8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC (ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ)

Day 5 – Chomrong -> Sinuwa (2,360 m) -> Bamboo -> Hotel Himalaya -> Deureli (3,200 m)

วิวหน้าต่างวันนี้ สวยงามผิดหูผิดตา ใครจะคิดว่า พอตื่นมาจะเห็นยอดเขาหางปลาได้สวยจับจิตเช่นนี้ วันนี้ฟ้าใส แสงดี ลุกจากเตียงก็ไม่ได้เป็นอันทำอะไร คว้ากล้องไปถ่ายรูปทันที ผมพบว่าทุกคนก็คิดเช่นกัน ยืนถ่ายรูปก่อนผมจะตื่นเสียอีก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ผมเริ่มแน่ใจว่าที่เนปาลจะมีโอกาสถ่ายรูปสวยตอนเช้า พอตกบ่ายอากาศแปรปรวนมาก ฝนตก ลูกเห็บตก บางทีช่วงสายๆ เมฆก็เยอะบังยอดเขาไปตลอดเลย ดังนั้น อย่านอนตื่นสาย และควรรีบคว้ากล้องถ่ายเก็บไว้แต่เช้าเลยครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากที่คุยกันในวงอาการเช้า (ข้าวไข่ดาวผัดผัก เช่นเดิม) หลายคนเริ่มปวดขา และวันนี้เดินหนักอีกเช่นกัน จาก Chomrong ไปถึง Deurali อาจใช้เวลาร่วม 8-10 ชั่วโมง พวกผมรู้ตัวว่าเดินถ่ายรูปด้วยและเดินช้า จึงต้องเตรียมไฟฉายคาดหัวไว้ในกระเป๋าติดตัว และต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวเพิ่มเติมเผื่อไว้ เช่น หมวกไหมพรม เพราะเมือง Deurali เริ่มอยู่ชายขอบของภูเขาหิมะแล้ว

เส้นทางวันนี้เดินขึ้นๆ ลงๆ หนักหน่อยในช่วง Chomrong ถึง Bamboo หลังจากนั้นก็ชันไม่มากนัก เพียงแต่ระยะทางไกลหน่อย พวกเราเจอฝนตลอดทาง ตกๆ หยุดๆ ต้องคอยเปลี่ยนเป็นเสื้อกันฝนอยู่เรื่อยๆจนน่ารำคาญ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

การเดินของเราเริ่มอยู่ตัวและรู้ความต้องการในแต่ละวัน วันนี้ผมตุน Snicker และน้ำดื่ม พร้อมอัดกระทิงแดงไปอีกกระป๋อง ส่วนเพื่อนผู้หญิงก็ตุนน้ำผลไม้ยี่ห้อชบา (Chaba) ซึ่งเป็นของไทยเรานี่แหละ แต่เราพบที่เนปาลได้ตลอดการเดินทาง แต่ไม่ค่อยเจอในประเทศไทย อร่อยดีครับ มีเนื้อผลไม้ผสมด้วย ส่วนผสมก็ค่อนข้างให้คาร์บและน้ำตาลได้พอสมควร สาวๆ พอโด๊ปกันเสร็จ เดินตัวปลิวคล่องกว่ากระทิงแดงผมอีกแน่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันนี้เราเจอกรุ๊ปทัวร์จีน มากันประมาณ 10 คน แต่ส่งเสียงอีโล้งโช้งเช้งกันตามประสาที่เราเคยเจอกันปกติ แต่ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยคือ เจ๊ๆเฮียๆแกเด็ดกุหลาบพันปีติดมือมาด้วยคนละดอกสองดอก จริงๆพยายามคิดในแง่ดีว่าเก็บที่ตกๆมา แต่ดูแล้วเราก็ไม่เคยเห็นกุหลาบพันปีมันร่วงในขณะที่ยังบานสวยงามเลย แล้วก็มีกันทุกคนด้วย เลยได้แต่ใช้สายตามองๆแล้วนินทากับคนไทยด้วยกันนี่แหละ และผมเคยได้ยินว่าเขามีกฏอยู่ ห้ามเด็ด ถ้าลูกหาบหรือไกด์เจอ เขาสามารถปรับเงินได้ทันที ก็หวังว่าเจ๊ๆเฮียๆแกจะโดนกันนะ

2558-04-09-079

ระหว่างทาง เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มเราเจ็บหัวเข่า ต้องประคองและค่อยๆเดินกันไป บางช่วงต้องขี่คอไกด์และเพื่อนผู้ชายอีกคน ตอนนี้ทีมเราเริ่มมีอุปสรรคแล้ว..

2558-04-09-082

เส้นที่กำลังเดินอยู่ เจอคนไทยเยอะมาก บางทีมองหน้ากันก็ไม่แน่ใจ จนเขาต้องทักสวัสดีมาก่อน เราถึงทักกลับ และก็เจออีกกลุ่มหนึ่ง มีผู้ชายสะดุดุรากไม้ล้มตรงหน้าทีมเรา โชคดีที่เรามีหมอมาด้วย เลยปฐมพยาบาลกันเบื้องต้น พวกเราเจอเขาเรื่อยๆ เขาเล่าว่าเกือบได้ใช้บริการเฮลิคอปเตอร์แล้ว แต่ก็อาการดีขึ้น อดทนเดินกระเผกๆ จนเราไปเจอเขาที่ ABC ได้ด้วย เก่งมากๆ

พวกเราเดินมาถึง Hotel Himalaya ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว และต้องเดินไปต่อที่ Deurali อีก 2 ชั่วโมง ทำใจต้องเจอกับอากาศหนาวและความมืด สิ่งที่ตื่นเต้นตอนนั้นคือ เริ่มเจอน้ำแข็งเกาะยอดหญ้าบ้างแล้ว และไฟฉายคาดหัวเราก็มีไม่ครบทุกคน ต้องคอยเดินแล้วหันหลังกลับมาส่องทางให้กันตลอดเวลา

2558-04-09-108

ประมาณหนึ่งทุ่ม เราเดินจนไปเห็นไฟเกสเฮาส์ของ Deurali แอบดีใจ ดูไม่ไกลนัก แต่ที่ไหนได้ ต้องเดินอ้อมไปอีกหน่อย ทางค่อนข้างอันตรายเพราะเป็นถ้ำ และข้างๆเป็นทางเดินแคบๆประมาณไม่ถึงฟุต มืดสนิท เราคิดว่าต้องไปทางถ้ำมากกว่า แต่จริงๆแล้วต้องเดินเลาะเหว จากนั้นได้เจอกับ Glacier ครั้งแรก เป็นธารน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาและแข็งตัว ตื่นเต้นอีกแล้วครับ ได้เดินบนหิมะในยามวิกาล มองไม่เห็นอะไรเลย มีแค่ไฟส่องเล็กๆ ไม่ไกลนัก ลื่นด้วย เราพยายามเดินเลาะขึ้นไป แต่แล้วก็โชคดีที่มีลูกหาบส่งสัญญาณไฟกระพริบมาจากแถวเกสเฮ้าส์ ตะโกนบอกว่าเราไปผิดทาง ตอนนั้นทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆ แล้วรอให้ลูกหาบมารับ

ลูกหาบเก่งมากครับ ใส่รองเท้าแตะบนหิมะ เขาไม่กลัวลื่นเลย ไม่มีไฟด้วย เดินเห็นทางได้อย่างไรก็ไม่รู้ สกิลเหลือรับประทาน

คืนนั้นหนาวยะเยือกมาก เกสเฮาส์ที่ Deurali เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน มื้อนี้ค่อนข้างทุรักทุเร ไกด์เลยให้สั่งกินกันเองตามสะดวก พวกเราสั่งบะหมี่เกาหลีร้อนๆคนละชาม และพิซซ่าทูน่า (พวกเนื้อปลาทานได้ในเขตที่เขาเคารพครับ ยกเว้นพวก หมู ไก่ ควาย) ซึ่งไม่รู้เพราะหิวโซหรือเปล่า ทูน่าพิซซ่ารสชาติเหมือนราดหน้าเลย อร่อยมาก เพื่อนผมเลยสั่งอีกถาด แต่ก็กินกันไม่ไหว ต้องยกให้ลูกหาบหมดเลย

2558-04-09-110

คืนนี้ในกลุ่มผมเริ่มวางแผนขากลับจาก ABC เพราะเส้นทางจะเดินยาวไกล หนักมาก รวดเดียวจาก ABC ถึง Sinuwa เลย (เหมือนย่อทริปที่เราเดินกันมา 2 วัน เหลือแค่ 1 วัน) ซึ่งในตอนนี้มีเพื่อนเราที่บาดเจ็บ อยากไปให้ถึง ABC แล้วเดินกลับมานอนที่ Deurali แทน เพราะกลัวจะเดินกลับรวดเดียวไม่ไหว จะได้ช่วยเฉลี่ยระยะทางในวันแรกหน่อย แต่หลายคนก็ไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าไม่น่าจะเดินไปกลับได้ทัน และลำบากในส่วนที่ต้องแยกกันอยู่ คืนนั้นเลยตัดสินใจไม่ได้และต้องรอดูอาการบาดเจ็บในเช้าวันรุ่งขึ้นแทน

เพิ่มเติม
– ลองแปะแผ่นความร้อนยี่ห้ออะไรสักอย่างของญี่ปุ่น ไม่รู้สึกอะไรเลย สงสัยผมจะใช้ไม่เป็น
– คืนแรกที่ไม่ได้อาบน้ำ หนาวจัด ต้องเช็ดตัวด้วยทิชชู่เปียกแทน แนะนำให้พกไปเยอะๆเผื่อขี้เกียจอาบด้วย
– ถุงนอน -0c ของเก๊ เริ่มเอาไม่อยู่ เย็นช่วงเท้าถึงส่วนขานิดๆ

Day 6 – Deureli -> MBC (3,700 m) -> ABC (4,130 m)

วันนี้เป็นวันแรกที่วิวไม่สวยเท่าไรนัก ไม่เห็นแสงตอนเช้า แต่ก็แปลกตากว่าปกติ เพราะ Deurali อยู่ในซอกเขาที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะ อากาศหนาวมาก พวกเราใส่ชุดแบบจัดเต็ม มีเท่าไรยัดให้หมด เพราะจะต้องไปเผชิญหิมะกันตลอดทั้งวัน

มื้อเช้านี้ เรารอดจากข้าวผัดผักไข่ดาวไปอีกมื้อ อาหารเช้าเป็นแซนวิชทูน่าเบาๆ ระหว่างนั้นเจอกลุ่มคนไทยอีกกลุ่มที่พักบ้านเดียวกับเรา ฟิตมาก เขาล้อมวงวอร์มอัพกันแต่เช้า คือรู้สึกต่างจากกลุ่มเรา ตื่นนอน ถ่ายรูป กิน แล้วออกเดินทางเลย ฮ่าๆ (จริงๆ ควรวอร์มอัพก่อนออกเดินทาง เพื่อลดการบาดเจ็บและเตรียมความพร้อม)

2558-04-10-004

เราเดินออกจาก Deurali ไปประมาณ 45 นาที เราจะเจอ Glacier แห่งที่สอง จุดนี้สวยมากครับ พื้นหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่าน ทำให้พวกเรายืนถ่ายรูป และกระโดดโลดเต้นกันกันอยู่พักใหญ่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากผ่าน Glacier มาสักระยะ จะเจอทุ่งหญ้าโล่งๆ ที่เราต้องเดินข้ามแม่น้ำไป จุดนี้เป็นจุดที่เราจะได้เห็นรูปถ่ายกันมากตามเว็บไซต์ต่างๆ เพราะมีภูมิประเทศที่สวยและหลากหลายในจุดเดียวกัน มีแม่น้ำผ่ากลางทุ่ง มีภูเขาหิมะขนาบข้าง ฉากหลังเป็นภูเขาหิมะอีกลูกที่ใหญ่อลังการ เดินไปถ่ายไป หมดเมมโมรี่ไปกับแวนี้หลายร้อยเม็กฯเหมือนกันครับ สวยตราตรึงใจจริงๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ระหว่างที่เราเดิน พวกเราได้ยินเสียงหิมะถล่มตามหลัง ตอนแรกคิดว่าฟ้าร้อง เพราะด้านหลังเราไกลออกไปตรง Deurali มันดูครึ้มๆ แต่เสียงมันดังครืนๆนานกว่าฟ้าร้องพอสมควร จนเรามารู้จากไกด์ที่หลังว่ามันเป็นเสียงหิมะถล่ม เป็นประสบการณ์ครั้งแรกเลยครับ ที่รู้ว่าสัญญาณเตือนหิมะถล่มจะมีเสียงประมาณนี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พ้นจากทุ่งหญ้า เราไต่ขึ้นไปอีกหน่อยก็จะเป็นทางเดินหิมะไปตลอดเส้นทางแล้ว ใช้เวลาต่ออีกไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ถึง MBC หรือ Machapuchare Base Camp

ซึ่งผมก็ยังไม่แน่ใจว่า Machapuchare สามารถปีนขึ้นหรือเที่ยวไปได้ถึงไหน ถึงต้องมี Base Camp ไว้พักอาศัย เพราะชาวเนปาลเชื่อว่าเป็นที่สถิตของพระศิวะ ในประวัติศาสตร์เคยมีชาวอังกฤษชื่อ Jimmy Roberts ปีนขึ้นไปแต่ไม่สำเร็จ (เหลืออีกเพียง 150เมตร เท่านั้น) และหลังจากนั้นทางรัฐบาลจึงประกาศห้ามใครปีนขึ้นไป จึงทำให้ภูเขานี้ไม่เคยมีใครพิชิตได้เลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราเดินถัดจาก MBC ไปพักทานข้าวเที่ยงกันที่เกสเฮาส์แห่งหนึ่ง ใหญ่มาก และเราก็พบคนไทยที่นั่นอีกกลุ่ม เลยทำให้รู้ว่าบางทริปจะจัดให้นอนที่นี่ แล้วเช้ามืดวันรุ่งขึ้นค่อยเดินไป ABC เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งจะย่อระยะทางขากลับ ไม่เหนื่อยเกินไป และไม่ต้องไปแย่งกันกินแย่งกันอยู่ข้างบนเกสเฮ้าส์ของ ABC

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

2558-04-10-069

ทางไกด์ได้เตรียม Mini Crompon หรือรองเท้าตะปูให้พวกเราไว้ใช้ด้วย เกาะพื้นหิมะดีพอสมควรครับ และเป็นครั้งแรกที่เคยลองใส่ ตัวรัดมันเป็นยางค่อนข้างเหนียวและแข็ง แต่ก็ไม่ได้เหลือไซต์ใหญ่ให้เลือก เลยแอบรัดเท้าผมนิดหน่อย ทำให้รองเท้าผมรัดขึ้นและเจ็บเท้า จริงๆผมเห็นคนจากทริปอื่นส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่กันก็พอจะเดินได้บ้าง ไม่ลื่นมาก

2558-04-10-072

เส้นทางบนหิมะที่เดินกันเป็นปกติ หิมะจะอัดตัวแน่นและทำให้เราลื่น ก็สามารถเปิดทางใหม่เลาะข้างไปกันได้ แต่ก็ต้องเดินดีๆ ถ้านอกเส้นทางมาก หรือซวย อาจจะเจอหลุม หิมะจะยุบไปถึงน่องหรือเอวเลยทีเดียว ไม่เจ็บครับ แต่ตกใจ และหิมะอาจเข้ารองเท้าได้ ซึ่งจะทำให้เท้าชื้น บวม และเราจะหนาวด้วย

ช่วงบ่ายก็ตามเคยครับ อากาศแปรปรวน ครั้งนี้เราเจอหิมะตกจากช่วง MBC ถึง ABC ค่อยข้างหนักนิดนึง เกาะเต็มตัว และเข้าแว่นผมตลอดทาง (รู้เหตุผลลยว่าทำไมเขาถึงใส่แว่นแบบครอบกัน) บางช่วงมองไม่เห็นวิวเลย และได้ยินเสียงหิมะถล่มตลอดเวลา แต่ดูจากสภาพภูมิประเทศแล้ว น่าจะไว้ใจได้ไม่น่าจะโดนเรา เพราะจุดที่เดินไม่ใกล้ผาหิมะ ไม่ชันมาก และเป็นเนิน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

2558-04-10-110

2558-04-10-099

2558-04-10-088

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ระยะทางจาก MBC ถึง ABC ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ใช้เวลาค่อยๆเดินไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็เจอป้าย ABC คือจุดหมายปลายทางของเรา ซึ่งทุกคนดีใจมากครับ ถ่ายรูปกันใหญ่ท่ามกลางหิมะ ยอมถอดถุงมือกดถ่ายรุปเลย ขนาดผมเองยังมือแข็งและซีดๆ แต่ก็ทน ฮ่าๆๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เพื่อนผมคนหนึ่งที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยบอกว่า “ถ้าฉันมาได้ คนอื่นก็มาได้” ซึ่งผมก็เชื่อแบบนั้นนะ ทุกคนมาได้ เพราะใช้ใจล้วนๆ (มีพี่คนหนึ่ง ผมมารู้ตอนหลังว่า พอเดินไปถึงบ้านพักที่ ABC พี่เขาถึงกับร้องไห้ ว่าฉันมาถึงแล้ว ฉันทำได้ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่แกก็ไม่ได้ออกกำลังกายเลย เที่ยวสบายตลอด และไม่เคยเดินป่า แถมแกได้ถูกสบประมาทก่อนมาด้วยว่า “มาไม่ได้หรอก อ่อนแกเกินไป..” เราฟังแบบนั้น เราก็แอบภูมิใจแทนแกนะ ที่แกทำได้)

ช่วงถึงป้ายนั้นเอง เรามีอาการ AMS เล็กๆ คือ ปวดเบ้าตา ซึ่งหมอที่ไปด้วยกันบอกว่าความดันตาขึ้น เลยให้ไดอะม็อกแล้วพาราฯตามมาอย่างละเม็ด ก็พอบรรเทาได้บ้าง แต่ยังกินอาหารไม่ลง ทั้งๆที่อยากกินมากครับ เพราะมื้อนั้นเขาจัดเต็ม ทั้ง มาม่า พิซซ่า มักกะโรนี โมโม่ เฮ่ออ อดเลยฉัน.. กินไม่ไหวๆ

เราคุยกันถึงแผนการเดินกลับ เพราะจะเป็นวันที่ 3 ที่เดินโดนอีกแล้ว คือจาก ABC ยาวไปถึง Sinuwa (และมีเพื่อนผมบางคน ขอยาวไปถึง Chomrong เลย!) ซึ่งเท่าที่ผมหาข้อมูลและถามคนไทยกลุ่มอื่นที่นั่น ไม่มีใครทำแบบนั้น เพราะไกลเกินไป ส่วนมากจะหยุดนอนกันที่ Bamboo เท่านั้น

ตอนประมาณ 3 ทุ่ม ฟ้าสวยมากครับ มืดสนิท และดาวเยอะ ไม่มีอะไรบัง แต่พวกเรานัดกันไว้ว่าจะตื่นตี 4 เลยรีบไปนอนพักก่อน

คืนนั้นคิดว่าอุณหภมูิติดลบมากพอสมควร ถุงนอน -10c เก๊ + ใส่เสื้อจัดเต็ม มันเอาไม่อยู่แล้ว หนาวทะลุถึงผ้าด้านใน จับแล้วเย็น โดยเฉพาะช่วงขาถึงเท้า ผมใช้แผ่นความร้อนแปะไปสองแผ่น แล้วนอนเอามืออังก็พอช่วยได้นิดนึง แต่จุดที่ไม่ได้แปะก็หนาวครับ นอนกระสับกระส่ายพลิกไปมาตลอด รู้สึกว่าตัวเองเตรียมตัวน้อยไปๆ

เพิ่มเติม
– ตี 3 ตื่นมาเข้าห้องน้ำ พบว่าพระจันทร์สว่างจ้าเลยครับ สรุปนอนยาว ไม่ถ่งไม่ถ่ายมันละ แอบเสียดายด้วย
– ข่าวดีของวันนี้คือ เพื่อนเราอาการบาดเจ็บทุเลาลง เลยทำให้ได้ขึ้นไปนอนข้างบน ABC กันครบทุกคน
– ไม้เท้าเดินป่า สามารถแก้เซ็งได้ตอนเดินบนหิมะนะครับ ลองจิ้มไปแรงแน่นๆ ดึงออกมา แล้วเคาะเบาๆ มันจะได้โดนัท ฮ่าๆๆ สงสัยตอนนั้นจะหิว เลยเพ้อครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA


ซีรี่ – 8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC

ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว
ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ
ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill
ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต
ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ
ตอนที่ 7 จากลาพร้อมบทสรุป

8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC (ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต)

Day 3 (Part 2) – Ghorepani -> Banthani

หลังจากเดินลงจาก Poon Hill พวกเราต้องรีบเก็บของและเดินต่อทันที เพราะกลัวจะสายเกินไป
ขอย้อนกลับไปดูสูตรข้าวต้มที่บอกพ่อครัวเนปาลไว้ ปรากฎว่า แกก็เอาข้าวใส่น้ำร้อนให้จริงๆ แต่ก็ยังเป็นข้าวเบร์เลย์แบบเดิม คืออาจผิดที่เราไม่ได้บอกว่าให้ใช้ข้าวสวย ฮ่าๆๆ รสชาติก็เลยยังหวานนิดๆ เพราะตัวข้าว และหนืดหน่อยๆ

2558-04-07-094

เดินออกจาก Ghorepani แดดแรงพอสมควร และอบอ้าว เราเดินขึ้นไปถึงภูเขาอีกลูก อยู่ตรงข้ามกับ Poon Hill ด้านบนเป็นเขาหัวโล้น มองเห็นได้ 360องศา คล้ายกับเขาช้างเผือกในประเทศไทยเลยครับ วิวสวยมาก กุหลาบบานสะพรั่ง ลมแรง และหมอกหนา เล่นทำเราหนาวสะท้านไปทั้งทีม

2558-04-07-095

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ยอมรับเลยว่าตอนนี้เริ่มเบื่อกุหลาบพันปี เริ่มไม่หวือหวาแล้วหละ หากใครอยากเจอเยอะๆ เจอแบบกราดเกลื่อน เจอไม่บันยะบันยัง เชิญมาเที่ยว ABC ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนได้เลยครับ เป็นช่วงที่บานเต็มที่ไปทั่วทั้งภูเขา ตั้งแต่เริ่มเดินก้าวแรกไปจนเข้าเขตหิมะ

ใกล้เที่ยง ฝนตกประปราย และที่ตื่นเต้นสำหรับผมคือ ได้เจอลูกเห็บด้วย เป็นเม็ดเล็กๆ ที่เมืองไทยจริงๆก็มีครับ เพียงแต่เกิดมาไม่เคยเจอ ได้แต่ดูข่าวจากโทรทัศน์ว่าที่นั่นที่นี่มีลูกเห็บตก วันนี้ได้เห็นของจริงแล้วหละ แปลกดี ชื่นชอบ เหมือนมีคนยิงปืนอัดลมใส่ตลอดเวลา (แอบซาดิส)

2558-04-07-116

2558-04-07-148

และที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งคือ อากาศที่นั่นแปรปรวนช่วงเที่ยงถึงเย็น และแน่นอนครับ ผมก็ได้เจอตลอดวันเลยทีเดียว แต่พอมันตกหนักๆ นานๆ เต็มพื้น ก็สวยมากๆ ขาวโพลนเหมือนหิมะ แปลกตาเราสุดๆ

ช่วงบ่ายที่ลูกเห็บและฝนตกสลับกันหนักๆ เราวัดอุณหภูมิได้ที่ 4-5 องศา! (แอบคิดถึงและอยากอวดคนอยู่ประเทศไทยเลย ให้ตายสิ)

จริงๆ แล้ว ตามแผนวันนี้เราต้องไปนอนที่หมู่บ้าน Tadapani แต่ด้วยความที่การจองเกสเฮ้าส์จะจองเป็นวันต่อวัน แล้วที่นั่นเกสเฮ้าส์ก็เต็มพอดี จึงทำให้เราเดินสั้นขึ้น และนอนที่หมู่บ้านเล็กๆในซอกเขา ชื่อ Banthani

P4070455

2558-04-07-153

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นับเป็นเกสเฮ้าส์ที่พวกเราคุยกันได้ตลอดทริป คืนนั้น 0 องศา ในห้องแคบๆ เตียงและผ้าห่มชื้นๆ เราเลยไปรวมตัวกันหน้าเตาผิงของห้องอาหาร ไม่ยอมไปไหนกันเลย และก็ได้ใช้ถุงนอนเก๊ๆ -10c ที่ซื้อจาก Tamel ครั้งแรก มันอเมซิ่งมากครับคุณเอ๋ย มันเอาอยู่เว้ยๆ อุ่นเลย (แต่ผมใส่ลองจอน เสื้อคอกลม และเสื้อขนเป็ดนอนด้วย)

คืนนั้นพวกเราเตรียมทำใจสำหรับวันรุ่งขึ้น เพราะต้องเดินหนักกว่าเดิมอีก 2 ชั่งโมง เพื่อไป Tadapani และก็ดันเป็นวันที่ต้องเดินไกล และเดินลงเยอะด้วย มาถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่พร้อม ก็ต้องพร้อมแล้วหละครับ! นี่แหละรสชาติของชีวิต

Day 4 – Banthani -> Tadapani (2,630 m) -> Chomrong (2,170 m)

วันนี้เราตื่นกันตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อเก็บของและทานข้าวเช้า เนื่องจากเราต้องเดินไกลและนานกว่าเดิม

เมื่อทุกอย่างพร้อม เราออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงเช้าเพื่อไปให้ถึงเมือง Tadapani ไม่เกิน 9 โมง ระหว่างทางเป็นการเลาะริมหน้าผา มีขึ้นมีลงอยู่สลับกัน วิวอาจจะธรรมดากว่าทางที่เคยเดินผ่านมา แต่เมื่อถึงเมือง Tadapani มันเป็นเมืองอยู่บนยอดเขา สามารถมองไปเห็นยอดเขา Machhapuchchhre ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม ผมแอบเสียดาย ที่ไม่ได้นอนที่นี่ น่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและลง คงสวยน่าดู

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราแวะล้างหน้า เข้าห้องน้ำ และยืนถ่ายรูปกันอยู่ครู่หนึ่ง เราเริ่มไต่ลงจาก Tadapani แล้วก็ไต่ขึ้นไปอีกยอดหนึ่ง ตลอดสองข้างทาง เต็มไปด้วยทุ่งนาขั้นบันไดแคบๆ แต่ถี่หลายชั้นตั้งแต่ยอดเขาลงไปจรดลำธารด้านล่าง และด้วยความที่เป็นร่องเขา ทำให้เราเห็นวิวได้กว้างไกลแบบพาโนลาม่า สวยอลังการไม่แพ้ซาปาที่เวียดนามเลยทีเดียว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

กว่าจะถึงเมือง Chomrong ก็ขึ้นลง ขึ้นลง หลายภูเขา ไกลและชัน บางช่วงก็เป็นบันได ผมคิดว่าค่อนข้างหนักนะ ถึงจะไม่ปวดขา ก็อาจปวดเข่า หรืออาจทำให้ล้าได้เลย ควรเดินระวังๆและรักษาตัวเองไว้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Chomrong เป็นเมืองใหญ่มาก น่าจะใหญ่กว่าที่เคยผ่านๆมา เป็นศูนย์กลางทางแยกเชื่อมได้หลายเมือง ทั้ง Sinuwa, Ghandruk, Jinhu ซึ่งเป็นเมืองทางผ่านสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะมาเที่ยวเส้นทางไหนก็ตาม ที่นี่มีบาร์ มีร้านกาแฟ มีร้านขายของที่ระลึก มีร้านขายของส่ง และมีเกสเฮ้าส์เยอะมาก

2558-04-08-111

ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ เมื่อมองจากเมืองนี้ จะเห็นซอกเขาสองฝั่ง, พวกเรามาถึงช่วงเย็น พอมองลึกเข้าไปในซอกเขานั้น เป็นความมืดทะมึน มองไม่เห็นปลายทาง แต่ด้านบนเห็นยอดภูเขาหิมะโผล่มารำไรๆ สวยแปลกตา อดคิดไม่ได้ว่าคณะเรากำลังไป Mordor ใน The Lord of The Rings หรือเปล่า

2558-04-08-114

เมื่อเรามาถึงเมืองนี้ จะเริ่มพบป้ายห้ามกินเนื้อหมู เนื้อควาย เนื้อไก่ เนื่องจากชาวเมืองแถวนี้เขาเชื่อว่าเป็นสถานที่สถติของเทพเจ้าของเขา ดังนั้น ตั้งแต่เมือง Sinuwa (ถัดจาก Chomrong) เมนูอาหารที่ครัวเนปาลทำก็จะเจอผัก ปลา แป้ง ข้าว (แต่หากหิ้วเนื้อต้องห้ามไปแล้วเสียดาย หรืออดไม่ได้ก็แอบๆกินอย่าประเจิดประเจ้อละกันครับ)

2558-04-08-102

วันนี้ได้อาบน้ำอุ่นแบบเต็มที่ เป็นเครื่องแบบแก๊สหุงต้ม อาบไปก็หิวมาม่าไปๆ (ผมว่ากลิ่นแก๊สเหมือนมาม่าหมูสับ) ทั้งสบายตัว ทั้งหิว ก็เลยลงไปต้มมาม่ากินรองท้องก่อนจะถึงมื้อเย็น มื้อนี้เป็นข้าวกับผัดผักและไข่ดาว ซึ่งเป็นเมนูที่พวกเรากินกัน 2-3 ครั้ง แล้ว และเริ่มจะไม่เจริญอาหาร

2558-04-08-136

ผมกับเพื่อนเดินออกไปช็อปปิ้งหน้าโรงแรม เราเจอเสื้อ ABC ตัวหนึ่ง มันควรค่าแก่การซื้อเก็บมากครับ เจ๊คนที่ขายบอกว่า 600รูปี พวกเรายืนต่อกันอยู่นาน เจ๊เลยลดราคาให้ 400 ซึ่งถ้าเราไปอีกร้านหนึ่งบนเขา จะได้ราคาแค่ 350 แต่เอาเถอะครับ แลกกับค่าเดิน 50รูปี (17บาท) ยอมๆ, คนอื่นจ่ายไป 400 ถ้วนๆ แต่ผมจ่ายไป 500 เจ๊แกทอนกลับแค่ 90 ครับ ผมเลยทวงแก แต่แกขอผมอีก 10รูปี แล้วแกก้มไปหยิบข้อมือเชือกถักมาให้ผมแทน แกบอกว่านั่งหลังขดหลังแข็งถักเองกับมือเลยเชียวนะ เป็นรูปดวงตาพระพุทธเจ้าห้าพระองค์

หลังจากผมใส่มัน ทุกคนที่เห็นก็ชมว่าสวยครับ และวันที่เนปาลมีแผ่นดินไหว เชือกถักเส้นนี้มันทำให้ผมคิดถึงเจ๊ และคนเนปาล ผมรู้สึกว่ามันเป็น 10รูปี ที่มีค่ามีความทรงจำสำหรับผมมาก

FullSizeRender

ช่วงอาหารเย็น พวกเราคุยกันถึงแผนการวันถัดไป เริ่มวิตกกันเรื่องโรคแพ้ความสูง (AMS) เพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องเดินทางไกล และไต่ระดับไปนอนระดับที่ 3,800เมตร หากเกิดอาการขึ้นมา อาจไปไม่ถึงยอดได้ จึงเริ่มแชร์ความรู้กันเองจากที่อ่านๆกันมา และแจกยา กลุ่มเราค่อนข้างโชคดีที่มีหมอไปด้วยหลายคน ยาเพียบเลย และคนทั่วไปหลายๆคนก็หาข้อมูลมาดี จึงช่วยได้เยอะจริงๆครับ ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยเลย

2558-04-08-135

ตกกลางคืน มีการแสดงของชาวบ้านในระแวกนั้น เป็นการร้องเพลงและเต้นรำแบบท้องถิ่นของชาวเนปาลี เพลงติดหูมากครับ ทำนองคล้ายๆกันหมด แต่เหมือนจะเปลี่ยนเนื้อร้อง ท่าเต้นเขาก็จะเน้นหมุนตัวไปมา ผู้ชายก็กระโดดโลดเต้น จริงๆแล้วเหมือนจะเป็นงานระหว่างคนพื้นเมืองและคณะลูกหาบของเรามากกว่า พวกเขาสนุกกันมาก จะมีคนไทยอยู่ไม่กี่คนที่ถูกชาวเนปาลีเชิญออกไปเต้นร่วมกับเขา

ตัวแทนชาติไทย เธอๆ เขาๆ ก็เต็มที่เลยครับ ออกไปรำไทย เซิ้ง ท่าเต้นในผับ แล้วก็ทำท่า Squart อวดชาวเนปาลีให้งงและอึ้งกันไปเลย ว่าชาติไทยได้พัฒนาลีลาการเต้นแบบแอโรบิกแด๊นส์ได้เองแล้ว

2558-04-08-145

2558-04-08-148

ต้องขอเล่าย้อนว่า ทริปนี้ผมตั้งใจมาเที่ยวแบบหายเงียบไปเลย ไม่อัพเดทใดๆ แค่โทรศัพท์ผ่าน Skype เล่าสารทุกข์สุขดิบกับแม่และอาม่าวันละครั้งก็พอ ซึ่งเกสเฮ้าส์ที่เราพัก(และน่าจะทุกที่) จะมีอินเทอร์เน็ตให้บริการครับ จ่ายเหมาทั้งวันทั้งคืน 100-200รูปี ซึ่งเกสเฮ้าส์ที่แรกผมได้ใช้ฟรี ที่ที่สองก็ยืมเพื่อนใช้ เพราะความเร็วมันช้าถึงช้ามาก เราใช้แป๊บเดียว ไม่อยากเสียเงิน แต่ๆๆ.. วันนี้ผมได้ลองซื้อเล่นเป็นครั้งแรก เนื่องจากน้องคนหนึ่งเอา Facebook มาให้ผมดู..

“พี่ๆ แม่พี่เข้ามาไลค์ มาเม้นของหนูตลอดทางเลย” น้องมันบอก พร้อมยื่นมือถือให้ผมดู
เป็นโพสที่น้องมันเช็คอิน อัพเดทสเตตัส แต่ใส่ชื่อผมไปด้วย เลยทำให้แม่ผมเห็นตลอดทาง

“เอิ่ม ตายหละ แม่พี่รู้ว่ามีอินเทอร์เน็ตนี่หว่า เดี๋ยวพี่ไปซื้อก่อนนะ กลัวแม่น้อยใจ หาว่ามีเน็ตฯ แต่โทรไปหาแค่วันละครั้ง ไม่โพสอัพเดทอะไรให้ดูเลย” ว่าแล้วผมก็รีบเดินไปจ่ายเงิน เขาก็เอามือถือไปกรอกรหัส Wifi ให้.. (เขากลัวเอารหัสไปบอกต่อ เลยจะหยิบมือถือเราไปกรอกเอง) โพสรูปหน้าตัวเองไปหนึ่งรูป.. แล้วก็โทร Skypse ไปคุย..

2015-05-12_235127

กว่าจะโพสรูปแรกได้ ผมพยายามอยู่หลายครั้ง ขึ้น Fail ตลอด และแต่ละครั้งก็รอเกือบ 10 นาที ใครคิดจะซื้อเน็ตฯเล่นก็ลองคิดดีๆนะครับ

หลังจากโผล่ตัวครั้งแรกในโลกโซเชี่ยลแล้ว ญาติโกโหติกา เพื่อนฝูงต่างมากระหน่ำไลค์ ถามสารทุกข์สุขดิบกันเต็มที่ คืนนั้นผมนั่งเล่นเน็ตจนถึงห้าทุ่มแน่ะ กลัวไม่คุ้มเงินที่จ่าย.. (ยังงกได้อีก)

ที่นอนของเราคืนนี้ ห้องกว้างขวางและสะอาดดี แต่ตั้งแต่เมือง Chomrong เป็นต้นไป เขาจะให้เราแต่เตียงและฟูก ไม่มีผ้าห่มเลย ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ดังนั้น ถุงนอนอุ่นๆเป็นสิ่งจำเป็นมาก ควรเตรียมไว้ให้ดีเลยครับ หากจะไปเที่ยว

2558-04-08-126

เพิ่มเติม
– เพิ่งได้ลองกินพวก snicker ครั้งแรกตอนหมดแรง รู้สึกเห็นผลว่าใช้เพิ่มแรงได้จริงๆ นะ จากเมื่อก่อนไม่เคยเชื่อ (เพราะมันไม่อิ่มไง จะเอาแรงจากไหนวะ)
– นอนไม่ค่อยหลับตั้งแต่มาเดินที่นี่ เหมือนหลับเต็มอิ่มแล้วตื่นเร็ว คืนหนึ่งตื่นสองสามครั้ง ไม่รู้สาเหตุ ใครเป็นแบบผมหรือทราบสาเหตุบ้างครับ?
– ครัวเนปาลทำอาหารช้ามาก เป็นชั่วโมง และเป็นทุกที่ด้วย ดังนั้น ควรคิดเมนูอาหารล่วงหน้าและให้ไกด์หรือลูกหาบวิ่งมาสั่งรอก่อนที่เราจะเดินถึงง


ซีรี่ – 8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC

ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว
ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ
ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill
ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต
ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ
ตอนที่ 7 จากลาพร้อมบทสรุป

8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC (ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill)

Day 2 – Ulleri -> Ghorepani (2860 m)

ตื่นเช้ามาพบว่า วิวหน้าต่างเกสเฮ้าเห็นยอดภูเขาหิมะด้วย สวยมากๆ พวกเรารีบทานข้าวเช้าแล้วออกเดินทาง เส้นทางวันนี้ค่อนข้างสวยงาม เพราะจะพบกุหลาบพันปีเต็มสองข้างทาง ตลอดการเดินทางเลย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ซึ่งในทวีปเอเชีย เราจะพบกุหลาบพันปี (Rhododendron) เยอะๆ ตามแนวเทือกเขาหิมาลัยที่อยู่จากระดับน้ำทะเลหลักพันเมตรขึ้นไป ถ้าเป็นเมืองไทย ก็หาดูได้แถบดอยอินทนนท์นั่นเองครับ (ดอยอินทนนท์ของเราเป็นปลายๆ ของเทือกเขาหิมาลัยเชียวนะ)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มื้อเที่ยงวันนี้ ค่อนข้างไม่เจริญอาหารอีกแล้ว เป็นข้าวผัดแบบวันแรก และผัดหมี่เหลืองๆเส้นใหญ่ๆ แต่สวรรค์ยังโปรดที่มีซุปผสม(เศษ)เห็ดและผัก พอมีรสชาติให้ได้กระดกบ้าง คล่องคอหน่อย และมื้อนี้เริ่มหาของหวานๆอื่นๆ อย่างโค๊กมาดื่มบ้างแล้ว เพราะกระหายอย่างแรง และต้องการของหวาน

พวกเราเดินถึง Ghorepani ประมาณบ่ายสาม เกสเฮ้าส์ที่พักชื่อ Nice View Hotel ซึ่งก็สมชื่อจริงๆครับ มีระเบียงวิวสวยมากๆ มองเห็นภูเขาหิมะ Dhaulagiri ตั้งตระหง่านไกลสุดลูกหูลูกตา แม้เพียงชั่วโมงเดียวก่อนเมฆจะมาบดบัง แต่ก็ทำให้หายเหนื่อยได้ปลิดทิ้ง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันนี้โชคดีกว่าวันแรกนิดหนึ่ง คือได้อาบน้ำอุ่นตั้งหลายนาทีแน่ะ แต่พอสบู่เต็มตัวเท่านั้นแหละ หมดเวลา..
“ฉันหนาวเหลือเกินพี่ชาย..”

วันนี้มีเวลาเยอะหน่อย เลยได้นั่งคุยและจิบเบียร์เนปาลกัน ได้จิบมันครบทั้งสามยี่ห้อดังเลยครับ
Gorkha Beer จะออกเปรี้ยวๆ เหมือนเบียร์ผลไม้, Everest Beer อร่อยดี มีรสเปรี้ยวนิดนึง ส่วน Tuborg Beer เหมือนไฮเนเก้น นุ่มๆ ดีครับ ใครชอบแนวไหนก็ลองแนวนั้น แต่ที่ผมเห็นคนเนปาลดื่มกันมากๆก็ Gorkha

2558-04-06-038

คืนนั้นอาหารเย็นก็จัดเต็มเช่นเดิม เพื่อนเราเข้าครัวทำอาหารไทย เป็นกะเพราไก่ ซุปเยื่อไผ่ใส่เห็ดใส่ไข่ ไข่ดาว เปรมมากครับ อร่อยมากๆ ต้องชมฝีมือคนทำเลย

2558-04-06-045

2558-04-06-046

ส่วนทางครัวเนปาลได้ทำข้าวต้มมาให้ลอง เพราะจะเตรียมทำไว้เป็นมื้อเช้าของเรา แต่ข้าวต้มเขาจะไม่เหมือนที่เรากิน เพราะเขาใช้ข้าวบาร์เลย์ ใส่นม ใส่เนย ใส่พวกธัญพืชอะไรอีกสักสองสามอย่าง ทำให้มันเหนียวๆ หวานๆ คล้ายกับกินเนสวิต้า ถูกใจผมและพี่ๆบางคน แต่ก็ขัดใจกับอีกหลายคน ฮ่าๆ เลี่ยนเกินไป เราเลยบอกให้คนครัวเนปาล ใส่ข้าวต้มกับน้ำก็พอ เดี๋ยวเราปรุงกันเอง

Day 3 (Part 1) – Ghorepani -> Poon Hill (3210 m)

วันนี้เราต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อออกเดินจากความสูง 2,860 เมตร ไปสู่ยอด Poon Hill ที่สูง 3,210 เมตร เนื่องจากความสูงเกิน 3,000 เมตร ซึ่งมากพอจะทำให้เกิดอาการแพ้ความสูงได้ (AMS) จึงต้องเผื่อเวลาเดินเยอะหน่อย เพื่อป้องกันอาการแพ้ความสูง และก็ต้องไปให้ทันดูแสงอรุณแรกบน Poon Hill ด้วย
เช้านั้นพวกเราแต่งตัวจัดเต็มมาก ผมเอง สวมลองจอน กางเกงกันลม เสื้อคอกลม เสื้อขนดาวน์ เสื้อกันลม ถุงมือ ผ้าปิดคอ หมวกไหมพรม ครบชุดที่เตรียมมา ปรากฎว่า พอเดินไปได้ 15 นาที ค่อยๆปลดและถอดทีละชิ้น (ประโยคดูเซ็กซี่ไปไหมหว่า ฮ่าๆ) เพราะคาดการผิด มันไม่หนาวมากจนต้องจัดเต็มขนาดนั้น จะเย็นก็แต่มือ เวลาที่ถอดถุงมือกดถ่ายภาพ

ทางขึ้นเป็นบันไดไม่ชันมาก และควรมีไฟฉายไปด้วย เพราะมืดสนิท ผู้คนต่างหลั่งไหลขึ้นพร้อมๆกันหมด บ้างก็หยุดยืนหอบตามข้างทางสลับกันไป สนุกไปอีกแบบ เพราะเหมือนแข่งกันเดิน แข่งกับตัวเอง และแข่งกับเวลาที่ต้องทันดูแสงเช้า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ผมเดินไปทันพระอาทิตย์พอดี ลมไม่แรงนัก วันนี้ฟ้าใสและสีเข้มสวยทำมุมเป็นโพลาไรซ์ ผมได้เห็นตั้งแต่ยังเป็นแสงสีเหลืองอ่อนๆ จนเริ่มทอเป็นสีทองส่องผ่านยอดเขา Machapuchare และพาดผ่านเป็นเส้นให้เห็นที่เชิงเขา Annapurna ยาวไปส่องปะทะยอดเขา Dhaulagiri จนยอดเป็นสีทองอร่าม

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แม้แต่ระหว่างทางเดินขึ้นเขา ที่ตอนเช้ามืดมองไม่เห็นอะไร จริงแล้วมันเป็นทุ่งดอกกุหลาบพันปีสีชมพูสลับแดงเต็มทั่วไปทั้งภูเขา และมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะยอดแหลม เห็นแบบนี้แทบจะเปลี่ยนชุดเป็น Maid วิ่งร้องเพลงแบบหน้าปกหนัง The Sound of Music เลยทีเดียว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ภาพ ณ วันนั้น ผมยังคงจดจำได้ติดตามาจนถึงวันนี้ เหมือนตกหลุมรักครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น เธอสวยมาก คงไม่มีกล้องถ่ายภาพไหนในโลกจะบันทึกภาพนั้นได้สวยเท่าสายตาที่เห็นด้วยตนเอง และคงไม่มีความภาคภูมิใจใดหากไม่ได้เดินมาเห็นด้วยสองเท้าของตนเอง

บน Poon Hill ในวันนั้น น่าจะมีสัก 200-300 คน ซึ่ง Poon Hill เป็นจุดหมายหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนมีเวลาน้อยหรือไม่อยากเดินไกลมากนัก แต่ได้สัมผัสวิวสวยๆ จะใช้เวลาเดินไปกลับเพียง 4 วันเท่านั้น ไม่หนาวเกินไป และที่พักที่กินก็ยังไม่ลำบาก เท่าที่ผมลองค้นหาดู ทริปที่เปิดในไทยจะไม่ค่อยมีจัด เพราะสั้นเกิน อาจไปไม่คุ้มค่า ซึ่งหากใครสนใจคงต้องติดต่อไปทางเอเย่นที่เนปาลโดยตรงเองครับ

2558-04-07-012

2558-04-07-088

เพิ่มเติม
– หลังจากเดินมา 2 วัน ผมก็เริ่มจับกลุ่มเดินได้แล้ว สำหรับใครเพิ่งเดินป่า แนะนำให้หาเพื่อนเดินนะครับ จะได้ไม่เหงา และมีรูปถ่าย โดยเลือกจากที่มีความเร็วเดินพอๆกัน หรือควรต้องดูแล หรือเป็นคนที่คิดว่าเหมาะจะเดินไปด้วยกัน มันจะได้สามารถดูแลกันและกันไปให้ถึงจุดหมายได้ครับ


ซีรี่ – 8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC

ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว
ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ
ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill
ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต
ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ
ตอนที่ 7 จากลาพร้อมบทสรุป

8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC (ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ)

จากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบินตรีภูวันของเนปาลแล้ว (Tribhuvan International airport) เป็นสนามบินไม่ใหญ่มาก และเต็มไปด้วยเครื่องบินขนาดเล็กจากประเทศข้างเคียง เช่น จีน อินเดีย ที่นั่นในตอนนั้นไม่หนาวอย่างที่ผมคิด แต่ลมค่อนข้างแรง (ที่นี่อากาศแปรปรวนบ่อยๆ และกว่าเครื่องบินเราจะลงได้ ก็กินเวลาไป 20 นาที เพราะอากาศไม่ดี)

2558-04-04-022

เราเดินเข้ามาในสนามบินพบว่าตรวจคนเข้าเมืองคนเยอะมากๆ เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของเขาพอดี และการตรวจต่างๆ ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัยเท่าใดนัก คนผ่านเข้าออกได้อย่างง่ายๆ

สนามบินภายใน (Domestic airport) จะต้องเดินต่อไปอีกหน่อย เพราะ Terminal ไม่เชื่อมถึงกัน แอบตกใจเล็กๆ เพราะเขายังสร้างไม่เสร็จ แต่ก็เปิดใช้งาน พวกเราเดินไปใช้งานที่ Terminal หลังเก่า แอบคล้ายศูนย์ท่ารถบ้านเรา คนเดินเพ่นพ่านไปมา พัดลมเพดาน และมีฝุ่น

2558-04-04-035

2558-04-04-043

เราต้องนั่งเครื่องบินไปเมืองโพคลาตอนบ่ายสอง แต่เครื่องบินเรามาช้ากว่ากำหนด 2 ชั่วโมง เพราะที่เมืองโพคลามีฝนตกหนัก แต่พอถึงเวลาที่เราขึ้นเครื่องเท่านั้นเอง ฝนก็ตกเช่นกันที่กาฐมาณฑุ ทำให้เราได้นั่งวนรันเวย์หนึ่งรอบ แล้วมาจอดที่เดิม เพราะไหลท์ยกเลิกหมด เครื่องบินเล็กไม่สามารถบินได้เลย

2558-04-04-052

2558-04-04-055

2558-04-04-060

และเรื่องแปลกใหม่ของผมคือ เครื่องบินเล็กที่นี่เป็นแบบใบพัด 20-30ที่นั่ง มีแอร์โฮสเตส 1 คน เดินแจกลูกอมกับสำลี ซึ่งตอนแรกผมก็งงว่าเอาไว้ทำอะไร ไกด์บอกผมว่า เอาไว้อุดหูเพราะเสียงเครื่องบนต์ดังมาก เป็นเหตุการณ์ที่ตลกๆ คุยกันได้อย่างเฮฮาจนลืมเรื่องเสียเวลาไปเลย

2558-04-04-058

ตอนนั้นเราต้องเปลี่ยนไปใช้รถบัสเดินทางไปโพคลาแทน ซึ่งค่ำมากแล้ว ฝนตก อากาศก็หนาวพอสมควร พวกเราแวะไปทานข้าวเย็นก่อนที่ทาเมล เลยถือโอกาสซื้อของใช้กันที่นั่นเลย เพราะถูกมากๆ ผมตั้งใจมาซื้อไม้เท้า แต่ก็ได้เสื้อกันหนาว และถุงนอนไปด้วย เพราะกลัวว่าที่เตรียมมาจะป้องกันไม่ได้ (ผมเอาถุงนอน +5c ไป และเสื้อขนดาวน์ของ Uniqlo ที่แอบกลัวว่ามันจะพังเพราะต้องใช้สมบุกสมบันมาก)

2558-04-04-074

การนั่งรถคืนนั้น นับว่าทรมานมาก เพราะเป็นรถหวานเย็นเก่าๆแคบๆคันหนึ่ง ไร้เครื่องทำความร้อน ไร้แอร์ ไร้กระจกที่ปิดสนิท ถนนขรุขระและโค้งตลอดทาง เมื่อตกหลุมทีหนึ่ง กระจกก็เลื่อนเปิดทีหนึ่ง ทำให้หลับๆตื่นๆตลอดทาง พวกเราทุกคนไม่ได้เตรียมใจกับการนอนหนาวบนรถเลย นับว่าเป็นการฝึกฝนก่อนเจอความหนาวเหน็บได้อย่างดี (เราได้คุยกันตอนลงจาก ABC ความเย็นบนรถวันนั้น ทรมานไม่ต่างกันเลยทีเดียว)

2558-04-04-065

Day 1 – Nayapul -> Ulleri (1900 m)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราถึงโรงแรมที่โพคลาประมาณตี 4 ในห้องไม่หนาว เพราะมีผ้าห่มและเตียงนุ่มๆ เลยได้นอนต่ออีก 2 ชั่วโมง และต้องรีบตื่นมาทานข้าวเช้า มื้อแรกก็ทำประทับใจเลย โรงแรมเสริฟด้วยขนมปังปิ้งทาแยม ผัดมันฝรั่ง และไข่ต้ม ซึ่งจริงๆผมน่าจะเดาได้แต่แรกว่าโรงแรมในเมืองยังเสริฟแบบนี้ แล้วบนเขาจะขนาดไหน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เรานั่งรถจิ๊ปไปจุดเริ่มต้นที่ Nayapul ซึ่งอยู่ในเขตอนุรักษ์อันนาปุรณะ (Annapurna Conservation Area) ระหว่างทางเราเห็นยอดเขาหิมะ ซึ่งตื้นเต้นมากครับ ที่นั่น คือจุดหมายปลายทางของเรา และเรากำลังจะเดินไปดูมันใกล้ๆ ด้วยตัวเราเอง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ช่วงเช้า ค่อนข้างสบายสำหรับพวกเรา เพราะรถจิ๊ป ฝ่าเข้าไปใน Nayapul ไกลมาก ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปกติเขาทำกันแบบนี้ไหม แต่เห็นคนส่วนใหญ่จะลงเดินกัน พวกเราเริ่มเดินกันจริง น่าจะแถวๆ Birethati

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราทานข้าวเที่ยงกันที่นั่น เป็นข้าวผัดสีเหลืองๆ น่าจะใส่เครื่องเทศพอสมควร เพราะมีกลิ่นแรง แต่รสชาติจืดๆ ซึ่งมันดูสวนทางกันดี (contrast) แปลกดีครับ

ไกด์ยืนชี้ให้พวกเราดูว่าเมืองปลายทางวันนี้คือ Ulleri อยู่ตรงหลังคาสีน้ำเงินบนยอดเขาถัดไป สำหรับผมที่เคยเดินป่า รู้สึกใกล้จัง เดินขำๆ เดี๋ยวก็ถึง แถมไกด์ก็สำทับต่อว่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเอง!

2558-04-05 052

เส้นทางจากจุดกินข้าวเที่ยงเรา ไป Ulleri เป็นบันไดหินล้วนๆ เต็มไปด้วยขี้วัว ขี้ม้า ให้เราได้เช็กประสิทธิภาพจมูกกันตลอดทาง วันนี้ลืมกด GPS จับระยะทาง แต่คิดว่าเกิน 3-5 กิโลเมตร และความสูงขาขึ้น น่าจะประมาณ 500-700เมตร แล้วที่คิดผิดคือ ใช้เวลาเดินจริงๆ 4 ขั่วโมง เลยทีเดียว ไปถึงเกสเฮ้าส์ก็เกือบหกโมงเย็น

ตอนเดินไปถึงเกสเฮ้าส์เห็นคนอื่นได้อาบน้ำร้อนกัน จากที่ผมตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ได้อาบน้ำตลอด 8 วัน ก็เลยต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะทนไม่ไหวจริงๆ ตอนนั้นผมเลยรีบไปอาบบ้าง แต่เหมือนกับก่อนหน้านั้นมีคนจ่ายเงินค่าทำน้ำร้อนไป แล้วมันก็ดันหมดเวลาที่ผมพอดี สรุป คืนแรกก็ได้อาบน้ำเย็นเลย หนาวมาก อาบไปกระโดดไป ควันจากตัวคละคลุ้ง แต่พอทำใจได้ เพราะคล้ายตอนอาบน้ำเย็นในป่าหน้าหนาวที่ไทย

2558-04-05 056

2558-04-05 058

2558-04-05-062

2558-04-05-059

มื้อเย็นพวกเราเอาอาหารที่เตรียมจากไทยไปปรุงกัน โดยมีกระเอกคือหมูคั่วกลิ้ง ส่วนทางครัวที่เนปาล เตรียม โมโม่(เหมือนเกี๊ยวนึ่ง) ผัดผัก หมี่เส้นใหญ่ๆเหลืองๆผัด แล้วที่แปลกใจคือ มีพิซซ่าด้วย! ผมไปยืนดูเขาทำในครัว ตะลึงเลยครับว่าสามารถหากินได้จากที่นี่!

2558-04-05-067

คืนแรกบนภูเขาแห่งเนปาลของผม ค่อนข้างอบอุ่น สนุกสนาน อิ่มอร่อย และยังลงพุงอยู่เหมือนเดิม


ซีรี่ – 8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC

ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว
ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ
ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill
ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต
ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ
ตอนที่ 7 จากลาพร้อมบทสรุป

8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC (ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว)

01. เริ่มต้นของฉัน

ปีที่แล้วผมเห็นหลายคนโพสถึง ABC ในพันทิพย์ แต่ละรูปสวยมาก! จนต้องตะลึง จู่ๆวันหนึ่งเพื่อนก็ชวนไป เราเองเคยแต่เดินป่ามากสุดแค่ 3 วัน หิมะก็ไม่เคยเจอนานๆ ที่เที่ยวของปีหน้า(ปี 2015)ก็ยังไม่มีไป เวลาเก็บเงินก็มีหลายเดือน เอาสิ! เสนอมา ฉันก็พร้อมสนองตอบ!

ABC ย่อมาจาก Annapurna Base Camp (และมันก็มีอีกชื่อคือ Annapurna Sanctuary) อยู่ในเทือกเขาเดียวกับหิมาลัย ประเทศเนปาล มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,130 เมตร นักเดินป่า ปีนเขาจะนิยมมาที่นี่เยอะ เพราะสวยมาก และเดินไม่ยาก(มั้ง) จุดไฮไลท์อยู่ที่ยอดเขา Machapuchare (สูง 6,993 เมตร) หรือเรียกสั้นๆว่า Fish Tail ที่แปลว่าหางปลา เพราะยอดเขานี้จะเป็นสองแฉกเหมือนหางปลา สวยมากครับ ยิ่งยามต้องแสงอาทิตย์ตอนเช้า ส่วนไฮไลท์อื่นๆ อีกคือ ยอดเขา Annapurna I (8,091 m), Annapurna South (7,219 m) และ Hiunchuli (6441 m) ที่ตั้งสูงตระหง่านให้เราได้เห็นตลอดการเดินทาง นี่จึงเป็นที่มาว่า ทำไมใครๆก็อยากไป

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จะเรียกทริปนี้ว่าไปบำเพ็ญทุกรกิริยาบนเทือกเขาอันนาปุรณะก็ได้ แอบดูเป็นผู้ทรงศีลดี เพราะก่อนไปผมป่วยนิดหน่อยจากน้ำหนัก 96 (เป็นชายอ้วนคนหนึ่งว่างั้นเถอะ) ลงไปถึงจุดอิ่มตัวที่ 94 แต่พอไปบำเพ็ญเพียรกลับมา ทำจุด new low ใหม่ในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 92 คือใครคิดจะลดน้ำหนัก กินคลีน ไม่เจริญอาหาร ถ่ายเยอะ เดินทั้งวัน เชิญตามรอยได้เลยครับ

เส้นทางที่แพ็คเกจทัวร์ที่เราจองไป ค่อนข้างอ้อม เพราะเราจะแวะไปชมวิวที่ Poon Hill ก่อน (วิวแบบรูปแรกที่โพส) แล้วค่อยไป Annapurna Base Camp โดยเส้นทางทั้งหมดเป็นประมาณนี้ครับ

annapurna_base_camp_trek_map

จะใช้เวลาเดินทั้งหมด 8 วัน

Day 1 – Nayapul -> Ulleri (1900 m)
Day 2 – Ulleri -> Ghorepani (2860 m)
Day 3 – Ghorepani -> Poon Hill (3210 m) -> Tadapani (2630 m)
Day 4 – Tadapani -> Chomrong (2170 m)
Day 5 – Chomrong -> Sinuwa (2360 m) -> Bamboo -> Hotel Himalaya -> Deureli (3200 m)
Day 6 – Deureli -> MBC (3700 m) -> ABC (4130 m)
Day 7 – ABC -> MBC -> Deureli -> Hotel Himalaya -> Bamboo -> Sinuwa
Day 8 – Sinuwa -> Chomrong -> Ghandruk -> Nayapul

แต่ที่นั่น ใช้วิธีจองเกสเฮ้าส์วันต่อวัน ปรากฎว่าพอถึงเมือง Tadapani เกสเฮ้าส์เต็ม เลยทำให้เราต้องพักระหว่างทาง รวมถึงเส้นขากลับ เรามีคนบาดเจ็บ จึงต้องปรับเส้นทางกันใหม่ ดังนั้นเวลาที่ใช้เดินคือ 8 วัน(ตามแผน) แต่ระยะทางลดลงจาก 120กม เหลือประมาณ 100กม (จับจาก GPS ในแอ๊พ Endomondo) เดินผ่าน 16 หมู่บ้าน ดังนี้ครับ

Day 1 – Nayapul -> Ulleri (1,900 m)
Day 2 – Ulleri -> Ghorepani (2,860 m)
Day 3 – Ghorepani -> Poon Hill (3210 m) -> Banthani
Day 4 – Banthani -> Tadapani (2,630 m) -> Chomrong (2,170 m)
Day 5 – Chomrong -> Sinuwa (2,360 m) -> Bamboo -> Hotel Himalaya -> Deureli (3,200 m)
Day 6 – Deureli -> MBC (3,700 m) -> ABC (4,130 m)
Day 7 – ABC -> MBC -> Deureli -> Hotel Himalaya -> Bamboo -> Sinuwa
Day 8 – Sinuwa -> Chomrong -> Jhinu -> New Bridge -> Kyumi -> Shiwai

หากใครสนใจเส้นทางนี้ ก็ไปตามได้เลยครับ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงไปอีกหน่อย ไม่ต้องวกกลับ Nayapul ทางเดิมด้วยครับ

02. เตรียมตัว เตรียมของ

2558-04-03-008

การไปเนปาลครั้งนี้ ค่อนข้างที่สุดของผมหลายอย่าง คือ

  • เป็นการเดินทางต่างประเทศที่นานที่สุดของผม (11 วัน)
  • เดินป่านานสุด (8 วัน)
  • เจออากาศหนาวสุดขั้วที่สุด ประมาณ -10
  • เดินต่อเนื่องนานและไกลที่สุด 12 ชั่วโมง หรือ 24กม

แต่ก่อนหน้าที่ผมจะไปสัมผัสจริงๆ ผมพยายามหาข้อมูลจากหลายแหล่ง และติดตามสภาพอากาศตลอดเวลา บ้างก็ว่าหนาวจัด บ้างก็ว่าจะเจอหิมะตก บ้างก็ว่าเจอฝน แต่ละเว็บไม่ตรงกันเท่าไรนัก แต่ที่ช่วยได้เยอะเลยคือติดตามจากตนที่เพิ่งกลับมาแล้วเขียน Review ใน Facebook, Pantip

แต่ถึงกระนั้น เรามีไว้เกินก็จะดีกว่าขาด ผมเริ่มสะสมของใช้ต่างๆ ตั้งแต่วันที่จองทริป ประมาณกลางปี 2014 ยาวจนถึงวันเดินทางคือ เมษายน 2015 ซึ่งพอจะจับเทคนิคและแชร์กันได้บ้าง

  • การตัดสินใจเดินทางก่อนหน้านานๆ จะลดภาระใช้จ่ายได้เยอะ ทะยอยๆซื้อเก็บ เพราะสินค้ากันหนาวและเดินป่าพวกนี้ราคาแพงมากจริงๆ แล้วนานๆทีจะได้ใช้ (แต่คุณภาพก็ดีมากๆ เช่นกัน เพื่อรองรับการใช้งานโหดๆ)
  • ดูรูปคนที่เขาไปมาก่อนหน้าเรา ใช้ของประมาณไหน ยี่ห้ออะไร เราก็เล็งๆไว้ ไปหาข้อมูลจดราคามาไว้ก่อน
  • สินค้ากันหนาวและเดินป่า มักลดราคาตอนมีนาคม-เมษายน มีทั้งยี่ห้อของนอก ยี่ห้อในประเทศ หรือแม้แต่ของก้อป (เข้าใจว่าล้างสต็อกเพื่อเปลี่ยนคอลเล็กชั่นใหม่ หรือเขาอาจรู้ว่าคนเที่ยวช่วงนี้เยอะ)
  • ปลายปี พวกสินค้าลดล้างสต็อก End Year Sale จะเยอะ ก็ลองติดตามยี่ห้อที่ตัวเองสนใจไว้บ่อยๆ อาจจะมีลดราคา
  • ของที่เป็นหัวใจหลักในการเที่ยว ให้กลั้นใจซื้อของแท้ไปเลย เช่น รองเท้า เป้ เสื้อกันหนาว เพราะของก้อปลอกรูปแบบได้ แต่ลอกคุณสัมบัติไม่ได้ดีนัก เช่น ถุงนอนก้อป ที่เห็นว่าป้องกันได้ถึง -10 เอาจริงๆ ใกล้ 0 ก็หนาวแล้วครับ
  • ของหลายๆอย่างไปหาซื้อได้ที่ย่าน Tamel ในเมือง Kathmandu เพราะของที่นั่นถูกมาก(จริงๆ) แม้จะเป็นของก้อปก็คุ้ม
  • ใช้ของก้อป ต้องมีแผนสำรอง เช่น ผมซื้อถุงนอน -10 ในราคา 800 บาท ผมไม่ไว้ใจว่ามันจะเอาอยู่ ผมก็ซื้อเสื้อ Down Jacket เพิ่มอีกตัวในราคา 1000บาท เพื่อใส่เดินด้วย และใส่นอนด้วย ซึ่งโชคดีว่ามันเอาอยู่ครับ รวมแล้วถูกกว่าซื้อถุงนอนแท้เอาอยู่แต่ในราคาหลายพัน (แต่ซื้อหลายชิ้น น้ำหนักในกระเป๋าเรามากขึ้นอีกนิด คำนวณดีๆ ว่าลูกหาบช่วยเราแบกไหวไหม)

เอาหละ หลังจากผมทะยอยซื้อของเก็บมาตลอดปี ทุกอย่างที่ผมพกไปลุยทริปนี้ มีดังนี้ครับ

Nepal Checklist

  • เสื้อผ้า
    • Gaiter x1
    • แว่นกันแดด x1
    • หมวกกันแดด x1 (แบบที่กันน้ำได้ด้วย)
    • หมวกไหมพรม x1
    • เสื้อคอกลม x8
    • ผ้าบลัฟ x1
    • ถุงมือกันหนาว x1
    • ผ้าพันคอ x2
    • ผ้าปิดคอ x1
    • เสื้อขนเป็ด x1 (ผมใช้ Uniqlo แต่ไม่ใช้ กลัวพัง เอาไม่อยู่, ไปซื้อใหม่ที่เนปาล 1000บาท)
    • เสื้อกันฝน x1
    • เสื้อกันลม x1
    • ลองจอนเสื้อ+กางเกง x2
    • กางเกงเดินป่า x1
    • กางเกงเดินป่ากันลมกันน้ำ x1 (จริงๆควรใช้กางเกงกันหิมะ)
    • กางเกงขาสั้น x1
    • กางเกงใน x8
    • ถุงเท้า wool x6
  • ของใช้
    • เป้เล็ก (Day Pack) x1
    • เป้ใหญ่ (Backpack) x1
    • เป้ใส่ของ (Duffle Bag) x1 (ไปซื้อที่เนปาล 500บาท)
    • ผ้าเช็ดตัว x1
    • ขวดใส่น้ำร้อน x1
    • ทิชชู่แห้ง x 2 ม้วน
    • ทิชชู่เปียก x2 ห่อ
    • ผ้าปิดจมูก x2 (ไป, เที่ยวเมือง, กลับ)
    • ไม้เท้า x1คู่ (ซื้อที่เนปาล คู่ละ 250บาท)
    • ถุงนอน-10 x1 (ไปซื้อที่เนปาล 800บาท)
    • ผ้าห่มฉุกเฉิน x1
    • สบู่อาบน้ำ x1
    • โลชั่นทาหน้า x1
    • ครีมกันแดด x1
    • ลิปมัน x1
    • น้ำยาสระผม x1
    • แปรงสีฟัน x1
    • ยาสีฟัน x1
    • ถุงเปล่า x5
    • ถุงซิปกันน้ำ x3
    • ถุงดำใหญ่ x1
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า
    • ปลั๊กพ่วง แบบสามหัว x1
    • ไฟฉายคาดหัว x1
    • กล้องถ่ายรูป x1
    • ที่ชาร์ตแบตกล้องถ่ายรูป x1
    • Lens Filter CPL x1
    • ขาตั้งกล้อง x1
    • แบตกล้อง x2
    • สาย USB ชาร์ตมือถือ x1
    • แบตสำรอง (Power Bank) x2
    • ปลั๊กไฟสำหรับต่อสาย USB 4 หัว x1
    • SD Card ใส่กล้อง x3 (32,16,8)
  • อาหาร
    • มาม่า x10 ซอง
    • หมูฝอย x1 ถุง
    • น้ำขิง x10 ซอง
    • กาแฟ x10 ซอง
    • เกลือแร่ x5 ซอง
  • ยา
    • ยาคลายกล้ามเนื้อ x1 แผง
    • ยาฆ่าเชื้อ x1 แผง
    • พาราเซตามอล x1 แผง
    • คาบอน x1 แผง
    • L-Carnitine x10 เม็ด
  • เงิน 300 USD (ใช้เป็น ค่าอาบน้ำอุ่น, ชาร์ตไฟ, อินเทอร์เน็ต, ซื้อน้ำ+ขนม, ของเดินป่าที่ซื้อเพิ่ม, จิปาถะ)

2558-04-03-012

อนึ่ง การเตรียมตัวและเตรียมอง ของแต่ละคน น่าจะแตกต่างกันพอสมควร อย่างไรควรศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทางจะดีกว่าครับ หรือปรึกษาคนที่เคยไป น่าจะได้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่านี้

เมื่อเตรียมของเสร็จแล้ว มาดูเรื่องการเตรียมตัวบ้างครับ ซึ่งทางผู้จัดทริปได้แปะภาพนี้ไว้ให้เราทำล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มจองทริปเลยทีเดียว นั่นคือการทำ Squat Challenge!

squat (1)

Squat คือการทำท่าลุกนั่งๆ หรือถ้าใครมีลู่วิ่ง ก็สามารถหัดเดินบนลู่แบบชันๆแทนก็ได้ครับ หรือถ้าไม่มีก็เดินขึ้นลงบันไดแทนก็ได้ แต่วันที่เดินจริงเราจะต้องเจอกระเป๋าใส่ของไปด้วย อาจทำให้หนักกว่าปกติ แถมจุดที่เราเดินก็จะสูงกว่า 3,000เมตร อาจทำให้เหนื่อยง่ายกว่าปกติด้วยเช่นกัน ดังนั้น นอกจากสร้างกล้ามเนื้อขาแล้ว อย่าลืมวิ่งหรือแอโรบิกเพื่อให้ปอดและหัวใจแข็งแรงด้วยนะครับ

ข้างต้น เป็นคำแนะนำแบบหมอๆ ที่ดูดี และมีประโยชน์ แต่ในความเป็นจริง.. อะแฮ่มๆ ผมวิ่งอาทิตย์ละ 1-2วัน ทำ Squat ก่อนไป 10 วัน และมีนัดกินบุฟเฟ่กับเพื่อนก่อนไปตลอด 5 วัน..

ส่วนผลที่ได้หรอครับ.. ลองตามอ่านดูเองในตอนต่อๆไปก็แล้วกันนะ


ซีรี่ – 8 วันเดินเท้า ไปเข้าตู้เย็น ในนาม ABC

ตอนที่ 1-2 เริ่มต้นและเตรียมตัว
ตอนที่ 3 มุ่งสู่เนปาล และอันนาปุรณะ
ตอนที่ 4 พบรักที่ Poon Hill
ตอนที่ 5 รสชาติชีวิต
ตอนที่ 6 ในวงล้อมแห่งหิมะ
ตอนที่ 7 จากลาพร้อมบทสรุป