Annapurna Circuit Trek — เส้นทางในฝันแห่งเนปาล ที่นักเดินป่าต้องไปสักครั้ง! 🏔️✨
ถ้าคุณกำลังมองหาเส้นทางเทรคกิ้งที่จะเปลี่ยนชีวิต ให้ Annapurna Circuit Trek เป็นคำตอบ! นี่คือเส้นทางที่ถูกโหวตว่าเป็น “Best Long-Distance Trek in the World” มาหลายปีแล้ว แล้วจะรออะไรล่ะ? 🥾
เส้นทางนี้พาคุณวนรอบ Annapurna Massif ยักษ์ใหญ่ ผ่านทุกระดับความสูงตั้งแต่ป่าดิบชื้นใต้ร้อนที่ 600 เมตร จนถึงยอดเขาหิมะที่ Thorong La Pass 5,416 เมตร! ภูมิทัศน์เปลี่ยนไปทุกวัน วัฒนธรรมเปลี่ยนจากฮินดูเป็นลามะ อากาศเปลี่ยนจากร้อนเป็นน้ำค้างแข็ง ในทริปเดียวกันเลย 🌿⛰️❄️
🌟 Highlight ที่ทำให้ต้องไป
- Thorong La Pass (5,416m) — จุดสูงสุดของเส้นทาง สูงกว่า Everest Base Camp ซะอีก!
- วิวแบบ 360° — มองเห็น Annapurna I-IV, Dhaulagiri, Manaslu, Machhapuchhre (Fishtail) แบบเต็มตา
- Manang Valley — หมู่บ้านบนที่ราบสูงกับวัฒนธรรมลามะที่แท้จริง
- Muktinath Temple — วัดศักดิ์สิทธิ์ของทั้งฮินดูและพุทธ
- Kali Gandaki Gorge — หุบเหวที่ลึกที่สุดในโลก!
- Hot Springs ที่ Tatopani — แช่น้ำร้อนธรรมชาติหลังเหนื่อยมาหลายวัน 💆
- Marpha Village — หมู่บ้านสีขาวสุดน่ารัก ขึ้นชื่อเรื่องแอปเปิ้ล
📍 สิ่งที่ต้องทำเมื่อไปถึง
- Acclimatization Day ที่ Manang — อย่าข้าม! ไปเที่ยว Ice Lake หรือ Milarepa Cave แทน
- ขึ้น Thorong La ตั้งแต่ตี 4 — ออกเช้าเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขา 🌅
- แวะศาลเจ้า Muktinath — ดูเปลวไฟนิรันดร์และ 108 ก๊อกน้ำศักดิ์สิทธิ์
- ชิม Apple Pie ที่ Marpha — อร่อยมากจริงๆ!
- แช่น้ำร้อนที่ Tatopani — รักษากล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้า
📝 รู้จัก Annapurna Circuit ให้มากขึ้น
Annapurna Circuit Trek หรือที่ชาวต่างชาติเรียกว่า “Around Annapurna Trek” เป็นเส้นทางเทรคกิ้งระยะไกลที่มีชื่อเสียงที่สุดในเนปาล ตลอดเส้นทางยาว 160-230 กิโลเมตร (แล้วแต่ว่าจะขึ้นรถตรงไหนบ้าง) คุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทั้งหมดตั้งแต่ระดับความสูงต่ำจนถึงอัลไพน์ 🏔️
เส้นทางเริ่มต้นที่ Besisahar (760 เมตร) ในแคว้น Lamjung ที่ร้อนชื้น นาขั้นบันไดเขียวขจี แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นตามลำน้ำ Marsyangdi ผ่านป่ารกชัฏที่ Dharapani สู่ป่าอุณหภูมิปานกลางที่ Chame (2,710 เมตร) 🌲
จาก Chame ทิวทัศน์เปลี่ยนเป็นที่ราบสูงแบบทิเบตที่ Manang (3,540 เมตร) — ที่นี่คือโลกของชาวลามะ มีผนังมณี (Mani Wall), สตูป (Chortens), และธงมนต์สีสันสดใส 🙏 อากาศแห้งแล้ง น้ำค้างแข็งตอนกลางคืน แต่วิว Annapurna II, Gangapurna, Tilicho Peak นั้นสวยจนลืมหนาว!
จุดไฮไลท์คือการข้าม Thorong La Pass (5,416 เมตร) — จุดสูงสุดของเส้นทาง การขึ้นต้องเริ่มตั้งแต่ตี 4 จาก Thorong Phedi หรือ High Camp อากาศบาง ลมแรง แต่พอถึงยอดแล้วเห็นวิว 360° ของ Annapurna, Dhaulagiri, Manaslu ล้มหมดทุกความเหนื่อย!
ฝั่ง Mustang หลังผ่านด่านแหลกก็สวยไม่แพ้กัน หุบเหว Kali Gandaki ลึกที่สุดในโลก Jomsom ที่ลมแรงทุกช่วงบ่าย Marpha หมู่บ้านสีขาวน่ารัก และสุดท้ายที่ Tatopani (ออนเซ็น!) ก่อนจบที่ Pokhara ริมทะเลสาบ Phewa 💙
🗓️ เส้นทางแนะนำ 14-16 วัน
วันที่ 1: Kathmandu → Besisahar/Bhulbhule (760m)
นั่งรถบัสจากกรุงกาฐมาณฑุไป Besisahar ใช้เวลา 7-8 ชั่วโมง นอนค้างที่ Bhulbhule ริมแม่น้ำ Marsyangdi เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เริ่มเดินจริงแล้ว! 🚌
วันที่ 2-3: Dharapani (1,860m) → Chame (2,710m)
เดินผ่านป่าดิบชื้น น้ำตกหลายแห่ง มule (ลาบรรทุก) วิ่งไปมา เห็นธงมนต์เริ่มโผล่ Chame เป็นศูนย์กลางของ Manang District มีวิว Annapurna II โผล่มาให้เห็นบ้างเป็นช่วงๆ 🏔️
วันที่ 4-6: Manang (3,540m)
ถึง Manang แล้วต้อง พัก Acclimatization อย่างน้อย 1 วัน! อย่าเสี่ยง Altitude Sickness ช่วงนี้ไปเที่ยว Ice Lake (4,600m) หรือ Milarepa Cave ได้ วิวสวยมาก แถมได้ฝึกร่างกายให้ชินกับความสูงด้วย 🏔️
วันที่ 7: Yak Kharka (4,050m)
เดินขึ้นสูงขึ้นอีก ผ่านทุ่งหญ้าที่ฝูง Yak กินหญ้า อากาศเริ่มบางแล้ว นอนหลับอาจตื่นมาหายใจหนักๆ เป็นปกติ 🦬
วันที่ 8: Thorong High Camp (4,925m)
คืนนี้นอนที่ High Camp หรือ Thorong Phedi อากาศหนาวจัด ห้องนอนไม่มีฮีตเตอร์ ต้องมีถุงนอนที่อุ่นพอ! นอนเร็วๆ เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นตี 4 😴
วันที่ 9: Thorong La Pass (5,416m) → Muktinath (3,760m)
ไฮไลท์ของทริป! ออกเดินตั้งแต่ตี 4 ด้วย Headlamp ทางชันแต่ไต่ช้าๆ ได้ พอถึงยอดผ่าน (ประมาณ 8-10 โมง) เห็นวิว Annapurna, Dhaulagiri, Manaslu ล้อมรอบ ถ่ายรูปฉลอง แล้วลงชันๆ ไป Muktinath ที่ 3,760 เมตร ลงเยอะมาก หัวเข่าต้องระวัง! 🏔️✨
วันที่ 10: Jomsom (2,720m)
เดินผ่านที่ราบสูง Mustang ลมแรงช่วงบ่าย ถึง Jomsom เป็นเมืองหลวงของ Mustang มีร้านอาหารดีๆ ให้พักผ่อน 🍽️
วันที่ 11: Marpha (2,670m)
หมู่บ้าน Thakali สีขาวสวย ถนนคนเดินน่ารัก แอปเปิ้ลฟาร์มเยอะ ต้องลอง Apple Pie ที่นี่! 🍎
วันที่ 12: Tatopani (1,190m)
ลงมาต่ำอีกแล้ว อากาศอุ่นขึ้นมาก ไฮไลท์คือ Hot Spring ธรรมชาติ! แช่น้ำร้อนริมแม่น้ำ รักษากล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้ามาหลายวัน ฟินสุดๆ 💆♀️
วันที่ 13-14: Ghorepani → Poon Hill → Pokhara
ถ้ามีเวลา แนะนำขึ้นไป Poon Hill (3,210m) ชมพระอาทิตย์ขึ้น วิวแบบ Panorama สวยงาม แล้วลงไปจบที่ Pokhara ริมทะเลสาบ Phewa นอนพักผ่อนสบายๆ 1-2 คืนก่อนบินกลับ 🌅
📊 ข้อมูลจำเป็นสำหรับการวางแผน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะทาง | 160-230 กม. (ขึ้นอยู่กับเส้นทาง) |
| ระยะเวลา | 12-21 วัน (แนะนำ 14-16 วัน) |
| จุดสูงสุด | Thorong La Pass 5,416 เมตร |
| ระดับความยาก | ปานกลาง-ยาก (Moderate to Challenging) |
| ช่วงเวลาที่ดีที่สุด | มี.ค.-พ.ค. (Spring) / ก.ย.-พ.ย. (Autumn) |
| อุณหภูมิที่ Thorong La | -10°C ถึง -20°C (ตอนเช้า) |
| ผลกระทบความสูง | สูง ต้อง Acclimatize 2-3 วัน |
| ที่พัก | Teahouse (ลอดจ์ภูเขา) |
📋 เอกสารและการเตรียมอุปกรณ์
Permits ที่ต้องมี
- TIMS Card (Trekkers’ Information Management System) — $20 USD
- ACAP Permit (Annapurna Conservation Area Project) — $30 USD
- ขั้นตอน: ขอที่ Nepal Tourism Board ใน Kathmandu หรือ Pokhara ก่อนออกเดินทาง ต้องใช้ Passport + รูปถ่ายขนาด Passport 2 ใบ
⚠️ ข้อควรรู้ปี 2026: เนปาลออกกฎใหม่บังคับใช้ไกด์ท้องถิ่นลิขสิทธิ์ติดตามทุกเส้นทาง รวมถึงต้องมีประกันการเดินทางที่คุ้มครองการ Evacuate ด้วยเฮลิคอปเตอร์ 🚁
อุปกรณ์ที่ต้องพก (Essential Gear)
- ถุงนอน — อุณหภูมิ Comfort อย่างน้อย -10°C (ที่พักให้ผ้าห่มบาง)
- รองเท้าเดินป่า — หุ้มข้อ กันน้ำได้ ใส่สบาย
- ไม้เท้าเดินป่า — แนะนำ 2 ด้าน (Trekking Poles) ช่วยเซฟหัวเข่าเยอะ
- เสื้อกันฝน/ลม — Hard Shell แบบระบายอากาศได้
- ชั้นรักษาความร้อน — Down Jacket หรือ Synthetic อุ่นๆ
- Headlamp + ถ่านสำรอง — ตื่นเช้าไป Thorong La ต้องใช้
- Water Purification — แคปซูลกรองน้ำหรือ UV Pen
- Sun Protection — กันแดด SPF 50+, แว่นตา, หมวก
- First Aid + ยาดัมเมื่อ — Diamox สำหรับป้องกัน Altitude Sickness
- Power Bank — ชาร์จอุปกรณ์ ไฟฟ้ามีจำกัด
💡 คำแนะนำสำหรับนักเทรคกิ้ง
- อย่าพลาด Acclimatization Day — ที่ Manang ต้องพักอย่างน้อย 1 วัน ไม่ใช่เรื่องตลก Altitude Sickness อันตรายถึงชีวิต! 🚨
- มี Buffer Day สำรอง — อากาศที่ Thorong La เปลี่ยนเร็วมาก ถ้าหิมะตกอาจต้องรอ 1-2 วัน
- จ้าง Porter ถ้าทำได้ — ช่วยให้คุณเดินสบายขึ้น และช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย 💪
- อย่ากินเนื้อสัตว์สูงที่สุด — หลัง Chame ไม่มีตู้เย็น เนื้ออาจเสีย กินมังสวิรัติปลอดภัยกว่า 🥗
- ดื่มน้ำเยอะๆ — 3-4 ลิตรต่อวัน ช่วยป้องกัน Altitude Sickness
- เตรียมเงินสดให้พอ — ไม่มี ATM บนเส้นทาง ถอนที่ Kathmandu หรือ Pokhara ให้เรียบร้อย 💰
- ชาร์จแบตอาจเสียเงิน — ที่ High Camp ชาร์จครั้งละ $3-5 บาท
- Wi-Fi มีแต่ช้าและแพง — ซื้อ eSIM หรือเตรียมใจไม่มีเน็ตบางวัน
- ทิ้งขยะกลับมาทิ้ง — ช่วยกันรักษาธรรมชาติ เอาขยะกลับมาทิ้งที่ถูกต้อง ♻️
- เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น — เดินทางวนรอบสตูปและผนังมณีตามเข็มนาฬิกา
💰 งบประมาณโดยประมาณ (ต่อคน)
- ไกด์ท้องถิ่น: $25-35/วัน (บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2026)
- Porter: $20-25/วัน (ถ้าจ้าง)
- ที่พัก Teahouse: $5-15/คืน (ฟรีถ้ากินอาหารที่นั่น)
- อาหาร: $15-25/วัน (แพงขึ้นตามความสูง)
- น้ำดื่ม: $1-4/ลิตร (แล้วแต่ความสูง)
- Permits: $50 (TIMS $20 + ACAP $30)
- รถ Kathmandu → Besisahar: $10-15
- รถ/เครื่องบิน Jomsom → Pokhara: $20-125 (แล้วแต่ประเภท)
- ประกันการเดินทาง: $50-100
รวมทั้งหมดประมาณ: $800-1,500 USD ต่อคน สำหรับทริป 14-16 วัน (ขึ้นอยู่กับระดับความสบายที่เลือก) 💸
🎯 สรุป
Annapurna Circuit Trek เป็นเส้นทางที่ครบเครื่องที่สุดเส้นทางหนึ่งในโลก — วัฒนธรรมหลากหลาย ภูมิทัศน์เปลี่ยนไปทุกวัน วิวหิมะเขาสุดอลังการ และความท้าทายที่ Thorong La Pass ที่จะทำให้คุณภูมิใจในตัวเองเมื่อข้ามไปได้ 🏔️✨
ใช่ มันเหนื่อย ใช่ มันหนาว ใช่ มันแพงกว่าเที่ยวทะเล แต่ประสบการณ์ที่ได้รับ — การได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ 5,416 เมตร การได้เดินผ่านหมู่บ้านลามะที่ Manang การได้แช่น้ำร้อนที่ Tatopani หลังจากเหนื่อยมาหลายวัน — มันเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้จริงๆ 🙏
ถ้าคุณมีความฟิตพอ มีเวลา 2 สัปดาห์ และอยากลองอะไรท้าทาย ให้ Annapurna Circuit เป็นเป้าหมายต่อไปของคุณ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน! 🥾💪
🏔️ ที่มาของรูปภาพ: Magical Nepal
📚 ที่มาของบทความ: Magical Nepal – Annapurna Circuit Trek, Discovery World Trekking, Himalayan Asia Treks




