TOP

งานโป่งแยง สนามที่เหมือนสวนหลังบ้าน จำได้ทุกจุด ทุกรอยหยักบนแผนที่ เพราะผ่านมาแล้วทั้ง PYT66 กม และ PYT100 กม ปีนี้เลยอาจหาญขอลอง 100ไมล์ (166กม)

ก่อนไปถึงเรื่องตอนวิ่ง ขอเกริ่นที่มาถึงร้อยที่สองภายในสามสิบวันสักหน่อยนึง ว่าไม่ใช่เพราะอีลิทแต่เพราะ อิ.. เป็นงานวิ่งที่ผมตั้งใจมาแค่ 50กม แต่จับพลัดจับผลูมีสัญญาใจกับปลา(อินี่แหละ) Pla Kusumapirome ว่าจะมาลากนางจบร้อยกิโลในงานถัดไป เพราะตอนไปโป่งแยง100กม นางมากับผมได้แค่70กม แล้วก็ DNF โครตน่าเสียดาย.. แล้วหลังจากนั้นนางก็ไปโดนหัวหน้าแก๊งของนางป้ายยาว่า ฟิตถึง ประสบการณ์มี ทำของมาแล้ว จะให้รอถึงปีหน้าเดี๋ยวของเสื่อม นางเลยรีบไปหา bib panoramic 100กม ในทันที แล้วก็มากระซิบผมว่า “ร้อยหน้าเรามาถึงแล้วนะ อีกสี่อาทิตย์ มาลากด้วย..”

ตอนแรกว่าจะ รีวิวแค่สนามโป่งแยง 2017 - 100กม (ย้อนรูท) แต่คิดไปคิดมา ขอบันทึกทุกเรื่องราวเก็บไว้อ่านในอนาคต เผื่อว่าวันหนึ่งตัวเองจะหลงลืมในบางจุดไป .. พยายามจะเขียนตั้งแต่วันก่อนละ แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ไปทำอะไรมาบ้างวะ ความจำหายไปชั่วขณะ จนได้ไล่ๆอ่านของเพื่อนหลายคนๆ และเม้ามอยกับปลาเลยระลึกชาติได้ เป็นบอสตัวใหญ่ที่สุดที่ตั้งเป้าจะพิชิตตั้งแต่ต้นปี 2017 ว่าจะขอจบ 100กม สักครั้งในชีวิต และต้องมาจบที่งานโป่งแยงเทรลนี้ด้วย เพราะดีที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นไม่มีใครป้ายยามา ตรูดมกาวสมัครเองล้วนๆ

ตอนแรกก็ชั่งใจว่าจะไปอัลตร้าเทรลน่าน หรือ อัลตร้าเทรลเชียงรายดี แต่คิดหลายๆที น่านเดินทางไปยาก แม้จะมีพี่ก้องเสนอให้นั่งรถแกไปจากกรุงเทพเลย แต่ก็นะ ต้องลางานเพิ่ม ไม่สะดวก สุดท้ายก็จบด้วยไปเชียงรายแทน งานนี้ตั้งใจไปวิ่งซ้อมยาวครั้งสุดท้ายก่อนจะไปโป่งแยงและตั้งใจไปทดสอบร่างกายวิ่งกลางคืนด้วย ประสบการณ์จากเกาะช้างที่ DNF เลยคิดว่าเพราะวางแผนกินนอนไม่ดีตั้งแต่วันก่อนวิ่ง งวดนี้เลยเดินทางไปล่วงหน้าก่อนวันนึง กินนอนให้เต็มที่ จะได้หมดข้ออ้างสักที

ก่อนจะมานั่งคิดกับตัวเองแบบนี้ และจรดมือพิมพ์บล็อก ต้องบอกว่าผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่เล่ากันมาว่าต้องนอน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน สักเท่าไร ผมเลยจะไม่พูดถึงประเด็นว่ามันต้องนอนเยอะๆ แล้วจะดี และที่สังเกตตัวเอง บางวันนอนน้อยก็สดชื่น บางวันนอนเยอะก็ไม่ได้หายง่วง แปลว่ามันต้องมีอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่ปัจจัยเรื่องเวลา.. (ยกเว้นว่าป่วย เพลียจัด ออกกำลังกาย อันนั้นก็อีกเรื่องนะครับ) ไม่รู้คนอื่นๆจะเป็นเหมือนผมไหม ทุกวันนี้ที่นอนเยอะเพราะความกลัว .. กลัวตาย กลัวง่วงตอนทำงาน กลัวได้นอนน้อย หรือแม้แต่จะตื่นเช้าไปซ้อมวิ่ง ยังคุยกับตัวเองบ่อยๆว่า "เหยย เมื่อคืนแม่งนอนน้อยไป(5ชม) ถ้าออกไปวิ่ง เดี๋ยวเป็นลมนะเว้ย!" ก็ว่าไปนั่น.. สรุปคือแม่งขี้เกียจนั่นหละ แต่ก็คิดมานานแล้วนะ ว่า ถ้าอยากมีเวลาทำอะไรมากขึ้น นอกจากปรับปรุงการใช้เวลาในแต่ละกิจกรรมแล้ว ไอ้การนอนก็ควรจะทำได้ด้วยหรือเปล่า คือ ใช้เวลานอนให้น้อยลงหรือเท่าเดิม แต่ก็เต็มอิ่ม หรือ "การนอนที่มีประสิทธิภาพ" แบบที่เราทำกับ การเงิน การออกกำลังกาย การทำงาน ประมาณนั้น ... แล้วมันทำอย่างไรล่ะ?