8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC (ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ)

จากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบินตรีภูวันของเนปาลแล้ว (Tribhuvan International airport) เป็นสนามบินไม่ใหญ่มาก และเต็มไปด้วยเครื่องบินขนาดเล็กจากประเทศข้างเคียง เช่น จีน อินเดีย ที่นั่นในตอนนั้นไม่หนาวอย่างที่ผมคิด แต่ลมค่อนข้างแรง (ที่นี่อากาศแปรปรวนบ่อยๆ และกว่าเครื่องบินเราจะลงได้ ก็กินเวลาไป 20 นาที เพราะอากาศไม่ดี)

2558-04-04-022

เราเดินเข้ามาในสนามบินพบว่าตรวจคนเข้าเมืองคนเยอะมากๆ เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของเขาพอดี และการตรวจต่างๆ ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัยเท่าใดนัก คนผ่านเข้าออกได้อย่างง่ายๆ

สนามบินภายใน (Domestic airport) จะต้องเดินต่อไปอีกหน่อย เพราะ Terminal ไม่เชื่อมถึงกัน แอบตกใจเล็กๆ เพราะเขายังสร้างไม่เสร็จ แต่ก็เปิดใช้งาน พวกเราเดินไปใช้งานที่ Terminal หลังเก่า แอบคล้ายศูนย์ท่ารถบ้านเรา คนเดินเพ่นพ่านไปมา พัดลมเพดาน และมีฝุ่น

2558-04-04-035

2558-04-04-043

เราต้องนั่งเครื่องบินไปเมืองโพคลาตอนบ่ายสอง แต่เครื่องบินเรามาช้ากว่ากำหนด 2 ชั่วโมง เพราะที่เมืองโพคลามีฝนตกหนัก แต่พอถึงเวลาที่เราขึ้นเครื่องเท่านั้นเอง ฝนก็ตกเช่นกันที่กาฐมาณฑุ ทำให้เราได้นั่งวนรันเวย์หนึ่งรอบ แล้วมาจอดที่เดิม เพราะไหลท์ยกเลิกหมด เครื่องบินเล็กไม่สามารถบินได้เลย

2558-04-04-052

2558-04-04-055

2558-04-04-060

และเรื่องแปลกใหม่ของผมคือ เครื่องบินเล็กที่นี่เป็นแบบใบพัด 20-30ที่นั่ง มีแอร์โฮสเตส 1 คน เดินแจกลูกอมกับสำลี ซึ่งตอนแรกผมก็งงว่าเอาไว้ทำอะไร ไกด์บอกผมว่า เอาไว้อุดหูเพราะเสียงเครื่องบนต์ดังมาก เป็นเหตุการณ์ที่ตลกๆ คุยกันได้อย่างเฮฮาจนลืมเรื่องเสียเวลาไปเลย

2558-04-04-058

ตอนนั้นเราต้องเปลี่ยนไปใช้รถบัสเดินทางไปโพคลาแทน ซึ่งค่ำมากแล้ว ฝนตก อากาศก็หนาวพอสมควร พวกเราแวะไปทานข้าวเย็นก่อนที่ทาเมล เลยถือโอกาสซื้อของใช้กันที่นั่นเลย เพราะถูกมากๆ ผมตั้งใจมาซื้อไม้เท้า แต่ก็ได้เสื้อกันหนาว และถุงนอนไปด้วย เพราะกลัวว่าที่เตรียมมาจะป้องกันไม่ได้ (ผมเอาถุงนอน +5c ไป และเสื้อขนดาวน์ของ Uniqlo ที่แอบกลัวว่ามันจะพังเพราะต้องใช้สมบุกสมบันมาก)

2558-04-04-074

การนั่งรถคืนนั้น นับว่าทรมานมาก เพราะเป็นรถหวานเย็นเก่าๆแคบๆคันหนึ่ง ไร้เครื่องทำความร้อน ไร้แอร์ ไร้กระจกที่ปิดสนิท ถนนขรุขระและโค้งตลอดทาง เมื่อตกหลุมทีหนึ่ง กระจกก็เลื่อนเปิดทีหนึ่ง ทำให้หลับๆตื่นๆตลอดทาง พวกเราทุกคนไม่ได้เตรียมใจกับการนอนหนาวบนรถเลย นับว่าเป็นการฝึกฝนก่อนเจอความหนาวเหน็บได้อย่างดี (เราได้คุยกันตอนลงจาก ABC ความเย็นบนรถวันนั้น ทรมานไม่ต่างกันเลยทีเดียว)

2558-04-04-065

Day 1 – Nayapul -> Ulleri (1900 m)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราถึงโรงแรมที่โพคลาประมาณตี 4 ในห้องไม่หนาว เพราะมีผ้าห่มและเตียงนุ่มๆ เลยได้นอนต่ออีก 2 ชั่วโมง และต้องรีบตื่นมาทานข้าวเช้า มื้อแรกก็ทำประทับใจเลย โรงแรมเสริฟด้วยขนมปังปิ้งทาแยม ผัดมันฝรั่ง และไข่ต้ม ซึ่งจริงๆผมน่าจะเดาได้แต่แรกว่าโรงแรมในเมืองยังเสริฟแบบนี้ แล้วบนเขาจะขนาดไหน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เรานั่งรถจิ๊ปไปจุดเริ่มต้นที่ Nayapul ซึ่งอยู่ในเขตอนุรักษ์อันนาปุรณะ (Annapurna Conservation Area) ระหว่างทางเราเห็นยอดเขาหิมะ ซึ่งตื้นเต้นมากครับ ที่นั่น คือจุดหมายปลายทางของเรา และเรากำลังจะเดินไปดูมันใกล้ๆ ด้วยตัวเราเอง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ช่วงเช้า ค่อนข้างสบายสำหรับพวกเรา เพราะรถจิ๊ป ฝ่าเข้าไปใน Nayapul ไกลมาก ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปกติเขาทำกันแบบนี้ไหม แต่เห็นคนส่วนใหญ่จะลงเดินกัน พวกเราเริ่มเดินกันจริง น่าจะแถวๆ Birethati

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราทานข้าวเที่ยงกันที่นั่น เป็นข้าวผัดสีเหลืองๆ น่าจะใส่เครื่องเทศพอสมควร เพราะมีกลิ่นแรง แต่รสชาติจืดๆ ซึ่งมันดูสวนทางกันดี (contrast) แปลกดีครับ

ไกด์ยืนชี้ให้พวกเราดูว่าเมืองปลายทางวันนี้คือ Ulleri อยู่ตรงหลังคาสีน้ำเงินบนยอดเขาถัดไป สำหรับผมที่เคยเดินป่า รู้สึกใกล้จัง เดินขำๆ เดี๋ยวก็ถึง แถมไกด์ก็สำทับต่อว่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเอง!

2558-04-05 052

เส้นทางจากจุดกินข้าวเที่ยงเรา ไป Ulleri เป็นบันไดหินล้วนๆ เต็มไปด้วยขี้วัว ขี้ม้า ให้เราได้เช็กประสิทธิภาพจมูกกันตลอดทาง วันนี้ลืมกด GPS จับระยะทาง แต่คิดว่าเกิน 3-5 กิโลเมตร และความสูงขาขึ้น น่าจะประมาณ 500-700เมตร แล้วที่คิดผิดคือ ใช้เวลาเดินจริงๆ 4 ขั่วโมง เลยทีเดียว ไปถึงเกสเฮ้าส์ก็เกือบหกโมงเย็น

ตอนเดินไปถึงเกสเฮ้าส์เห็นคนอื่นได้อาบน้ำร้อนกัน จากที่ผมตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ได้อาบน้ำตลอด 8 วัน ก็เลยต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะทนไม่ไหวจริงๆ ตอนนั้นผมเลยรีบไปอาบบ้าง แต่เหมือนกับก่อนหน้านั้นมีคนจ่ายเงินค่าทำน้ำร้อนไป แล้วมันก็ดันหมดเวลาที่ผมพอดี สรุป คืนแรกก็ได้อาบน้ำเย็นเลย หนาวมาก อาบไปกระโดดไป ควันจากตัวคละคลุ้ง แต่พอทำใจได้ เพราะคล้ายตอนอาบน้ำเย็นในป่าหน้าหนาวที่ไทย

2558-04-05 056

2558-04-05 058

2558-04-05-062

2558-04-05-059

มื้อเย็นพวกเราเอาอาหารที่เตรียมจากไทยไปปรุงกัน โดยมีกระเอกคือหมูคั่วกลิ้ง ส่วนทางครัวที่เนปาล เตรียม โมโม่(เหมือนเกี๊ยวนึ่ง) ผัดผัก หมี่เส้นใหญ่ๆเหลืองๆผัด แล้วที่แปลกใจคือ มีพิซซ่าด้วย! ผมไปยืนดูเขาทำในครัว ตะลึงเลยครับว่าสามารถหากินได้จากที่นี่!

2558-04-05-067

คืนแรกบนภูเขาแห่งเนปาลของผม ค่อนข้างอบอุ่น สนุกสนาน อิ่มอร่อย และยังลงพุงอยู่เหมือนเดิม


ซีรี่ – 8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC

ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว
ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ
ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill
ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต
ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ
ตอนที่ 7 จากลาพร้อมบทสรุป

8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC (ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว)

01. เริ่มต้นของฉัน

ปีที่แล้วผมเห็นหลายคนโพสถึง ABC ในพันทิพย์ แต่ละรูปสวยมาก! จนต้องตะลึง จู่ๆวันหนึ่งเพื่อนก็ชวนไป เราเองเคยแต่เดินป่ามากสุดแค่ 3 วัน หิมะก็ไม่เคยเจอนานๆ ที่เที่ยวของปีหน้า(ปี 2015)ก็ยังไม่มีไป เวลาเก็บเงินก็มีหลายเดือน เอาสิ! เสนอมา ฉันก็พร้อมสนองตอบ!

ABC ย่อมาจาก Annapurna Base Camp (และมันก็มีอีกชื่อคือ Annapurna Sanctuary) อยู่ในเทือกเขาเดียวกับหิมาลัย ประเทศเนปาล มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,130 เมตร นักเดินป่า ปีนเขาจะนิยมมาที่นี่เยอะ เพราะสวยมาก และเดินไม่ยาก(มั้ง) จุดไฮไลท์อยู่ที่ยอดเขา Machapuchare (สูง 6,993 เมตร) หรือเรียกสั้นๆว่า Fish Tail ที่แปลว่าหางปลา เพราะยอดเขานี้จะเป็นสองแฉกเหมือนหางปลา สวยมากครับ ยิ่งยามต้องแสงอาทิตย์ตอนเช้า ส่วนไฮไลท์อื่นๆ อีกคือ ยอดเขา Annapurna I (8,091 m), Annapurna South (7,219 m) และ Hiunchuli (6441 m) ที่ตั้งสูงตระหง่านให้เราได้เห็นตลอดการเดินทาง นี่จึงเป็นที่มาว่า ทำไมใครๆก็อยากไป

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จะเรียกทริปนี้ว่าไปบำเพ็ญทุกรกิริยาบนเทือกเขาอันนาปุรณะก็ได้ แอบดูเป็นผู้ทรงศีลดี เพราะก่อนไปผมป่วยนิดหน่อยจากน้ำหนัก 96 (เป็นชายอ้วนคนหนึ่งว่างั้นเถอะ) ลงไปถึงจุดอิ่มตัวที่ 94 แต่พอไปบำเพ็ญเพียรกลับมา ทำจุด new low ใหม่ในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 92 คือใครคิดจะลดน้ำหนัก กินคลีน ไม่เจริญอาหาร ถ่ายเยอะ เดินทั้งวัน เชิญตามรอยได้เลยครับ

เส้นทางที่แพ็คเกจทัวร์ที่เราจองไป ค่อนข้างอ้อม เพราะเราจะแวะไปชมวิวที่ Poon Hill ก่อน (วิวแบบรูปแรกที่โพส) แล้วค่อยไป Annapurna Base Camp โดยเส้นทางทั้งหมดเป็นประมาณนี้ครับ

annapurna_base_camp_trek_map

จะใช้เวลาเดินทั้งหมด 8 วัน

Day 1 – Nayapul -> Ulleri (1900 m)
Day 2 – Ulleri -> Ghorepani (2860 m)
Day 3 – Ghorepani -> Poon Hill (3210 m) -> Tadapani (2630 m)
Day 4 – Tadapani -> Chomrong (2170 m)
Day 5 – Chomrong -> Sinuwa (2360 m) -> Bamboo -> Hotel Himalaya -> Deureli (3200 m)
Day 6 – Deureli -> MBC (3700 m) -> ABC (4130 m)
Day 7 – ABC -> MBC -> Deureli -> Hotel Himalaya -> Bamboo -> Sinuwa
Day 8 – Sinuwa -> Chomrong -> Ghandruk -> Nayapul

แต่ที่นั่น ใช้วิธีจองเกสเฮ้าส์วันต่อวัน ปรากฎว่าพอถึงเมือง Tadapani เกสเฮ้าส์เต็ม เลยทำให้เราต้องพักระหว่างทาง รวมถึงเส้นขากลับ เรามีคนบาดเจ็บ จึงต้องปรับเส้นทางกันใหม่ ดังนั้นเวลาที่ใช้เดินคือ 8 วัน(ตามแผน) แต่ระยะทางลดลงจาก 120กม เหลือประมาณ 100กม (จับจาก GPS ในแอ๊พ Endomondo) เดินผ่าน 16 หมู่บ้าน ดังนี้ครับ

Day 1 – Nayapul -> Ulleri (1,900 m)
Day 2 – Ulleri -> Ghorepani (2,860 m)
Day 3 – Ghorepani -> Poon Hill (3210 m) -> Banthani
Day 4 – Banthani -> Tadapani (2,630 m) -> Chomrong (2,170 m)
Day 5 – Chomrong -> Sinuwa (2,360 m) -> Bamboo -> Hotel Himalaya -> Deureli (3,200 m)
Day 6 – Deureli -> MBC (3,700 m) -> ABC (4,130 m)
Day 7 – ABC -> MBC -> Deureli -> Hotel Himalaya -> Bamboo -> Sinuwa
Day 8 – Sinuwa -> Chomrong -> Jhinu -> New Bridge -> Kyumi -> Shiwai

หากใครสนใจเส้นทางนี้ ก็ไปตามได้เลยครับ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงไปอีกหน่อย ไม่ต้องวกกลับ Nayapul ทางเดิมด้วยครับ

02. เตรียมตัว เตรียมของ

2558-04-03-008

การไปเนปาลครั้งนี้ ค่อนข้างที่สุดของผมหลายอย่าง คือ

  • เป็นการเดินทางต่างประเทศที่นานที่สุดของผม (11 วัน)
  • เดินป่านานสุด (8 วัน)
  • เจออากาศหนาวสุดขั้วที่สุด ประมาณ -10
  • เดินต่อเนื่องนานและไกลที่สุด 12 ชั่วโมง หรือ 24กม

แต่ก่อนหน้าที่ผมจะไปสัมผัสจริงๆ ผมพยายามหาข้อมูลจากหลายแหล่ง และติดตามสภาพอากาศตลอดเวลา บ้างก็ว่าหนาวจัด บ้างก็ว่าจะเจอหิมะตก บ้างก็ว่าเจอฝน แต่ละเว็บไม่ตรงกันเท่าไรนัก แต่ที่ช่วยได้เยอะเลยคือติดตามจากตนที่เพิ่งกลับมาแล้วเขียน Review ใน Facebook, Pantip

แต่ถึงกระนั้น เรามีไว้เกินก็จะดีกว่าขาด ผมเริ่มสะสมของใช้ต่างๆ ตั้งแต่วันที่จองทริป ประมาณกลางปี 2014 ยาวจนถึงวันเดินทางคือ เมษายน 2015 ซึ่งพอจะจับเทคนิคและแชร์กันได้บ้าง

  • การตัดสินใจเดินทางก่อนหน้านานๆ จะลดภาระใช้จ่ายได้เยอะ ทะยอยๆซื้อเก็บ เพราะสินค้ากันหนาวและเดินป่าพวกนี้ราคาแพงมากจริงๆ แล้วนานๆทีจะได้ใช้ (แต่คุณภาพก็ดีมากๆ เช่นกัน เพื่อรองรับการใช้งานโหดๆ)
  • ดูรูปคนที่เขาไปมาก่อนหน้าเรา ใช้ของประมาณไหน ยี่ห้ออะไร เราก็เล็งๆไว้ ไปหาข้อมูลจดราคามาไว้ก่อน
  • สินค้ากันหนาวและเดินป่า มักลดราคาตอนมีนาคม-เมษายน มีทั้งยี่ห้อของนอก ยี่ห้อในประเทศ หรือแม้แต่ของก้อป (เข้าใจว่าล้างสต็อกเพื่อเปลี่ยนคอลเล็กชั่นใหม่ หรือเขาอาจรู้ว่าคนเที่ยวช่วงนี้เยอะ)
  • ปลายปี พวกสินค้าลดล้างสต็อก End Year Sale จะเยอะ ก็ลองติดตามยี่ห้อที่ตัวเองสนใจไว้บ่อยๆ อาจจะมีลดราคา
  • ของที่เป็นหัวใจหลักในการเที่ยว ให้กลั้นใจซื้อของแท้ไปเลย เช่น รองเท้า เป้ เสื้อกันหนาว เพราะของก้อปลอกรูปแบบได้ แต่ลอกคุณสัมบัติไม่ได้ดีนัก เช่น ถุงนอนก้อป ที่เห็นว่าป้องกันได้ถึง -10 เอาจริงๆ ใกล้ 0 ก็หนาวแล้วครับ
  • ของหลายๆอย่างไปหาซื้อได้ที่ย่าน Tamel ในเมือง Kathmandu เพราะของที่นั่นถูกมาก(จริงๆ) แม้จะเป็นของก้อปก็คุ้ม
  • ใช้ของก้อป ต้องมีแผนสำรอง เช่น ผมซื้อถุงนอน -10 ในราคา 800 บาท ผมไม่ไว้ใจว่ามันจะเอาอยู่ ผมก็ซื้อเสื้อ Down Jacket เพิ่มอีกตัวในราคา 1000บาท เพื่อใส่เดินด้วย และใส่นอนด้วย ซึ่งโชคดีว่ามันเอาอยู่ครับ รวมแล้วถูกกว่าซื้อถุงนอนแท้เอาอยู่แต่ในราคาหลายพัน (แต่ซื้อหลายชิ้น น้ำหนักในกระเป๋าเรามากขึ้นอีกนิด คำนวณดีๆ ว่าลูกหาบช่วยเราแบกไหวไหม)

เอาหละ หลังจากผมทะยอยซื้อของเก็บมาตลอดปี ทุกอย่างที่ผมพกไปลุยทริปนี้ มีดังนี้ครับ

Nepal Checklist

  • เสื้อผ้า
    • Gaiter x1
    • แว่นกันแดด x1
    • หมวกกันแดด x1 (แบบที่กันน้ำได้ด้วย)
    • หมวกไหมพรม x1
    • เสื้อคอกลม x8
    • ผ้าบลัฟ x1
    • ถุงมือกันหนาว x1
    • ผ้าพันคอ x2
    • ผ้าปิดคอ x1
    • เสื้อขนเป็ด x1 (ผมใช้ Uniqlo แต่ไม่ใช้ กลัวพัง เอาไม่อยู่, ไปซื้อใหม่ที่เนปาล 1000บาท)
    • เสื้อกันฝน x1
    • เสื้อกันลม x1
    • ลองจอนเสื้อ+กางเกง x2
    • กางเกงเดินป่า x1
    • กางเกงเดินป่ากันลมกันน้ำ x1 (จริงๆควรใช้กางเกงกันหิมะ)
    • กางเกงขาสั้น x1
    • กางเกงใน x8
    • ถุงเท้า wool x6
  • ของใช้
    • เป้เล็ก (Day Pack) x1
    • เป้ใหญ่ (Backpack) x1
    • เป้ใส่ของ (Duffle Bag) x1 (ไปซื้อที่เนปาล 500บาท)
    • ผ้าเช็ดตัว x1
    • ขวดใส่น้ำร้อน x1
    • ทิชชู่แห้ง x 2 ม้วน
    • ทิชชู่เปียก x2 ห่อ
    • ผ้าปิดจมูก x2 (ไป, เที่ยวเมือง, กลับ)
    • ไม้เท้า x1คู่ (ซื้อที่เนปาล คู่ละ 250บาท)
    • ถุงนอน-10 x1 (ไปซื้อที่เนปาล 800บาท)
    • ผ้าห่มฉุกเฉิน x1
    • สบู่อาบน้ำ x1
    • โลชั่นทาหน้า x1
    • ครีมกันแดด x1
    • ลิปมัน x1
    • น้ำยาสระผม x1
    • แปรงสีฟัน x1
    • ยาสีฟัน x1
    • ถุงเปล่า x5
    • ถุงซิปกันน้ำ x3
    • ถุงดำใหญ่ x1
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า
    • ปลั๊กพ่วง แบบสามหัว x1
    • ไฟฉายคาดหัว x1
    • กล้องถ่ายรูป x1
    • ที่ชาร์ตแบตกล้องถ่ายรูป x1
    • Lens Filter CPL x1
    • ขาตั้งกล้อง x1
    • แบตกล้อง x2
    • สาย USB ชาร์ตมือถือ x1
    • แบตสำรอง (Power Bank) x2
    • ปลั๊กไฟสำหรับต่อสาย USB 4 หัว x1
    • SD Card ใส่กล้อง x3 (32,16,8)
  • อาหาร
    • มาม่า x10 ซอง
    • หมูฝอย x1 ถุง
    • น้ำขิง x10 ซอง
    • กาแฟ x10 ซอง
    • เกลือแร่ x5 ซอง
  • ยา
    • ยาคลายกล้ามเนื้อ x1 แผง
    • ยาฆ่าเชื้อ x1 แผง
    • พาราเซตามอล x1 แผง
    • คาบอน x1 แผง
    • L-Carnitine x10 เม็ด
  • เงิน 300 USD (ใช้เป็น ค่าอาบน้ำอุ่น, ชาร์ตไฟ, อินเทอร์เน็ต, ซื้อน้ำ+ขนม, ของเดินป่าที่ซื้อเพิ่ม, จิปาถะ)

2558-04-03-012

อนึ่ง การเตรียมตัวและเตรียมอง ของแต่ละคน น่าจะแตกต่างกันพอสมควร อย่างไรควรศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทางจะดีกว่าครับ หรือปรึกษาคนที่เคยไป น่าจะได้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่านี้

เมื่อเตรียมของเสร็จแล้ว มาดูเรื่องการเตรียมตัวบ้างครับ ซึ่งทางผู้จัดทริปได้แปะภาพนี้ไว้ให้เราทำล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มจองทริปเลยทีเดียว นั่นคือการทำ Squat Challenge!

squat (1)

Squat คือการทำท่าลุกนั่งๆ หรือถ้าใครมีลู่วิ่ง ก็สามารถหัดเดินบนลู่แบบชันๆแทนก็ได้ครับ หรือถ้าไม่มีก็เดินขึ้นลงบันไดแทนก็ได้ แต่วันที่เดินจริงเราจะต้องเจอกระเป๋าใส่ของไปด้วย อาจทำให้หนักกว่าปกติ แถมจุดที่เราเดินก็จะสูงกว่า 3,000เมตร อาจทำให้เหนื่อยง่ายกว่าปกติด้วยเช่นกัน ดังนั้น นอกจากสร้างกล้ามเนื้อขาแล้ว อย่าลืมวิ่งหรือแอโรบิกเพื่อให้ปอดและหัวใจแข็งแรงด้วยนะครับ

ข้างต้น เป็นคำแนะนำแบบหมอๆ ที่ดูดี และมีประโยชน์ แต่ในความเป็นจริง.. อะแฮ่มๆ ผมวิ่งอาทิตย์ละ 1-2วัน ทำ Squat ก่อนไป 10 วัน และมีนัดกินบุฟเฟ่กับเพื่อนก่อนไปตลอด 5 วัน..

ส่วนผลที่ได้หรอครับ.. ลองตามอ่านดูเองในตอนต่อๆไปก็แล้วกันนะ


ซีรี่ – 8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC

ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว
ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ
ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill
ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต
ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ
ตอนที่ 7 จากลาพร้อมบทสรุป

คุยกับม่าวันเกิด

คืนนี้ไม่ได้ไปไหน
นั่งคุยกับอาม่าจนดึกดื่น
เพราะต่างคนต่างนอนกลางวันมาเต็มที่ จนนอนไม่หลับ
มีช่วงหนึ่ง คุยกันเรื่องทำมาหากิน
เลยลองแย๊บแกไปเล่นๆ
“อนาคตฟิวส์อาจจะกลับมาทำไร่ทำสวนก็ได้นะ”
ม่าทำหน้าเบ้ ส่ายหน้า พร้อมโบกมือ “แกจะกลับมาลำบากแบบที่ม่าเคยทำทำไม แกไปค้าขายหรือทำอย่างอื่นดีกว่า”
“สมัยก่อน ที่ทำไร่ถั่ว ม่าต้องไปถางหญ้ากับเหล่าม่า แดดนี่เปรี้ยงทั้งวัน พอได้เข้าร่มไม้ทีนึง อย่างกับได้ขึ้นสวรรค์” มาเล่าจนผมเห็นภาพ
หลังจากนั้นก็ได้สดับรับฟังคำเทศนา ตั้งแต่เรื่องให้ทำธุรกิจเอง เรื่องเที่ยวบ่อย ยาวไปจนเรื่องเมื่อไรจะมีแฟน..
วันนี้ดีๆ ได้รับศีลรับพรไปเต็มๆ ทั้งพระจริงและพระในบ้าน ตั้งแต่เช้ายันเข้านอนเบยย
ขอบคุณครับทุกคำอวยพร 🙂

แด่ชาวเนปาล

มีหลายคนที่ทักผมถึงเรื่องความโชคดีที่กลับมาจากเนปาลก่อนเกิดโศกนาฏกรรมแผ่นดินไห

จริงๆแล้วผมก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการนั้น

แต่ 11 วันในเนปาลของผม มันมีความผูกพันธ์ พอที่จะรู้สึกตกใจถึงเรื่องดังกล่าว และเสียใจพร้อมกับความเป็นห่วงเพื่อนชาว Napali ที่เรามีโอกาสได้พบเจอกัน หรือแม้เพียงเดินสวนกันแล้วกล่าวว่า นมัสเต

ไม่ว่าจะไกด์ราเมท ไกด์กรม พอตเตอร์อีกหลายสิบคน คนขับแท็กซี่ เจ๊ขายเสื้อ เจ้าของโรงแรม ชาวบ้าน คนเหล่านี้ได้ช่วยเหลือ ได้พบเจอ จนทำให้ทริปเนปาลของผมจบด้วยความสมบูรณ์

เนปาลเพิ่งผ่านวันปีใหม่เมื่อ 14เมษา นี้เอง ผมยังจำความสนุกและความสุขของพวกเขาได้อยู่เลย..

ในความรู้สึกผม คนเนปาลเป็นคนน่ารัก มีน้ำใจ แต่มีชีวิตที่ไม่ได้ดีนัก การจะบูรณะบ้านหรืออะไรต่างๆที่สูญเสียไป มันดูต้องใช้เวลานานและค่อนข้างลำบาก รัฐบาลก็ไม่มีรายได้อะไรมากนัก

หากบุญใดที่รักษาผมไว้ ผมคงขอให้บุญนั้นรักษาคนเนปาล โดยเฉพาะคนที่ผมได้เจอ ขอให้เขาอย่าได้เป็นอะไร และขอให้เนปาลหายดีในเร็ววั

#PrayForNepal #Nepal

ลำปลายมาศ ถึง เนปาล

เจ๊กิ๊ก เจ้าของร้านข้าวขาหมูแห่งลําปลายมาศ นครบุรีรัมเปอร์

ขอเขียนถึงเจ๊ในฐานะผู้หยอดมุขตลกตลอดการเดินทาง และเป็นแรงบันดาลใจแก่น้องๆรอบข้าง คือถ้าน้องๆ เหนื่อยเมื่อใด หันหลังกลับไปก็ยังเห็นเจ๊เดินตามอยู่เสมอ และคอยเตือนใจว่าเจ๊แกยังไหวเลยนะเว้ย (แต่ขากลับเจ๊แกเทิร์นโปรฯใส่สปีดเพราะรีบกลับบ้านมาก)

เจ๊มักชอบเที่ยวตามสถานที่ศิวิไลต่างๆ ชำนิชำนาญด้านยุโรปและแถบเมดิเตอเรเนียน เจ๊ไม่เคยเดินป่าที่ไหนมาก่อน เจ๊บอกว่า การมา ABC ครั้งนี้ เป็นช่วงตกต่ำที่สุดในชีวิตของเจ๊ (นึกภาพเจ๊ทำมือทาบอก) ลำบากทั้งการกิน การเดินทาง สภาพอากาศ และความเป็นอยู่

แกเล่าให้ฟังถึงตอนจองทริป ถูกปรามาสว่าอย่างเจ๊อย่ามาเลย มาไม่ไหวหรอก เพราะแกไม่ได้ออกกำลังกายเลย

วันที่ฟังแกเล่า เป็นวันเดียวกับวันที่มีคนเล่าให้ผมฟังว่า พอแกมาถึงที่ ABC แกถึงกับร้องไห้ในห้องพัก ชีวิตนี้แกไม่คิดว่าแกจะมายืนที่จุดนี้ได้

ใช่ครับ แกทำได้! และไม่มีอุบัติเหตุ ไม่เจ็บป่วยด้วย สุดยอดไปเลย

ตอนนี้ ผมคิดว่าเจ๊สามารถไปได้ทุกป่าในเมืองไทยแล้ว และได้ข่าวว่าเจ๊อยากไปเลห์ ลาดัก ปากีสถาน ต่อด้วย

นี่แหละครับ อาการหลงป่าของจริง

ปล1. ถ้าเจ๊จะอัดภาพนี้ติดฝาร้านข้าวขาหมู ผมยินดียกให้ เผื่อเอาไว้คิดถึงกัน
ปล2. เจ๊บอกว่า ตอนขากลับ เจ๊เดินมาเห็นรถจี๊ป เจ๊ดีใจยิ่งกว่าถึง ABC อีก