in Lifestyle

Ultra Trail Chiang Mai 104km – UTCM 2019 (งานวิ่งอัลตร้าเทรลเชียงใหม่ 2019)

งานนี้ไม่ได้คิดว่าจะลงตั้งแต่แรก แต่ชาวคณะพี่เก่ง ป้ายุ่ย ปลา พี่อ้น มาชวน กอปรกับมีโปรลดราคาด้วย ก็เอาสิครับ ระยะ 100 กม ครั้งที่สาม ก่อนจะไปวิ่งงานใหญ่ปลายปี

พ่อผู้ใหญ่บ้านผานกกก (พี่เก่ง) จัดแจงทำแผนการวิ่งให้ โดย pace จะยึดจากคนช้าสุดอย่างผมเป็นหลัก จะเคาะไปเรื่อยๆ เพราะพี่แกอยากมาซ้อมกินด้วย หลังจากที่มีประสบการณ์อาหารไม่ย่อยที่งาน CM5

เริ่มเดินทาง

งานจัดที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ก็จัดจองที่พัก รถ เครื่องบินเรียบร้อย ก่อนวันเดินทางเพิ่งรู้ว่าบินตี 5:30 จ้า แม่มต้องตื่นตี 02:00 แล้วรีบพุ่งไปดอนเมืองเลย บินไปถึง 7 โมงเช้า กินโจ๊กพะยอม รอเพื่อน 10:00 รีบเดินทางต่อเลย ใช้ถนนที่ไปทางดอยอินทนนท์ แต่เลี้ยวซ้ายตรงด่านตรวจที่สอง ทางคดเคี้ยว แต่ก็สวยงามร่มรื่น เป็นต้นสนสูงห่มมอส อากาศเย็นๆ หวังไว้เต็มๆ ว่าจะได้วิ่งในสภาพป่าแบบนี้

เส้นอินทนนท์-แม่แจ่ม ทางสวย โค้งเยอะ คนขับสนุก แต่คนนั่งแทบพุ่ง

ถึงงานประมาณเที่ยง จัดแจงรับบิบ เจอทีมงานห้อยตุ๊กตาไล่ฝนเพียบเลย แต่เมฆก็หนาดำมืดมาแต่ไกล ถ้าพายุจะเข้าขนาดนี้ ไสยศาสตร์แม่มก็คงเอาไม่อยู่ละ

รีบออกจากงานไปกินข้าว และเข้าที่พัก, ที่พักดีงามมาก ธรรมชาติสุดๆ บ้านบนเนิน มีลำธารไหลผ่าน มีสระน้ำธรรมชาติใสกิ๊กให้โดดเล่น ส่วนเจ้าของก็ดูแลดีมาก (ดีตั้งแต่ไปรับเราในเมืองเพื่อนำทางเรามาที่รีสอร์ทแล้วหละ) ใครสนใจลองไปตามเพจเขาได้ ชื่อ บ่อแก้วโฮมสเตย์ bor-kaew homestay , เอาจริงๆ มันเหมาะกับมาเที่ยวมากกว่ามาวิ่งนะ ฮ่าๆ

ที่พักของเรา บ่อแก้วโฮมสเตย์
สระว่ายน้ำธรรมชาติ ที่เจ้าของพรีเซ้นมาก พี่แกกั้นน้ำเมหือนฝายไว้เป็นบ่อ แกบอกมาเล่นให้ได้นะ น้ำใส เย็น สดชื่น (เออ ใสจริงๆ)
ทางเข้าจริงๆขับรถโฟวิลข้ามได้ แต่วันนี้น้ำเยอะ เจ้าของเลยทำสะพานให้เดินข้ามแทน

ตอนขับรถนี่โครตง่วง แต่พอต้องนอน กลับนอนไม่หลับ ทำได้แค่นอนนิ่งๆฟังเสียงน้ำไหล พลิกตัวไปๆมาๆ จนน่าจะสักห้าโมงเย็น ฝนตกจ้าา อย่างหนัก คิดในใจ สนามนี้เล่นกูแล้ววว.. ตื่นมาอีกทีสองทุ่ม อาบน้ำ กินข้าว และไปรอที่งานตอนห้าทุ่ม

บ้านธรรมชาติๆ แต่มีไฟให้ใช้ มีน้ำให้ใช้ อากาศดี มีพัดลม มีมุ้งกันยุงให้ด้วย

เริ่มต้นความสนุก

คืน วันศุกร์ ที่ฝนยังคงตกพรำๆ พวกเราค่อยๆ นับไปทีละวินาที 23:57.. 23:58.. 23:59.. เข้าสู่วันเสาร์ เสียงแตรดัง ปู้นนนน ยาวนาน นักวิ่ง 104km ประมาณ 240 คน ค่อยๆทะยอยออกจากจุด Start

ออกจากจุด Start เกือบจะคนสุดท้าย แวะถ่ายไว้เป็นที่ระลึก
ออกมาได้สักนิด เจอกล้องของน้าเด่น แอ็คให้ถ่ายสักหน่อย
ออกมาได้อีกนิด เจอกล้อง ก็จัดไปครับ หน้ากำลังสดชื่นทุกคน

พี่เก่ง พี่อ้น ป้ายุ่ย ปลา ผม ออกตัวพร้อมกัน เจอถนนประมาณ​ 1 กม ก็เข้าสู่ทางเทรล ดินเละเทะเกาะติดรองเท้า ทำให้ใช้ข้อเท้ามากกว่าปกติในการทรงตัวและแบกน้ำหนักของดิน ดีว่าอากาศเย็นๆ ยังพอเคาะเกาะตามกลุ่มไปได้เรื่อยๆ ทางราบกับทางขึ้น เดินประมาณเพซ 11-12 ส่วนทางลงวิ่งจ็อกเพซ 7-8 ซึ่งช่วงนี้ก็มีทั้งขึ้นๆลงๆตลอด

เข้า CP1 กม 4 ใช้วเลาไป 45 นาที เจอพี่เก่งอัดเร็วกว่าแผนไป 30นาที พอเข้าซุ้ม รู้สึกเอะใจมีปีโป้ เกลือแร่ น้ำ ขนม พร้อมสรรพ แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไร รีบไปต่อ เข้าสู่ป่า เดินทางราบและขึ้นเลาะเหวไปเรื่อยๆ มีบางช่วงฝนหยุดให้ได้พักหายใจหายคอบ้าง

ไต่ขึ้นไปจนถึงยอดสุด แล้วก็จ็อกลงมาถึง CP2 กม 17 เจอขนมปัง น้ำเปล่า น้ำอัดลม ครบถ้วน เริ่มมีคำชมมจากนักวิ่งด้วยกันว่าทีละก้าวงวดนี้เตรียมงานได้ดี จุดนี้พักนานนิดนึงให้ได้โหลดกันเต็มที่ หลังจากนั้นไปก็ออกเดินทางต่อ ไต่ขึ้นเนินเล็กๆและทางราบ แป๊บเดียวเจอทางหักเลี้ยวซ้าย มีร่องรอบทีมงานเหมือนเพิ่งถางทางใหม่เพื่อวิ่งโดยเฉพาะ แม่เจ้า ชัน ชั๊น ชัน ช่วงนี้เหนื่อยจริงๆ แถมพี่เก่งบี้ท้ายอยู่ พักแทบไม่ได้ หายใจไม่ทัน ต้องพยายามคุมการหายใจใหม่ เริ่มมีอาการหน้ามืดมาเล็กๆ แต่โชคดีที่ทนจนหลุดช่วงชันมาได้ ส่วนไอ้ปลา อ้วกแถวจุดนี้ไปสองรอบ พี่เก่งเลยให้ค่อยๆไป และสั่งให้กินอาหารด้วย

ฝนเริ่มกระหน่ำมาอีกรอบ ครั้งนี้แรงกว่าเดิม น้ำท่วมทางไปหมด และมีช่วงหนึ่งต้องเดินข้ามลำธารที่ตอนนี้กลายเป็นทางไหลของน้ำป่าไปแล้ว แรงมาก ถ้าทรงตัวไม่ดีล้ม คิดว่ามีหลุดไปกับกระแสน้ำที่ไหนสักแห่งแน่นอน จากนั้นก็ถึงทางปูนที่ให้ไต่คดเคี้ยวไปเรื่อยๆจนถึงบ้านป่าโป่งเปียง CP3 กม 25 ที่นี่มีจุดพยาบาล น้ำเปล่า เกลือแร่ น้ำอัดลม น้ำแข็ง ข้าวไข่เจียว มาม่า ให้ด้วย พักนานหน่อย ให้ได้พักเข้าห้องน้ำและกินข้าวกัน เสียดายเรามาถึงเร็วไป ฟ้ากำลังสางและเต็มไปด้วยหมอก เลยทำให้ไม่เห็นนาขั้นบันไดจากบนยอดเขาเลย

ตอน 6:00 น แทบไม่เห็นอะไรเลย

จากบ้านป่าโปงเปียง ฝนยังคงตกเหมือนเดิม วิ่งลงตามถนนมาเรื่อยๆ ฟ้าก็เริ่มสว่าง เห็นวิวนาขั้นบันไดสองข้างทาง โครตสวยเลย มีคนที่ไปพักแถวนั้นตะโกนให้กำลังใจและถ่ายรูป พวกเราแอบคุยกันเองว่า ทำไมเราไม่มาแบบเขาวะ ส่วนเขาก็คงแอบคิดในใจว่า พวกเมิงมาทำอะไรลำบากๆกันทำไม ฮ่าๆ ช่วงนี้ทางของป้ายุ่ยเลย วิ่งยาวๆ ห่างกลุ่มมาก แล้วก็มาบ่นว่า ทำไมไม่มีใครถ่ายรูปกรูกับนาขั้นบันไดเลย

สิ้นสุดถนนทางลงก็เป็นทางดินที่จะเริ่มขึ้นเขาสูงที่สุดในเรซ ยอด 1,300เมตร จุดนี้ผมว่าอันตราย เพราะฝั่งซ้ายเป็นภูเขาปลูกข้าวโพดและตัดฉับมาเป็นถนนที่เรากำลังวิ่ง มันเลยเป็นกำแพงดินสูงประมาณ 3-5 เมตร ที่มีดินถล่มให้ได้เห็นตลอดทาง ส่วนฝั่งขวาเป็นลำน้ำที่น้ำป่ากำลังเชี่ยวและสูงมาก แทบจะปริ่มตลิ่ง ซึ่งถ้าฝนหนักกว่านี้น่าจะท่วมทางและอันตรายมาก พวกเรายังคุยกันว่า ถ้าบางงานเจอแบบนี้อาจจะประกาศยกเลิกการแข่งไปเลย

Posted by Chitpong Few Wuttanan on Sunday, September 1, 2019

Posted by Chitpong Few Wuttanan on Sunday, September 1, 2019

Posted by Chitpong Few Wuttanan on Sunday, September 1, 2019

ขึ้นมาถึง CP4 กม 35 จุดนี้พักกินหนักกันอีก มีมาม่า(หลายรส) ขนม(หลายชนิด) กาแฟ น้ำร้อน น้ำอัดลม(หลายรส) น้ำหวาน น้ำเปล่า เกลือแร่ ปีโป้ กล้วย ครบถ้วนอีกเช่นเดิม ยืนชื่นชมทีมงานอย่างไม่หยุดปากว่าจัดดีกว่าแทบทุกงานที่เคยวิ่งมาทั้งของทีละก้าวเองรวมถึงเจ้าอื่นๆด้วย

เติมเสร็จก็ออกเดินทางกันต่อ ทางเป็นดินอัดแน่นแต่ด้วยฝนตก เลยเละเทะ น้ำไหลบ่าตามร่องดิน บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นหินให้ไต่ แต่สภาพป่าสวย เหมือนเส้นทางป่าสนจากห้วยตึงเฒ่าขึ้นไปขุนช่างเคี่ยน พอใกล้ๆยอด ก็เป็นป่าเบญจพรรณ มีต้นไม้น้อยใหญ่ผสมหมอก ร่มรื่นมาก น่ามากางเต็นท์นอน

จากยอดจนมาถึงทางลง เจอป่ากล้วยที่เริ่มมีความลื่นเละ ตอนนั้นก็ล้มและบ่นกันแล้ว แต่ที่พีคกว่าคือ หลังจากนั้น เจอทางลงแบบชันๆ ชันมากๆ ระดับเขาแหลม(หรือเขาแหลมน้อย) ที่แม่มเป็นโคลนด้วย โอ้โฮ ผมต้องแหวกทางเลย และค่อยๆย่องลง ไปจนสุดทางแล้วก็ต้องนั่งเอาตูดไถลลงมา ลงมาสุดเจอลำธารแวะแช่น้ำล้างเนื้อล้างตัว จากนั้นก็เดินเลาะคันดินของชาวบ้านจนมาโผล่ป่าข้าวโพดที่เป็นโคลนอีก ลำบากดี แต่ก็สนุกมากๆ จนพวกเราก็คุยกัน ว่าสนามนี้ถ้าไม่มีฝนคงไม่มีรสชาติขนาดนี้ และทีละก้าวหาเส้นทางได้เก่งมาก มีความหลากหลายทั้งสภาพป่า และเส้นทาง ให้อารมณ์งานของพี่หมี TET จัดมาก (แต่ถ้าสนามนี้ไม่มีฝน ก็จะเป็นสนามที่ร้อนมากๆสนามหนึ่ง)

Posted by Chitpong Few Wuttanan on Sunday, September 1, 2019

ลงมาถึง CP5 กม 45 ฝนไม่ค่อยมี แดดเริ่มออกบ้าง เริ่มมีอาการเหมือนเท้าพองและกางเกงบาดขา(ไม่ได้บาดไข่อย่างที่เข้าใจกัน) ต้องบรรจงทาโลชั่นอยู่เรื่อยๆ ทางช่วงนี้เดินตามเป็นดินแน่น กว้างขนาดรถวิ่งได้ ไหลไปตามสันเขา

ใกล้จะถึง CP6 กม52 โจโจ้มาดักถ่ายรูป โจ้บอกว่าฝนตกหนักมาก ทางข้างหน้ามีดินถล่มจนทางขาด ทีมงานจะตัดทางจาก CP6 ข้ามไปที่ CP9 เลย ซึ่งทำระยะหายไป 20km

ในใจตอนนั้นจะเรียกว่าดีใจก็ดีใจ ได้กลับบ้านไปนอนเร็วๆ แต่ก็เสียดายที่แม่งระยะไม่ครบ 100km แม้ว่าวิ่งจนจบมาแล้วได้เสื้อ Finisher แม่งก็พูดไม่เต็มปากว่ากรูจบ 100km มา แต่ก็เอาเถอะ ณ​ เวลานั้น พวกเราก็คิดว่าทีมงานตัดสินใจได้ดีแล้ว เพราะทางที่ผ่านๆมาก็อันตรายอยู่พอสมควร แปลว่าข้างหน้าต้องยิ่งกว่านี้แน่ๆ ถึงทำให้ตัดสินใจตัดท่อนนั้นทิ้งไป (มีคนวิ่งครบระยะ 104km ไปประมาณ ​30-40 คน ซึ่งผมได้ฟังเรื่องเล่าจากกลุ่มท้ายที่หลุดไปได้ บอกว่าเขาต้องวิ่งสวนทางกับน้ำป่าที่ไหลหลากระดับเข่า และสะพานไม้ข้ามแม่น้ำที่ผุพัง ก็เจอน้ำท่วมมิดไปแล้ว อันตราย เสี่ยงมากไปที่จะให้คนใช้ผ่านต่อ)

มาถึงจุด CP6 กม 52 ทีมงานก็แจ้งให้ฟังอีกครั้งเรื่องการตัดทาง จุดนี้เราพักกินข้าว เติมน้ำ สลับของจากเป้น้ำเข้า/ออก drop bag ถอดรองเท้าพักเท้าสักหน่อย เจอว่าเท้าตัวเองเหี่ยวเละเทะมาก แต่ก็ทำอะไรไมไ่ด้นอกจากเปลี่ยนถุงเท้าใหม่ที่เตรียมไว้ แล้วออกเดินทางต่อ

จากจุดนี้ที่ตัดทางใหม่ ทำให้เราต้องเดินถนนยาวๆ ร่วม 13km แต่ก็ไม่ได้ง่าย เพราะเป็นเนินขึ้นลงค่อนข้างสูง นวดขาพอสมควร ตอนนั้นเจ็บทั้งฝ่าเท้า ปวดจี๊ดตรงเอวขวา กางเกงบาดขา บอกเลยว่ามาครบ พังสลัด พี่เก่งบอกให้วิ่ง ก็ทำได้แค่เคาะไปเบาๆ จ็อกๆ หยุดๆ

จนไปถึง CP9 ประมาณ กม 65 รีบเติมขนม น้ำ แล้วออกไปต่อ จุดนี้ปลายทางเราจะกลับไปที่ CP4 ประมาณ​ 8km ไต่ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ชันนิดหน่อย พอถึงสันก็ยังมีไต่ขึ้นๆลงๆ ช่วงนี้ฝนเร่ิมหยุด อากาศเย็น กางเกงและขาก็แห้ง ทำให้เสียดสีขาได้แสบทรวงมาก แม้ทาโลชั่นก็ยังแห้งๆ แทบจะเดินขาถ่างกันเลยทีเดียว ต้องฝืนๆเดินไปให้เหงื่อมันออกแล้วไปผสมกับโลชั่นให้ลื่นๆหน่อย แอบคิดถึงขั้นจะเอาน้ำมูก น้ำลายไปชะโลมตรงขาให้ลื่นๆ ก็ดูเหี้ยๆ ซกมกๆ ไปหน่อย กลัวขี้กลากถามหา

กางเกงเรืองแสงของไอ้ปลา แม่มเด่นมาก

ตอนนั้นกลับมามืดอีกรอบ รู้สึกเดินเท่าไรก็ไม่ถึง CP4 สักที มีน้องทศและพี่หน่องตามมาร่วมทีมด้วย พี่เก่งเปลี่ยนจากตัวกดดันท้าย มาเป็นหัวลากแทน ก้มหน้าก้มตาเดินตามแกไปเรื่อยๆ ทุกคนเงียบกริบ ประโยคเดียวที่ถามกันบ่อยๆ คือ จะถึงรึยัง, อีกกี่กิโลฯ

มาถึง CP4 ประมาณ กม 73 จัดมาม่า น้ำหวาน น้ำอัดลม ขนม กันอีกรอบ แล้วออกเดินทางต่อ ย้อนกลับไปทางเดิมที่เจอน้ำป่าและดินถล่ม ปรากฎว่า ลำธารน้ำลดต่ำลงมาก นิ่งมาก ใสกิ๊ก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็มีซากท่อนซุนท่อนไม้เต็มไปหมด ส่วนดินที่เคยเจอถล่มเล็กน้อย คราวนี้ถล่มหนักมาก ถึงขั้นปิดถนนเลยทีเดียว แอบภาวนาให้พวกระยะ 60km และอื่นๆ ไม่เจอฝนตกหนักอีกรอบ ไม่เช่นนั้นคงอันตรายมากๆ

เริ่มมืด และทางลงตลอด ก็เลยไม่ได้สนใจทางมากเดินจ้ำอย่างเดียว จนไปถึง CP10 ประมาณ กม 78 มีก๋วยเตี๋ยวไก่ให้กิน หวานๆหน่อยพอช่วยเติมพลังได้ จากนั้นก็ออกเดินทางต่อ

ทางช่วงนี้เป็นถนนยาวๆและแทบจะลงอย่างเดียว ผมวิ่งแทบไม่ได้แล้ว พวกพี่ๆก็เลยเดินด้วย ใช้ความเร็วน่าจะประมาณเพซ 10-11 กัน แต่ก็เบื่อๆ เร่ิมง่วง เมื่อไรจะถึงสักที เดินไปสัก 5 กม หักซ้ายเข้าทางเทรลเป็นทุ่งข้าวโพด ไปตอ่ได้อีก 1-2 กม แม่มไฟดับจ้าา ไม่เคยใช้จน Headlamp แบตหมดเลยนะเนี่ย ไม่รู้ว่าแบตเเสื่อมหรือเปิดไฟแรงไปก็ไม่ทราบได้ ลำบากพี่เก่ง ป้ายุ่ย พี่อ้น ช่วยส่องทางให้เป็นคุณชายเดินหล่อๆ

รู้สึกว่าระยะทางไกลกว่าที่คิด พอหลุดจากป่าเข้าทางถนนมืดๆ อ้อมจากหลังโรงเรียนมาเข้าหน้าโรงเรียน เพื่อเข้าประตู Finish เป็นอันจบการวิ่งผจญภัยท่ามกลางพายุของสนาม UTCM แม่แจ่ม 2019

ครั้งนี้ต้องขอบคุณพี่เก่ง พี่อ้น ป้ายุ่ย อย่างมากๆๆ ที่ช่วยลาก กดดัน วางแผนให้หมดเลย และดูแลตลอดเส้นทาง ถามว่าถ้ามาเองคนเดียวจะจบไหม ก็คงจบแหละ แต่คงช้ากว่านี้ 2-3 ชั่วโมง, ขอบคุณปลาด้วยที่สร้างความสนุกสนาน และผลัดกันเหนื่อยตลอดทาง เลยทำให้มีเวลาพักบ้างบางจังหวะ ให้พี่เก่งไปกดดันไอ้ปลาแทนผม ฮ่าๆๆ, จบเรซนี้แล้ว โป่งแยง 100 Miles ก็คงต้องซ้อมกันมากขึ้นหละ และต้องกาทางแก้เรื่องเท้าพอง กางเกงบาดกัน

ไปห้า กลับห้า จบครบทุกคนนะคร้าบ

สรุป

สนามนี้ถือว่าทีละก้าวเลือกเส้นทางได้สวยมาก มีหลายสภาพพื้นผิวให้ได้วิ่งเล่น อาจจะเพราะมีฝนด้วย เลยเพิ่มความยากแต่ก็สนุกเข้าไปอีก ผืนป่าแถวนั้นสวยมาก วิวทุ่งนาขั้นบันไดก็สวยมาก, รอบนี้ทีละก้าวจัดเรื่องอาหารการกินได้ดี แบบไม่รู้จะติอะไร, การติดริบบิ้นก็ติดถี่ ชัดเจน มีสะท้อนแสงทุจุด, การตัดสินใจยกเลิกเส้นทางที่อันตรายก็ทำได้ดีและเร็ว พอเปลี่ยนทางปุ๊บ มีริบบิ้นติดเพื่อบอกทางใหม่ปั๊บ เอาเป็นว่า ไม่เหมือนงานทีละก้าวที่ผมเคยสัมผัสมา ขอให้รักษามาตรฐานนี้ไปเรื่อยๆครับ

สถิติ

Rank: 177/240
Duration Time: 24:43:56
Distant: 85.6km
Elevation Gain: 4000m+