 หลังจากคุยเพื่อกำหนด Requirement จนเป็นที่น่าพอใจ แต่สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ Operation หลังบ้าน จะทำอย่างไร ต้องปรับเปลี่ยนอะไรไหม</p>



<p>ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาในตอนที่ขายได้ 5 ชิ้น 10 ชิ้น ต่อวัน แต่มันจะเป็นปัญหาเมื่อขายได้ ร้อยชิ้น พันชิ้น หรือหมื่นชิ้นต่อวัน </p>



<p>เมื่อก่อนตอนทำ TARAD.com ผมเจอเรื่องแปลกๆที่ไม่เข้าใจ เวลามีเซลส์เล่าว่า ลูกค้าปิดร้าน ไม่ทำต่อแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า ขายดีเกินไป!! (ทุกวันนี้ผมก็ยังได้ยินเรื่องแนวๆนี้อยู่บ้าง) จนเมื่อต้นปี 2563 ผมได้เปิดร้านขายของเล็กๆใน Shopee, Lazada ก็สนุกดี ขายได้อาทิตย์ละ 1-2 ชิ้น จนผมเริ่มจริงจังมากขึ้น กลายเป็นวันละ 2-3 ชิ้น บางวันก็ได้ 10 ชิ้น ดีใจมากที่ขายได้ทุกวัน และสะดวกด้วยเพราะที่บ้านและทำงานใกล้ไปรษณีย์ทั้งคู่</p>



<p>จนวันหนึ่ง มีออเดอร์เข้ามา 40 ชิ้น สิ่งแรกที่ผมกังวลคือ ผมจะต้องใช้เวลาแพ็คเท่าไร ขนไปไปรษณีย์อย่างไร ซึ่งแต่เดิมตอนขายได้น้อย ผมไปซื้อกล่องและแพ็คที่ไปรณีย์เลย ยืนเขียนจ่าหน้า<meta charset="utf-8">กล่องทีละคนตรงนั้นได้เลย แต่ผมประเมินแล้วผมคงทำแบบนั้น 40 กล่องไม่ได้ ตกเย็นผมจึงรีบไปซื้อกล่อง ซื้อสก็อตเทป แล้วกลับมาแพ็คของ เขียนจ่าหน้า<meta charset="utf-8">กล่องทีละคน กว่าจะเสร็จ เสียเวลาไป 2-3 ชั่วโมง </p>



<p>วันต่อๆมาเจออีก วันละ 30-50 ชิ้น ผมก็ทำแบบเดิม และเสียเวลา 2-3 ชั่วโมง ทุกวัน จนผมคิดว่า สิ่งที่ช้าสุดตอนนี้คือการแพ็คของและจ่าหน้ากล่อง ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนแพคเกจจากกล่อง มาเป็นซองกระดาษบับเบิลแบบมีเทปกาวปิดในตัว และซื้อ Thermal Printer มาพิมพ์แทน นอกจากย่นระยะเวลาได้อย่างมากแล้ว ยังประหยัดค่าส่งไปรษณีย์อีกด้วย ลดพื้นที่ขาส่งสินค้าด้วย</p>



<p>ตัวอย่างของผมเป็นเรื่องจิ๊บๆ มาก คนที่ทำจริงจังที่ผมเคยได้ยินมา เขาระดมคนทั้งบ้าน เพื่อนบ้าน มาช่วยแพ็คกันทั้งวันทั้งคืน ในทุกเทศกาล 9.9 10.10 เลย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><meta charset="utf-8">สิ่งที่แนะนำ</h3>



<p>ในมุมของบริษัทใหญ่ๆ เอง ที่ไม่ได้ยืดหยุ่นแบบผม หรือแบบร้านค้ารายเล็กๆ อาจจะต้องคิดเผื่อไว้นะครับ อย่าคิดว่าตัวเองมีระบบไอทีช่วย มีกำลังคนมาก หรือยอดขายไม่ปัง ไม่ต้องคิดเผื่อนะครับ เพราะเคยเห็นๆ อยู่บ้าง เช่น ฝ่ายการตลาดเอาดารามาโปรโมท ปรากฎว่าจากขายได้วันละไม่กี่สิบออเดอร์ พุ่งไปวันละเกือบพันออเดอร์ติดกันหลายวัน กลายเป็นว่าต้องระดมคนมาทำ Operate เช็คเงิน แพ็คของ ส่งของ ให้ลูกค้ากันเป็นอาทิตย์</p>



<p>เรื่อง <meta charset="utf-8">Operation ที่จะคุยกัน มีทั้งระบบพอช่วยได้ และทั้งกระบวนการทำงานที่ต้องจัดตั้งขึ้นมา ผมขอแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ &#8220;Operation มาตรฐาน&#8221; กับ &#8220;Operation ตาม Scenario&#8221;</p>



<p><strong>Operation มาตรฐาน</strong> เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ลูกค้าทำ Order เสร็จ จะส่งข้อมูลไปให้ระบบ ERP/CRM/Royalty Program อะไรไหม</li><li>ลูกค้าทำ Order เสร็จ จะส่งข้อมูลอะไรบอกเขาบ้าง ช่องทางไหนบ้าง</li><li>ฝั่ง Pick/Pack จะรู้ได้อย่างไรต้องจัดของเมื่อไร และปริมาณเท่าไร ถ้าของไม่พอทำอย่างไร</li><li>บริษัทขนส่ง จะรู้ได้อย่างไรต้องมารับของเมื่อไร และปริมาณเท่าไร และส่งให้ใครบ้าง ต้องเก็บเงินปลายทางด้วยหรือไม่</li><li>การเงินจะรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นรายรับ</li><li>ประสิทธิภาพของทีม Pick/Pack และบริษัทขนส่ง ทำได้กี่ชิ้น ทำได้กี่ Order ต่อวัน</li><li>การใช้เวลาของแต่ละขั้นตอนใช้เท่าไร (SLA) ตั้งแต่ลูกค้าทำรายการสำเร็จ จนส่งของถึงมือ</li><li>ฝั่ง Marketing จะรู้ได้อย่างไรว่าปิดดีล ไม่ต้องไปตามส่ง Ads หลอกหลอนลูกค้าให้น่ารำคาญและเปลืองเงิน</li><li>Stock สินค้าออนไลน์ กับออฟไลน์ รวมกันหรือแยกกัน จะ Sync กันอย่างไร ถ้ามีหลายสาขา จะ Sync อย่างไร</li><li>ฯลฯ</li></ul>



<p><strong>Operation ตาม Scenario</strong> เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ถ้าลูกค้าทำ Order มากเกินประสิทธิภาพของทีม Pick/Pack และบริษัทขนส่ง จะทำอย่างไร</li><li>ถ้าลูกค้าต้องการเปลี่ยนชนิดสินค้า, เปลี่ยนขนาด, เปลี่ยนรูปแบบ สินค้า ทำได้ไหม</li><li>ถ้าลูกค้าต้องคืนสินค้า/คืนเงิน มีกระบวนการติดต่ออย่างไร ส่งกลับอย่างไร ใครรับภาระค่าใช้จ่าย  เงื่อนไขอย่างไรบ้าง</li><li>ลูกค้าสั่งสินค้าแล้ว ชำระเงินแล้ว บังเอิญไม่มีสินค้าส่ง จะทำอย่างไร (เช่น ของที่มีอยู่ชำรุดเสียหาย ต้องนำเข้า Stock ใหม่)</li><li>ลูกค้าสั่งสินค้าแล้ว เก็บเงินปลายทาง แต่ลูกค้าปฏิเสธรับของทำอย่างไร</li><li>บริษัทขนส่งสินค้าทำสินค้าหาย ทำอย่างไร</li><li>สินค้าส่งไป มีตำหนิ มีมาตรการตรวจสอบ ส่งข้อมูล ติดต่อ และกระบวนการแก้ไขอย่างไร </li><li>ฯลฯ</li><li></li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>E-Commerce เรื่องสำคัญคือกระบวนการทำงาน ที่เราต้องใช้ผู้เกี่ยวข้องคุยร่วมกันให้ตกผลึกก่อน ส่วนระบบไอทีเป็นเรื่องที่จะตามมาหลังจากนั้น </p>



<p><meta charset="utf-8">จะสังเกตว่า ปัญหาเหล่านี้เอง ไม่สามารถคิดคนเดียว หรือจากแผนกๆ เดียวได้ แต่เกิดจากการที่ผู้ชำนาญในแต่ละฝ่ายของตน มาระดมสมองช่วยกันคิด เพื่อให้เกิด Requirement ที่ครอบคลุมทั้งปัจจุบันและอนาคต และเหมาะสมกับองค์กรที่สุด</p>



<p>ผมชอบได้ยินหลายๆ บริษัท บอกว่า <meta charset="utf-8">E-Commerce เหมือนเป็นสาขาอีกสาขาหนึ่ง ซึ่งก็ถูก แต่พอคุยต่อไป กลับคุยแต่เรื่องการก่อสร้าง จะทาสีอะไร ใช้วัสดุไหน จัดวางสินค้าอย่างไร และคุยเรื่อง Operation เพียงนิดเดียว เพราะคิดว่าแบบเดิมน่าจะรองรับได้ แต่เปล่าเลย เราคิดไปไม่จบต่างหาก เราเลยมองไม่เห็นว่าความแตกต่างว่าอยู่ตรงไหน</p>



<p><meta charset="utf-8">เอาจริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องภาพลักษณ์ หรือค่าธรรมเนียม ระบบไม่ต้องมีก็ยังได้ ใช้พวก Platform แบบ Shopee, Lazada, Shopify เพื่อเป็นหน้าร้านช่องทางขายของ จากนั้นไป Integrate กับระบบเดิมเราเพื่อลดการทำงานแบบ Manual ก็ไม่ต้องวุ่นวายกับ Server หรือระบบอะไรเลย เรามีหน้าที่ทุ่มเทโปรโมท ขาย จัดส่ง นับเงินอย่างเดียว อิอิ</p>



<p>ต้องบอกว่าบล็อกนี้เหมือนได้ปล่อยของ พร้อมกับปล่อยแก่ หยิบยกสิ่งที่เจอหลายๆ อย่าง ในชีวิตการทำงาน E-Commerce มาเล่าสู่กันฟัง หากมีประโยชน์ก็แชร์ได้เลย หรือมีอะไรแลกเปลี่ยนก็พูดคุยกันได้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://myifew.com/5734/ecommerce-is-operation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>[Infographic] ถ้าอยากขายของออนไลน์ ทำอย่างไร และขายที่ไหนดี</title>
		<link>https://myifew.com/505/infographic-humorous-guide-to-selling-products-online-flow-chart/</link>
					<comments>https://myifew.com/505/infographic-humorous-guide-to-selling-products-online-flow-chart/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[iFew]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Mar 2013 18:16:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Infographic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://myifew.com/?p=505</guid>

					<description><![CDATA[ไปเจอภาพมาจาก cpcstrategy.com ที่พูดถึงช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ที่ดีที่สุด, ภาพมันค่อนข้างช่วยมือใหม่ได้อย่างดี เพราะนักขายมือใหม่มักจะกลัวนั่นนี่เสมอ (รวมถึงผมด้วย) แต่ด้วยความกลัวนั่นแหละ มันมีทางเลือกครับ

ภาพนี้มันจะเริ่มต้นจากที่คุณไม่รู้อะไรเลย แล้วมีเงื่อนไขต่างๆนานา จากนั้นมันจะให้คำตอบคุณได้ว่า เงื่อนไขที่คุณเลือกตอบ จะขายสินค้าออนไลน์อย่างไรดี อ่านเพลินๆก็สนุกดี แต่ก็ได้ความรู้ครับ ว่าเว็บไหนเหมาะขายอย่างไร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไปเจอภาพมาจาก <a href="http://www.cpcstrategy.com/blog/2012/05/sell-products-online/" target="_blank">cpcstrategy.com</a> ที่พูดถึงช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ที่ดีที่สุด, ภาพมันค่อนข้างช่วยมือใหม่ได้อย่างดี เพราะนักขายมือใหม่มักจะกลัวนั่นนี่เสมอ (รวมถึงผมด้วย) แต่ด้วยความกลัวนั่นแหละ มันมีทางเลือกครับ</p>
<p>ภาพนี้มันจะเริ่มต้นจากที่คุณไม่รู้อะไรเลย แล้วมีเงื่อนไขต่างๆนานา จากนั้นมันจะให้คำตอบคุณได้ว่า เงื่อนไขที่คุณเลือกตอบ จะขายสินค้าออนไลน์อย่างไรดี อ่านเพลินๆก็สนุกดี แต่ก็ได้ความรู้ครับ ว่าเว็บไหนเหมาะขายอย่างไร</p>
<p>ปล. *แอบสปอย คือผมตลกรูปสุดท้าย ตรงที่ว่า &#8220;ถ้ามึงยังตอบโจทย์ตัวเองไม่ได้ มึงก็ลืมเรื่องการขาย แล้วไปแจกฟรีเถอะ&#8221;</p>
<p><a href="https://myifew.com/505/infographic-humorous-guide-to-selling-products-online-flow-chart/sell-products-online-infographic/" rel="attachment wp-att-506"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-506" alt="sell-products-online-infographic" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/03/sell-products-online-infographic.jpg" width="613" height="4430" /></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://myifew.com/505/infographic-humorous-guide-to-selling-products-online-flow-chart/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
