บ่นหน่อยเถอะ ไอ้แอพ My Budget for iPhone

ตอนใช้ My Budget ใน Android แล้วรู้สึกชอบ สะดวก ก็ใช้มาเป็นปีๆจนชิน แต่พอมาใช้ iPhone ก็เลยซื้อยี่ห้อเดิมมาใช้

ปัญหาแรกที่เจอคือ import ข้าม platform มาไม่ได้, อ่ะ อันนี้ก็ทำอารมณ์ข้ามไป กรู เริ่ม config แล้วกรอกใหม่ก็ได้ ใช้ไปสักพักก็เริ่มหงุดหงิดเพราะ UX ห่วยแตก สู้ในเวอร์ชั่น Android ไม่ได้เลย มีที่ไหน เอาปุ่ม “ลบ” วางใกล้ๆปุ่ม “เพิ่ม” แถมไม่ลบธรรมดาครับ เป็นการ “Clear All” คือ ลองไปลบประเภทรายจ่ายตัวนึง นึกว่าลบอันเดียว แม่งลบหายหมดทุกอัน ต้องม config ใหม่อีกรอบ ก็ทนๆ ใช้มาหนึ่งเดือน จนตอนนี้ก็มาเจอ Bug ตอนทำสรุป Budget อีก ง่อยมาก บวกลบคูณหาร ทำกราฟไม่ได้ตรงความเป็นจริงเล้ย อีเมลไปหาไอ้คนทำตั้งแต่ปัญหา import/export แม่งก็ไม่เคยตอบ สุดท้าย เสียตังไปซื้อ Pocket Expense มาใช้แทน แถมต้องมาเสียเวลา config ให้ตรงกับบัญชีรายรับรายจ่ายสรุปบน Google Docs ใหม่อีก เมี่ยงเอ๊ย

จะเขียน review ซะหน่อย หมดอารมณ์ เขียนบ่นแทนละกัน

——

if someone who found to this article and will purchasing application My Budget (iPhone Version). it’s so idiot User Interface and have many bugs. i think you don’t use it to bad moody like me

ลุยม่อนจอง ดูผาหัวสิงห์ และกุหลาบพันปี

หากถามผมว่ามีที่ไหนเหมาะกับคนที่อยากลองเดินป่าครั้งแรก ผมจะเสนอสองที่คือ ผาสองฤดู และ ม่อนจอง เพราะทั้งสองที่นี้ เดินง่าย ไม่ไกล และสวยงามตามท้องเรื่อง..

ม่อนจอง อยู่ในเขต อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หากใครไปก็ติดต่อหน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ที่นั่นเราจะต้องต่อรถ 4WD ที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ นั่งยาวไปอัก 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเส้นทางที่โครตมันส์ โดยเฉพาะช่วงฝนตก เหมือนได้ทริป off-road ไต่เขาไปในตัว (หาข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์บริการการท่องเที่ยวดอยม่อนจอง)

วันที่ไปถึงเป็นช่วงพายุเข้าเชียงใหม่พอดี หมอกที่อมก๋อยหนามากสลับกับฝนตก ต้นไม้เขียวและชุ่มสดชื่นมาก แต่ก็ทำให้เส้นรถและทางเดินลื่นตามไปด้วย มันส์ไปอีกแบบ

20131214_084811
หมอกหนามากครับ ระหว่างทางในอมก๋อย

20131214_100129
ช่วงที่ผมไป มีหลายกลุ่มได้มาพร้อมกันด้วย คาดว่าน่าจะ 200 คนได้เลย (แค่ทีมที่ผมไปด้วยก็ 30 คนแล้วครับ)

20131214_101218
จัดถ่ายกระเป๋าขึ้นรถ 4WD ที่ทางหน่วยฯ จัดเตรียมให้ แล้วเราก็ต้องติดรถเพื่อไปจุดเริ่มเดินอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

20131214_102753
ทั้งหนาว ท้ังแดด พร้อพเลยจัดเต็มมากครับ ฮ่าๆๆ

ระหว่างทางที่นั่งรถไป (จริงๆยืนกระบะหลังไป) จะผ่านหมู่บ้านมูเซอ ซึ่งยังคงความเก่าไว้แบบเดิมๆ น่าสนใจมาก แต่ไม่มีโอกาสได้แวะลงไปเที่ยว ไปถ่ายรูปเลย เสียดายเล็กๆ และทางที่ไปจะเป็นป่าสนเกือบหมด ค่อนข้างแปลกตา ซึ่งผมคิดว่าป่าสนน่าจะถูกปลูกขึ้นใหม่เพิ่มเติม เพราะเรียงกันเป็นแถวสวยงาม ดูเพลินตามาก ส่วนถนนก็คดเคี้ยวให้โยกไปมา และมีให้ก้มตัวหลบกิ่งไม้กันตลอดเวลา กว่าจะถึงก็ดูดแรงพวกเราไปเยอะพอสมควร

จุดที่เริ่มเดินจะเป็นลานเล็กๆ มีองค์พระพุทธรูปให้ได้กราบไหว้ขอพรกันก่อน ลูกหาบจะตระเตรียมของ และลูกทัวร์ก็เตรียมตัว จะกินข้าว จัดกระเป๋าอะไรก็ให้เสร็จสรรพกันตรงนี้เลย

20131214_120811
พวกเรามาถึงจุดเริ่มเดินตอนเที่ยง เลยนั่งกินข้าวกันก่อน เอาแรง

20131214_121911
ทีม TrekkerHut.com ได้สปอนเซอร์เสื้อกันหนาวจาก Isuzu D-Max มาแจกลูกหาบกันด้วยนะคร้าบ

เส้นทางที่เดินประมาณ 6-7 กิโลเมตร ใช้เวลา 4 ชั่วโมง แต่ถ้าเดินไวๆหน่อยก็ 2 ชั่วโมงได้อยู่ เส้นทางไม่ชันมาก และทางค่อนข้างชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง (แต่ก็ควรมีลูกหาบหรือเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ) ในตอนแรกนี้จะเจอทางขึ้นลงบ้างให้พอยืดกล้ามเนื้อ แต่ก็เต็มไปด้วยต้นไม้ เดินเย็นๆ ร่มรื่นมากครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อเดินมาถึงครึ่งทาง จะเจอกับหินก้อนใหญ่ พอจะได้นั่งพักและไต่ขึ้นไปชมวิว 360องศา ถ่ายรูปเก๋ๆ พร้อมรับลมเย็นให้ชื่นใจ เป็นกำลังใจก่อนถึงจุดหมาย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หินก้อนใหญ่ ครึ่งทางแล้วครับ ไว้เป็นจุดรวมพล พักผ่อน ถ่ายวิว รับลมเย็นๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เมื่อมองจากบนก้อนหิน สดชื่นเลยทีเดียวครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
อีกมุมจากบนก้อนหินครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หลังจากผ่านก้อนหินใหญ่แล้ว เราจะเริ่มเดินบนสันเขาไปเรื่อยๆ เป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ เปิดวิวให้เห็นทิวเขาไกลสุดลูกหูลูกตา

เดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอป่าก่อนที่จะไปถึงลานกอล์ฟช้างที่เป็นเส้นทางไปยอดหัวสิงห์ ทีมที่ผมไปด้วย TrekkerHut จะตั้งแคมป์กันที่จุดนี้ โดยมีข้อดีคือ ใช้หลบลมหนาว(ที่นี่ลมแรงมาก)ได้ดี แต่ข้อเสียคือไกลจากแหล่งน้ำ และไกลจากยอดหัวสิงห์มากกว่าทีมอื่นๆ

หลังจากกางเต๊นท์และได้พักเหนื่อยไปนิดหนึ่ง ก็เดินต่อไปยังหัวสิงห์ ต้องบอกว่าเส้นทางนี้จะผ่านลานทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เรียกว่าลานกอล์ฟช้าง สามารถเดินไปถ่ายรูปไปด้วยตลอดทาง เพราะสวยตลอดทางจริงๆครับ ถ้าใครโชคดีก็อาจได้เห็นทะเลหมอก แต่ถ้าโชคร้ายหน่อยก็อยู่ในหมอก มองไม่เห็นวิวอะไรเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เริ่มเดินจากขุดกางเต๊นท์จะเห็นยอดหัวเสือไกลลิบๆ จะมีป้ายบอกว่าเป็นลานกอล์ฟช้าง (ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกอล์ฟช้าง)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
วิวมันสวยใช่ไหมล่าาาา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เดินมาได้ครึ่งทางจากจุดกางเต๊นท์ หัวสิงห์เริ่มชัดเจน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พอมามองใกล้ๆ บางคนก็บอกว่าเหหมือนหัวลิงบาบูนมากกว่า เออก็จริงนะ เห็นคนไหมครับ ตัวเล็กนิดเดียวเอง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ณ จุดหัวสิงห์นี้เอง จะเต็มไปด้วยต้นกุหลายพันปี ซึ่งช่วงที่ผมไป กุหลาบพันปียังไม่เต็มที่นักจึงไม่บานสะพรั่งเต็มต้น แอบเสียดายเล็กๆ

บนหัวสิงห์มีป้ายให้ถ่ายเป็นที่ระลึกว่าเราว่าพิชิตยอดม่อนจองกันสำเร็จแล้วจ้า ณ จุดนี้เอง เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกดินมากครับ แต่ถ้าจะชม ก็ควรพกไฟฉายติดตัวไปด้วย เพราะเส้นทางระหว่างเต๊นท์กับยอดหัวสิงห์ไกลกันประมาณ 1-2 กิโลเมตร และด้านหนึ่งเป็นเหวด้วย ถ้าเดินมืดๆอาจเจออันตรายได้ครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ถ่ายคู่กับป้ายเป็นที่ระลึก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
มองย้อนกลับไปทางที่เดินมา สวยมากครับ เราเดินบนสันเขา เลาะหน้าผามาเรื่อยๆ

ส่วนใครจะดูดาวก็ดูจากตรงนี้ได้เช่นกันครับ หรือเลือกดูได้ทุกจุดตลอดแนวทางเดินเลย ไม่มีต้นไม้ขวางแน่นอน แต่วันที่ผมไปดาวไม่ชัด เพราะหมอกเยอะ และลมหนาวมาแรงมาก เดินกลับไปเต๊นท์สะท้านกันเลยทีเดียว

คืนนั้นนั่งคุยกัน ลมพัดแรงจนต้นไม้เสียงดังไปหมด ผมมารู้ทีหลังจากน้องที่ไปกับทีมอื่นๆ เขากางเต๊นท์ด้านลานกอล์ฟช้าง เต๊นท์ถล่มกันไปหลายหลัง แทบไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว นับว่าคืนนั้นโชคดีสำหรับพวกเราอย่างแรง

20131214_203003
นั่งดื่มกินท่ามกลางลมแรง

ตื่นเช้ามาเพื่อเตรียมกินข้าวและเก็บแคมป์ อากาศหนาวมากครับ คาดว่าสิบองศาต้นๆ แต่นั่นยังไม่เท่ากับเจอฝนตกด้วย! ผมว่ามีอุณภูมิตกไปเลขตัวเดียวเลยหละ โชคดีนะที่พกเสื้อกันฝนไปด้วย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเดินป่า ควรเช็คสภาพอากาศไว้ก่อนเดินทาง และแม้อากาศจะเป็นอย่างไร ก็เตรียมเสื้อกันหนาวและกันฝนไว้อย่าให้ขาด

20131215_093158
ขากลับเจอฝน หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม

1506875_10153627172335644_564061891_n
โชคดี พกชุดกันฝนมา
531986_10153627174880644_786452345_n

 

มีร่องรอยการลื่นมาเรียบร้อยแล้ว

20131215_111902
ขากลับเนื่องจากฝนตก ถนนลื่นมากครับ อันตรายจนต้องลงเดิน แล้วช่วยเข็นรถในบางจุด

20131215_114238
ทางรถวิ่งชันมาก โคลนเละมากๆ นอกจากได้เดินป่ายังแถมทริป off-road มาด้วย มันส์เลย

20131215_115016
ภูมิปัญญาชาวบ้านครับ เพิ่มดอกยางรถยนต์ให้วิ่งเกาะถนนให้ดีขึ้น

สรุปการเดินทาง

ระยะทางไม่ไกลมาก (พอๆกับเขาช้างเผือกและภูกระดึง) แต่เดินง่ายๆ ไม่ยาก
เป็นเขาทุ่งหญ้า เช่นเดียวกับ เขาช้างเผือก ส่วนตัวคิดว่าถ้าเขาช้างเผือกมันไปยากนัก ก็มาที่นี่ทดแทนพอได้นะ
มาเจอลมเย็นๆ กลางวันดูทิวเขา และพระอาทิตย์ตก กลางคืนดูดาวและทางช้างเผือก
เจ๋งมากเลยหละครับ

ความสวย: 10/10
ความสนุก: 8/10
ความยาก: ง่าย
แหล่งเติมน้ำ: มี

ระยะทาง: 6-7 กิโลเมตร (ถึงจุดกางเต๊นท์), 1-2 กิโลเมตร (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดหัวสิงห์)

ระยะเวลาขาขึ้น: ประมาณ 3 ชั่วโมง (ถึงจุดกางเต๊นท์), 1 ชั่วโมง (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดหัวสิงห์)
ระยะเวลาขาลง: ประมาณ 2 ชั่วโมง (จากจุดกางเต๊นท์)

ความสูงยอดดอย: 1,929 เมตร

มือใหม่ ย้ายจาก Android เป็น iPhone ต้องทำอย่างไร?

“move from Android to iPhone” เป็นคำถามแรกที่ผมลองค้น Google ก่อนจะตัดสินใจซื้อ iPhone มาใช้

ก่อนหน้านี้ ใช้ Android ตั้งแต่ HTC Magic> Samsung S2 > Samsung S4 (เก่ากว่านั้นอีกก็ Sony Ericsson T29 และสลับใช้ Nokia N8 บ้างบางคราว) ไม่เคยให้ความสนใจกับ Apple เลย เพราะคิดว่ามันแพงแบบโอเว่อร์ไปหน่อย

จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดว่ามันแพงแบบโอเว่อร์อยู่ดี แต่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนด้วยเหตุผลง่ายๆ แค่ว่า ต้องการบอดี้โลหะ และอยากลองเข้าสู่โลก Apple บ้าง ก็เท่านั้นเอง

ณ ตอนที่เขียนอยู่นี้ ใช้มา 2 วัน แล้วครับ ยังไม่ประสีประสาอะไร
พอจะสรุปความดีงามของมันให้ได้คร่าวๆ ดังนี้

  • ใช้ง่าย – ตรงนี้ยื่นความดีงามให้เลยข้อแรก เพราะผม no experience กับโลก apple ซึ่งลองคลำอยู่ไม่นาน ก็พอเข้าใจอะไรมันได้แล้ว (ผมเริ่มจากไปไล่ดูเมนู Settings ก่อนเลยอย่างแรก เพื่อให้รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง แล้วค่อยเริ่มลง app ต่างๆ เพื่อใช้งาน)
  • UX ดีมาก – ใช้งานได้คล่องดี ตามคำเล่าลือครับ
  • มันลื่นมาก – รู้สึกถึงความ Smooth as Silk มากครับ ผสมกับเอฟเฟกนุ่มๆ เลยทำให้มันดูดีเลยหละ
  • ไม่ค้าง – ขนาดผมลง app หลายตัวเท่าที่ผมจะใช้ไปแล้ว ก็ยังไม่มีงอแง หรือหน่วง
  • จอสวยมาก – ถือว่าสวยครับ (แต่ความรู้สึกผมไม่เห็นต่างจาก Samsung, Nokia เท่าไร)
  • กล้องเร็ว – อันนี้ชอบครับ เพราะเป็นคนถ่ายรูปบ่อย กดปุ๊บ กล้องเปิดปั๊บ ถ่ายได้ทันที
  • กล้องดี – คือเป็น spec ที่เพิ่งมีมาใน iPhone6 คือ กล้องถ่ายแบบ slow motion ที่ 240-fps ได้, ถ่าย  time-lapse ได้, ถ่าย vdo นุ่มๆที่ 60fps ได้
  • เสียงมันดีมาก – ไม่แปลกใจเลยทำไมคนชอบฟังเพลงด้วย iPhone, iPod ขนาดหูผมไม่เทพ ก็รับรู้ได้ว่าเสียงมันดีจริงๆครับ
  • แบตอึดมาก – ตั้งแต่ตื่น เล่นทั้งวี่ทั้งวัน จนขึ้นเตียงนอน ประมาณ 17 ชม แต่แบตเหลือ 20% ผมถือว่าเด็ดเลย

ส่วนสิ่งที่ยังไม่ชิน/คาใจ (ไม่ขอสรุปว่ามันไม่ดี แต่เรียกว่ายังไม่ชินก็แล้วกันนะครับ)

  • ต้องใช้ iTunes ตลอดการ Syns File หรือทำงานบางอย่างเช่น Backup ข้อมูลจากบาง App
  • ถ้าเมมเต็มฉันจะทำไงนะ ต้องย้ายออกสินะ (จริงๆ ผมไม่ซีเรียส คงไม่เต็มง่ายขนาดนั้น)
  • ถ้าแบตเสื่อมจะเปลี่ยนทำไง (ก็ไม่ซีเรียสเหมือนกัน เพราะเท่าที่เห็นคนรอบข้างใช้ ไม่เคยเจอบ่นว่าแบตเสื่อม)
  • ไม่มี ANT+ Radio ซึ่งอันนี้เจ็บปวดเล็กๆ เพราะผมออกกำลังกายแล้วใช้สายวัดการเต้นหัวใจรุ่นเก่า ที่มันทำงานร่วมกับ ANT+ (คือถ้าไม่ซื้อ ANT+ Adapter ใหม่ พันกว่าบาท ก็ต้องซื้อสายรัดใหม่ เกือบสามพัน ซึ่งมันไม่ถูกทั้งคู่เลย)
  • ทำ Widget บนหน้าจอไม่ได้ ซึ่งปกติบน Android ผมจะลากปฏิทิน, Task To-do, มาไว้บนหน้าจอเลย เปิดมือถือปุ๊บเห็นปั๊บ
  • หัวสายชาร์ตไม่เข้ากบัใครเลย เพราะไม่ใช่มาตรฐาน usb ทั่วไป ดังนั้น สายต่างๆที่ผมมีและเคยใช้ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ได้ ใช้ไม่ได้สักเส้น (เช่นแบตสำรอง กล้อง ไฟฉายคาดหัว มัรใ้ช micro usb แบบเดียวกับ android เกือบทุกตัว) ต้องซื้อใหม่เพื่อไว้ใช้สำรอง
  • ลง app เถื่อนไม่ได้ จริงๆอันนี้ไม่ดีงามไม่ควรทำเท่าไร ซึ่งสมัย android ผมไปหาโหลด .apk บางตัวมาลง เช่น flickr ซึ่งมันใช้ในประเทศไทยไม่ได้ แต่ถ้าโหลดมาลงเองจะติดตั้งได้

ดูๆแล้วก็ได้อย่างเสียอย่าง ที่โอเคเลยครับ ส่วนถ้าใครกำลังจะย้ายค่ายแบบผม ลองดูครับว่าต้องทำอะไรบ้าง

การย้าย Contacts/Calendars/E-Mail จาก Android มา iPhone

mail-cal-contact-nav-icon

ปกติ android จะเก็บ Contacts/Calendars/E-Mail ไว้ใน Gmail ครับ ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ iphone มีให้เรา add account Gmail โดยจากนั้นมันจดูดข้อมูล Contacts/Calendars/E-Mail มาให้เราหมดเลย (ใช้กับ Hotmail, Yahoo รวมไปถึง E-Mail ของบริษัทที่ใช้ระบบ Exchange ด้วยนะครับ)

การย้าย Facebook/Twitter จาก Android มา iPhone

facebook

อันนี้ชิลๆ เพราะข้อมูลมันเก็บไว้บน Server ของ Facebook/Twitter อยู่แล้ว เราก็แค่เข้าสู่ระบบได้จาก iPhone มันก็จะมาครบเหมือนเดิม

การย้าย รูปภาพ/เพลง/วีดิโอ จาก Android มา iPhone

photo-video-nav-iconmusic-nav-icon

ผมใช้ copy ไฟล์จาก Android มาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน แล้วก็ใช้ iTunes ดึงเข้าไปใน iPhone เลยครับ อาจจะลำบากหน่อยที่ต้องหา iTunes มาลงแล้วทำขั้นตอนเยอะครับ (Download iTunes)

การย้าย Application จาก Android มา iPhone

appstore-nav-icon

 

อันนี้ย้ายไม่ได้ครับ แต่ก่อนจะซื้อ ผมไล่หาแอพแปลกๆ ที่ใช้ใน Android เพื่อดูว่ามีเวอร์ชั่นใน iPhone หรือไม่ เช่น “My Budget Book” (แอพทำบัญชีรายรับรายจ่าย) ส่วนแอพที่คนใช้ทั่วไปทั้งโลก มีให้แน่นอนครับ (ลองหาดูแอพที่คุณใช้ได้ที่ App Stores หรือ iTunes)

ก็มีเท่านี้ครับ ไม่ยากอย่างที่คิด

ส่วนใครกำลังจะตัดสินใจซื้อมือถือใหม่ เพื่อนผมเคยพูดกับผมไว้ประโยคหนึ่ง
“ถ้าอยากได้มือถือ ก็ซื้อมือถือ แต่ถ้าอยากได้ไอโฟน ก็ซื้อไอโฟน”

รูปภาพอ้างอิงจากเว็บ Apple

I love not Man the less, but Nature more

There is a pleasure in the pathless woods,
There is a rapture on the lonely shore,
There is society where none intrudes,
By the deep Sea, and music in its roar:
I love not Man the less, but Nature more,

Lord Byron

ยังมีความรื่นรมย์กลางป่าเขา
ยังมีความหรรษาริมหาดร้าง
ยังมีสังคมในแดนไร้คนย่างกราย
ที่ทะเลลึกสุดใจ ยังมีท่วงทำนองกังวาล
ฉันมิได้รักมนุษย์น้อยลง..
ทว่า.. รักธรรมชาติมากกว่า…

ลอร์ดไบรอน

Stand by Me

ปีใหม่ที่ผ่านมา หลานมันชวนไปดูโดเรม่อน “Stand by Me Doraemon”
ไอ้เราอยากดูพอดี เลยถือโอกาสเลี้ยงปลอบใจที่มันจับฉลากไม่ได้รางวัลใหญ่
ด้วยเหตุผลที่ว่า “มันถือเคล็ด” ถ้ามันห่อของขวัญให้ใคร มันต้องได้ของคนนั้น
แล้วมันก็เป็นจริงซะด้วย มันได้ของผม เพราะมันห่อให้ผม!

พลาดแท็บเลต แต่ได้ช็อกโกแลต เป็นใคร ใครก็เจ็บใจ..

โดเรม่อนภาค “Stand by Me Doraemon” แปลเป็นไทยมาว่า “โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป”
นับเป็นภาคแรกที่ทำเป็นสามมิติ เล่าถึงการพบเจอกันวันแรกของโดเรม่อนและโนบิตะ ไปจนถึงวันลาจากกัน
ผมเพิ่งมาหาข้อมูลตอนหลังว่า เขาใช้ผู้กำกับคนเดียวกับหนังญี่ปุ่นเรื่อง Always ทั้งสามภาค
ก็ไม่แปลกใจที่จะได้ยินเสียงคนดูหัวเราะ เงียบ น้ำตาคลอ และเดินออกจากโรงด้วยความรู้สึกดีๆ

ไอ้หลานผม มันบอกว่ามันง่วง จะหลับหลายรอบ
แต่ผม ก็ได้แต่ซึ้ง กลั้นน้ำตาไว้ เพราะอายมัน
เหมือนตัวเองกลับไปสู่โลกวัยเด็กอีกครั้ง
ยิ้มกับหน้าตาตัวละครบ้าๆบอๆ
และหัวเราะกับมุขบริสุทธิ์แบบไม่หยาบคาย
ไม่ได้มีอารมณ์แบบนี้มานานแล้ว..

เรื่องยังคงเป็นแบบเดิมเหมือนที่เคยอ่านในหนังสือการ์ตูน
แต่การรับรู้ และตีความด้วยประสบการณ์ใหม่ ตามอายุขัยที่มากขึ้น
ผมกลับมองว่าการ์ตูนเรื่องนี้ลึกซึ้งกว่าที่ผมเคยอ่านมาเยอะเลย..

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีใหม่ ก่อนที่ผมจะเดินทางกลับกรุงเทพ
ผมสาละวนอยู่กับกระเป๋า ของฝาก ต้นไม้ แล้วก็หมา
อาม่าทักผมขึ้นมาว่า ให้หาข้าวกินและใส่เสื้อแขนยาวไปด้วย เพราะมันหนาว
ซึ่งวันนี้ยังอยู่ในระดับที่ผมทนได้ ผมเลยไม่ได้ใส่ แล้วรีบไปกินข้าว

จวนจะถึงเวลาเดินทาง แม่เดินมารับไหว้ และกอดผม
อาม่านั่งมองแบบยิ้มๆ รอให้ผมไปไหว้ลาต่อเป็นคนสุดท้าย

ผมไหว้อาม่าบนมือของเขา พร้อมบอกสวัสดีปีใหม่
อวยพรให้เขาหายป่วยไวๆ และมีสุขภาพแข็งแรง

ครั้งนี้ ผมไม่ได้ลุกเดินจากไป
แต่โอบมือไปกอดเขา
เขากอดผมกลับ..

ผมจำไม่ได้ว่าอาม่าพูดอะไร
แต่ประมาณว่าอวยพรให้เดินทางปลอดภัย
แล้วแกก็ร้องไห้..

เราไม่ได้กอดกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่ผมเริ่มทำงาน
เราได้แต่นั่งคุยข้างๆกัน บนโต๊ะกินข้าว
จูงมือเดินบ้างเมื่อเขาขอความช่วยเหลือ

ผมไม่รู้ว่าทำไมเราถึงไม่ได้กอดกันมานานขนาดนี้
แต่วันนี้ผมอยากกอด..

ถ้าผมเริ่มกอดแกอีกครั้ง
ผมไม่รู้ว่า นับจากวันนี้ เราจะมีโอกาสกอดกันได้อีกนานแค่ไหน..

ชักเริ่มรู้ตัวและไม่อยากให้โอกาสเหล่านั้นผ่านไปเลย..

เหมือนในการ์ตูน ที่โนบิตะในโลกอนาคตบอกกับโนบิตะวัยเด็กว่า
“ใช้เวลาอยู่กับโดเรม่อนให้คุ้มค่านะ”

 

เพราะเมื่อถึงวันต้องจากลา เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
คงมีแค่เสียงก้องในความทรงจำของเราเท่านั้น
“นายต้องอยู่ให้ได้ นายต้องสู้นะโนบิตะ”

4 Jan 201 – กรุงเทพ