<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Neuromarketing &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<atom:link href="https://myifew.com/tag/neuromarketing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://myifew.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 May 2017 05:06:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://myifew.com/wp-content/uploads/2018/07/cropped-logo6-ts-32x32.png</url>
	<title>Neuromarketing &#8211; Few Steps &#8211; ก้าวสั้นๆ แต่ไปเรื่อยๆ</title>
	<link>https://myifew.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม น่ากลัว แต่สนุก!</title>
		<link>https://myifew.com/627/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://myifew.com/627/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[iFew]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 May 2013 17:16:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Philosophy]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Neuromarketing]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://myifew.com/?p=627</guid>

					<description><![CDATA[หนังสือประเภท เศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมเยอะแฮะ
เทรนด์ทำการตลาดระดับจิตวิทยามาแรง ผู้บริโภคแบบเราๆก็ไม่รู้ตัวมากขึ้น
การตลาดแบบเก่าๆ demand supplies ก็แทบไม่มีผล]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-628" alt="942838_10152825691255644_2147376178_n" src="https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n.jpg" width="720" height="720" srcset="https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n.jpg 720w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-185x185.jpg 185w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-370x370.jpg 370w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-542x542.jpg 542w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-150x150.jpg 150w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-300x300.jpg 300w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-550x550.jpg 550w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-600x600.jpg 600w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-100x100.jpg 100w, https://myifew.com/wp-content/uploads/2013/05/942838_10152825691255644_2147376178_n-700x700.jpg 700w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></a></p>
<p>หนังสือประเภท เ<strong>ศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม</strong>เยอะแฮะ<br />
เทรนด์ทำการตลาดระดับจิตวิทยามาแรง ผู้บริโภคแบบเราๆก็ไม่รู้ตัวมากขึ้น<br />
การตลาดแบบเก่าๆ demand supplies ก็แทบไม่มีผล</p>
<p>ถ้านักการตลาดรุ่นใหม่เหล่านี้เขาสามารถทำให้คนนอนอยู่ที่บ้านไม่คิดอะไร<br />
แต่สามารถลุกออกจากบ้านไปซื้อสินค้าเขาได้<br />
เหมือนกับนอนอยู่บ้านไม่ได้อยากได้มือถือ<br />
แต่คืนหนึ่งเสล่อไปดูงานเปิดตัว iphone4 ที่สตีฟจ็อบพูด<br />
แล้ววันรุ่งขึ้นต้องไปต่อแถวซื้อทันที..</p>
<p>ดังนั้นผู้บริโภคแบบเราควรมีเกราะป้องกันการตลาดแบบนี้ดีๆ<br />
นั่นคือ สติและปัญญา เท่านั้น ที่จะรู้เท่าทันอารมณ์และความต้องการของตนเอง<br />
และระงับความอยากได้</p>
<p>จะว่าไปนอกจากในรูป ก็มีเล่มดังๆ อีกสองเล่ม ที่น่าอ่านมากของ Dan Ariely คือ</p>
<p>&#8220;<strong>พฤติกรรมพยากรณ์ (Predictably Irrational)</strong>&#8221;<br />
และ &#8220;<strong>เหตุผลที่ไม่ควรมีเหตุผล (The Upside of Irrationality)</strong>&#8221;</p>
<p>ของพวกนี้ เป็นดาบสองคม แต่ถ้าเราอ่านเอาสนุก อ่านเอาความรู้<br />
อ่านเอาความเท่าทันของการตลาด ก็จะดีมากครับ ผมแนะนำเลย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://myifew.com/627/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Neuromarketing กับความเข้าใจแบบผม</title>
		<link>https://myifew.com/518/neuromarketing-dhamma/</link>
					<comments>https://myifew.com/518/neuromarketing-dhamma/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[iFew]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Apr 2013 17:01:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Philosophy]]></category>
		<category><![CDATA[Neuromarketing]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://myifew.com/?p=518</guid>

					<description><![CDATA[ซึ่งจริงๆแล้ว มันมีขั้นตอนในสมองเกิดขึ้นหลายอย่าง เพียงแต่เราจับความรู้สึกเป็นขั้นตอนของมันไม่ทัน เพราะกระบวนการมันเกิดเร็วมากๆ ต้องมีสติพิจารณามากพอสมควรครับ ซึ่งในเชิงพุทธศาสนาจะเรียกว่าขันธ์ 5 แต่สำหรับศาสตร์ Neuromarketing เขาจะแบ่งไว้ 4 ข้อ ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเคยเป็นคนที่ชอบอ่านวิชาจิตวิทยามาก เพราะจำฝังใจเรื่องเคล็ดวิชาอ่านใจคนอื่นจากพวกหนังพวกละครปาฎิหารย์ แต่หลังจากเริ่มอ่านธรรมะแล้วหันกลับมามองตัวเองตัวเองมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ทำคือ ลดความสำคัญของวิชาจิตวิทยาลง และมองมันเป็นเพียง sub set ของวิชาใหม่ที่กำลังลุ่มหลง<span id="more-518"></span></p>
<p>ความรู้สึกที่ได้อย่างแรกคือ [tweetherder]คนอื่นทำให้ฉันทุกข์หรือเสียใจอย่างไร ฉันก็จะไม่ทำกับคนอื่นๆแบบนั้น[/tweetherder] และ[tweetherder]ฉันชอบฉันลุ่มหลงอะไร ฉันก็คาดว่าคนส่วนมากก็ต้องคิดแบบนั้น..[/tweetherder]</p>
<p>ในช่วงแรกที่บ่อยครั้งก็ชอบเล่นกับกิเลสของคนอื่น เพื่อให้เขาทำตามที่เราต้องการ แต่สุดท้ายมันก็วกกลับเข้ามาทำร้ายตัวเอง เพราะเราไปเสพเอากิเลส เอาพฤติกรรมคนอื่นมาเป็นของตัวเอง (อันนี้เรื่องจริง ขอเตือนไว้ อย่าไปล่นกับกิเลส โดยเฉพาะของคนอื่น)</p>
<p>หลายปีที่ผ่านมาผมไม่สนใจจะเป็นแบบเดิมแล้ว และไม่ทะเยอทะยานที่จะไปรับรู้เรื่องของคนอื่นมากนัก หรือไปหลอกใช้อะไรใครทั้งนั้น แต่บังเอิญมันนึกขึ้นได้เพราะเพิ่งไปอ่านเรื่อง <strong>[tweetherder]การตลาดประสาทวิทยา (Neuromarketing)[/tweetherder]</strong> มาหมาดๆ ก็ไม่รู้นะว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกันไหม แต่อยากแถเขียนๆไปให้อ่านกัน ฮ่าๆ</p>
<p>ในวิจัยเรื่อง How Customer Think 2003 โดย  Prof.Gerrad Zeltman บอกว่า<strong> &#8220;[tweetherder]95% ของการตัดสินใจของคนเรา เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว[/tweetherder]&#8221;</strong></p>
<p>ซึ่งจริงๆแล้ว มันมีขั้นตอนในสมองเกิดขึ้นหลายอย่าง เพียงแต่เราจับความรู้สึกเป็นขั้นตอนของมันไม่ทัน เพราะกระบวนการมันเกิดเร็วมากๆ ต้องมีสติพิจารณามากพอสมควรครับ ซึ่งในพุทธศาสนาเรียกว่า ขันธ์ 5 แต่สำหรับศาสตร์ Neuromarketing เขาจะแบ่งไว้ 4 ข้อ คือ</p>
<ul>
<li><strong>Diagnose the pain &#8211; วินิจฉัยหาสิ่งที่เป็นข้อโต้แย้ง</strong><br />
ตรงกับ วิญญาณ คือให้ลูกค้าสร้างความรับรู้จากอายตนะทั้ง 6 มี หู ตา จมูก ลิ้น กายใจ</li>
<li><strong>Differentiate your claims &#8211; สร้างความแตกต่างให้ข้อเสนอของเรา</strong><br />
ตรงกับ เวทนา คือสร้างอารมณ์ของลูกค้าให้เกิดขึ้นว่า ชอบ ไม่ชอบ เฉยๆ</li>
<li><strong>Demonstrate the gain &#8211; ชี้ให้เห็นว่าถ้าใช้สินค้าของเราแล้วลูกค้าจะได้อะไรมากขึ้น</strong><br />
ตรงกับ สังขาร คือให้ลูกค้าจินตนาการปรุงแต่งความคิดไปต่างๆนานา</li>
<li><strong>Deliver to the reptilian brain &#8211; กระตุ้นเข้าไปที่สมองส่วนเก่า</strong><br />
ตรงกับ สัญญา คือให้ลูกค้าไปดึงข้อมูลส่วนเก่าในความทรงจำของเขาออกมา ว่ารับรู้แบบนี้แล้วเกิดการตัดสินใจแบบไหนต่อไป</li>
</ul>
<p>(ซึ่งยังเหลืออีกข้อคือ รูป เป็นเรื่องของร่างกาย พฤติกรรม คุณสมบัติต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างขึ้นมาจับต้องได้ ถ้าเทียบแล้วคงเป็นเรื่องสินค้าของเราที่จะขายลูกค้า)</p>
<p>และไอ้เจ้าศาสตร์ Neuromarketing นี่เอง ได้พูดถึงเรื่องการกระตุ้นทางสมอง (Reptilian หรือ old brain) โดยกระตุ้นให้สมองส่วนเก่าทำงาน พูดง่ายๆคือเคยจดจำสิ่งต่างๆนานาอะไรไว้ มันจะดึงภาพเหล่านั้นมาให้เราวนเวียนอีก โดยมีสิ่งเร้าอยู่  6 ประเภท คือ</p>
<ul>
<li><strong>Self-Centered &#8211; ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทำให้ตัวเองมีความสุขสบาย ปลอดภัย และอยู่รอด</strong><br />
แน่นอนว่าสัญชาตญาณมนุษย์ล้วนเอาแต่ใจและหาความสุขใส่ตัวเสมอ</li>
<li><strong>Contrast &#8211; ความคิดที่ขัดแย้ง การขัดจังหวะในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย</strong><br />
อะไรที่โดดเด่นขึ้นมา เรามักมองเห็นเป็นอย่างแรก และจดจำได้เสมอ เช่น ผู้หญิงสวย ผู้ชายหล่อ เสื้อสีฉูดฉาด เรื่องดราม่าต่างๆนานา พวกทำเรื่องแปลกแหวกแนว</li>
<li><strong>Tangible &#8211; ไม่ค่อยตอบสนองกับข้อความซับซ้อน แต่จะชอบและสนใจในเรื่องอะไรที่เข้าใจได้ง่ายๆ</strong><br />
(เวลาเราไม่เข้าใจ เรามักวาดภาพอธิาย หรือถ้าเห้นภาพเราจะเข้าใจง่ายกว่า ซึ่งส่งผลให้สมัยนี้จะนิยมทำ inforgraphic เพื่ออธิบายข้อมูลได้ง่ายๆ)</li>
<li><strong>Beginning &amp; End &#8211; จดจำได้ดีในช่วงเริ่มต้น และ ช่วงสุดท้าย มากกว่าช่วงกลางของเรื่อง</strong><br />
มีคนเคยสอนผมเรื่องการพบเจอไว้ว่า &#8220;เจอกันด้วยความประทับใจ จากไปให้เขาคิดถึง&#8221; ซึ่งสำนวนแบบนี้มีมานาน เพราะคนโบราณเข้าใจถึงเรื่อง first impression และ Leave a Lasting Impression (ดัดจริตพิมพ์อังกฤษไปอย่างนั้นแหละ จะได้ดูยากๆเข้าใจ ดูว่าเก่งดี)</li>
<li><strong>Visual &#8211; คิดเห็นเป็นภาพ สามารถกระตุ้นความสนใจ และปฏิกิริยาตอบสนอง</strong><br />
คือถ้าข้อมูลเข้าใจง่ายแล้ว ก็ต้องมีอะไรดึงดูดให้สนใจด้วย เช่น ดูมีความเคลื่อนไหว, แปลกใหม่, ผิดปกติ, กำกวม, ใช้ใบหน้าแสดงอารมณ์ดึงดูด</li>
<li><strong>Emotion &#8211; มีความสัมพันธ์กับอารมณ์ ถูกกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นผ่านอารมณ์ต่างๆ</strong><br />
เรื่องนี้คนไทยเข้าใจได้ดี หากเคยชมโฆษณาของ ไทยประกันชีวิต เช่น Silence of Love, ตายาย ดูแลกัน, พ่อเป็นใบ้, ปู่ชิว</li>
</ul>
<p>สิ่งกระตุ้นเหล่านี้ ถ้าหากพิจารณาให้ดี มันคือความเป็นปกติของมนุษย์ (คำสวยๆหน่อยก็คือ สัญชาตญาณมนุษย์) จริงๆเราเราทุกคนรู้ดี เราทุกคนเป็นแบบทั้ง 6 ข้อ เพียงแต่เราไม่มีสติพอจะจับประเด็นเป็นข้อๆได้</p>
<p>หากวกกลับเข้าพุทธศาสนา มันคือ การทำให้มีสติอยู่กับตัวเอง เราก็จะได้เรียนรู้ความต้องการและไม่ต้องการของตัวเราเอง และนั่นก็คือกับผู้อื่นด้วย หรือที่เราเรียกว่า [tweetherder]&#8221;เอาใจเขามาใส่ใจเรา&#8221;[/tweetherder] นอกจากจะไปใช้ประโยชน์ทางการตลาดได้แล้ว ยังจะทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะหากไม่เอากิเลสไปหลอกลวงคนอื่น หรือเราเองใจอ่อนให้กับกิเลส</p>
<p>ผมชอบย่อหน้าหนึ่งของคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ในหนังสือ CEO โลกตะวันออก เลยขอฝากทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่งครับ</p>
<p>&#8220;ในขณะที่ชาวตะวันตกกำลังหันมาหาวิถีแห่งตะวันออก เราชาวตะวันออกกลับวิ่งไล่ตามตะวันตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา วิ่งตามจนเหนื่อย เมื่อลืมตาขึ้นมามองให้ชัดๆ ก็อาจจะตกใจว่า วิ่งมาหยุดอยู่ตรงจุดที่บรรพบุรุษของเราเคยยืนอยู่ และเป็นจุดที่เราพยายามวิ่งหนีมาโดยตลอด!?&#8221;</p>
<p>และขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงตรัสไว้ดีแล้ว..</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://myifew.com/518/neuromarketing-dhamma/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
