เลือกแผ่นรองนอนให้ไม่หนาว: อ่านค่า R-Value ให้เป็นก่อนออกทริป

เคยไหมคะ เตรียมถุงนอนไปอย่างดี ดูตัวเลขอุณหภูมิแล้วคิดว่าคืนนี้เอาอยู่แน่นอน แต่พอนอนจริงกลับเย็นขึ้นมาจากด้านล่างจนต้องขดตัว สิ่งที่พลาดอาจไม่ใช่ถุงนอน แต่อาจเป็นแผ่นรองนอนที่มีฉนวนไม่พอค่ะ

เวลาเลือกแผ่นรองนอน เรามักมองความหนา ความนุ่ม และขนาดตอนพับก่อน แต่ตัวเลขที่เกี่ยวกับความอุ่นจริงๆ คือ R-Value หนูเลยสรุปวิธีอ่านแบบไม่ต้องจำศัพท์เยอะ พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับอากาศอุ่น พื้นที่สูง และทริปอากาศหนาวไว้ในบทความนี้ค่ะ

R-Value ไม่ใช่คะแนนความนุ่มนะคะ

R มาจาก resistance หรือความต้านทาน ในที่นี้คือความสามารถของแผ่นรองนอนในการต้านการถ่ายเทความร้อนจากตัวเราลงสู่พื้น ตัวเลขสูงขึ้นหมายถึงกันความเย็นจากพื้นได้มากขึ้น

แต่ R-Value ไม่ได้บอกว่าแผ่นหนา นุ่ม เงียบ เบา หรือทนแค่ไหนค่ะ แผ่นที่หนามากอาจนุ่มแต่ฉนวนต่ำ หากอากาศด้านในไหลเวียนจนพาความร้อนออกไป ขณะที่แผ่นบางบางรุ่นใช้ชั้นสะท้อนความร้อนจนได้ค่า R สูงกว่า

หนูคิดว่ามันคล้ายเสื้อกันหนาวค่ะ ตัวเลขบอกเรื่องฉนวน แต่ไม่ได้บอกว่าทรงใส่สบายหรือเนื้อผ้าถูกใจเราหรือเปล่า สุดท้ายต้องดูทั้งความอุ่นและวิธีใช้งานจริง

ทำไมต้องมองหาคำว่า ASTM F3340

สมัยก่อนแต่ละแบรนด์อาจใช้วิธีวัดไม่เหมือนกัน ทำให้ตัวเลข R-Value เทียบกันตรงๆ ได้ยาก มาตรฐาน ASTM F3340 จึงสร้างวิธีทดสอบกลางสำหรับแผ่นรองนอน เมื่อสินค้าระบุว่าทดสอบตามมาตรฐานนี้ เราจึงพอเปรียบเทียบฉนวนระหว่างแบรนด์ได้บนฐานเดียวกัน

Therm-a-Rest เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตที่ร่วมพัฒนาวิธีทดสอบดังกล่าว และอธิบายว่ามาตรฐานช่วยแก้ปัญหาคำโฆษณาเรื่องความอุ่นที่เคยวัดกันคนละแบบ ก่อนซื้อจึงควรดูต่ออีกนิดว่าตัวเลขที่เห็นมาจาก ASTM F3340 หรือเป็นตัวเลขที่ผู้ขายกำหนดเองค่ะ

จำช่วง R-Value แค่ 4 ระดับก็พอ

R-Value แนวทางการใช้งานจาก REI อุณหภูมิกลางคืนตัวอย่าง
ต่ำกว่า 2.0 อากาศอุ่น ประมาณ 10°C
2.0 ถึง 3.9 อากาศเย็น ประมาณ 0°C
4.0 ถึง 5.4 อากาศหนาว ประมาณ -6.7°C
5.5 ขึ้นไป อากาศหนาวจัด ประมาณ -17.8°C

ตัวเลขอุณหภูมิในตารางเป็นเพียงแนวทางจาก REI ไม่ใช่คำรับรองว่าจะอุ่นสำหรับทุกคนค่ะ เพราะคนขี้หนาว ลม ความชื้น เสื้อผ้า และอุณหภูมิของพื้นล้วนเปลี่ยนความรู้สึกตอนนอนได้

จุดที่น่าสนใจคือพื้นในช่วงต้นฤดูหนาวหรือหลังอากาศเย็นต่อเนื่องอาจดูดความร้อนมากกว่าที่เราคาด การดูพยากรณ์อากาศของเมืองใกล้เคียงอย่างเดียวจึงไม่พอ โดยเฉพาะจุดกางเต็นท์บนพื้นที่สูง

ถุงนอนอุ่น แต่แผ่นเย็น ก็ยังหนาวได้ค่ะ

เวลานอน น้ำหนักตัวกดฉนวนด้านล่างของถุงนอนจนฟูน้อยลง ส่วนที่ช่วยขวางความเย็นจากพื้นจริงๆ จึงเป็นแผ่นรองนอน REI ระบุว่าการจัดระดับอุณหภูมิของถุงนอนอ้างอิงการใช้ร่วมกับแผ่นที่มี R-Value 4

ถ้าเราพกถุงนอนสำหรับอากาศหนาว แต่ใช้แผ่นบางที่ R ต่ำ ระบบนอนทั้งชุดอาจไม่ให้ความอุ่นตามตัวเลขบนถุงนอน ตรงนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนเปลี่ยนถุงนอนแล้วก็ยังหนาวเหมือนเดิมค่ะ

แผ่นรองนอน 3 แบบ เลือกตามสิ่งที่ยอมแลกได้

แผ่นลม

เบา เก็บเล็ก และปรับความแน่นได้ เหมาะกับคนเดินแบกของไกล รุ่นมีฉนวนมีให้เลือกตั้งแต่คืนอุ่นถึงอากาศหนาว ข้อเสียคือมีโอกาสรั่ว ต้องพกชุดปะ และบางรุ่นมีเสียงกรอบแกรบเวลาเราพลิกตัว

แผ่นโฟมเซลล์ปิด

เรียบง่าย ทน และไม่ต้องกลัวลมรั่ว ส่วนมากมี R-Value แถว 2 ตามข้อมูลของ REI ใช้เดี่ยวในอากาศอุ่นหรือรองใต้แผ่นลมเพื่อเพิ่มฉนวนก็ได้ ข้อเสียคือแข็งกว่าและกินพื้นที่ด้านนอกกระเป๋าพอสมควร

แผ่น Self-Inflating

ด้านในมีโฟมเซลล์เปิดร่วมกับอากาศ เปิดวาล์วแล้วโฟมจะค่อยๆ ขยาย จุดเด่นคือสบาย อุ่น และทนกว่าแผ่นลมหลายแบบ แต่หนักและพับไม่เล็กเท่า เหมาะกับ car camping หรือคนที่ยอมแบกเพิ่มเพื่อการนอนที่สบายขึ้นค่ะ

R-Value บวกกันได้ เป็นทริคที่ช่วยประหยัด

ถ้ามีแผ่นลม R 3 อยู่แล้ว และอยากไปทริปที่หนาวขึ้น เราสามารถวางบนแผ่นโฟม R 2 เพื่อให้ค่ารวมประมาณ R 5 ได้ เพราะ R-Value ของแผ่นที่ซ้อนกันนำมาบวกกันได้ค่ะ

วิธีนี้มีข้อดีอีกอย่างคือแผ่นโฟมช่วยป้องกันของแหลมจากพื้น และยังเป็นแผ่นสำรองหากแผ่นลมรั่วกลางทริป ข้อแลกเปลี่ยนคือน้ำหนักกับขนาดสัมภาระเพิ่มขึ้น อาจไม่เหมาะกับคนที่พยายามลดของทุกกรัม (แต่คืนนี้ไม่หนาวก็น่าจะคุ้มอยู่นะคะ ฮาาา)

ถ้าเที่ยวในไทย ควรเริ่มที่ค่าเท่าไร

สำหรับแคมป์พื้นที่ราบและคืนอุ่น ค่า R ต่ำกว่า 2 อาจเพียงพอ แต่ถ้าอยากได้ใบเดียวที่ยืดหยุ่นขึ้น ช่วงประมาณ 3 ถึง 4 เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ได้กับอากาศอุ่นถึงเย็นหลายแบบ ทั้งนี้ควรดูน้ำหนักและขนาดเมื่อเก็บประกอบด้วยค่ะ

คนที่ไปพื้นที่สูงบ่อย นอนขี้หนาว หรือมีแผนไปต่างประเทศในอากาศหนาว ควรเริ่มดู R 4 ขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องซื้อค่าสูงสุดเผื่อทุกอย่าง เพราะแผ่นที่อุ่นขึ้นอาจหนักขึ้น แพงขึ้น หรือมีโครงสร้างที่ไม่ถูกกับท่านอนของเรา

ก่อนออกทริปควรดูอุณหภูมิต่ำสุดของจุดตั้งแคมป์จริง ไม่ใช่ดูจากตัวเมืองอย่างเดียว และควรเผื่อความผิดพลาดของพยากรณ์ด้วยค่ะ

นอกจาก R-Value ต้องลองอะไรอีกบ้าง

  • ถ้านอนตะแคง ลองดูว่าสะโพกกดถึงพื้นหรือไม่
  • ถ้าพลิกตัวบ่อย แผ่นทรง mummy ที่แคบอาจทำให้แขนหรือขาตกจากแผ่น
  • ถ้าไวต่อเสียง ลองพลิกตัวบนแผ่นจริงก่อนซื้อ
  • ถ้าเดินไกล ดูทั้งน้ำหนักและขนาดตอนเก็บ ไม่ใช่ดูแค่ความหนาตอนกาง
  • ถ้าใช้แผ่นลม พกชุดปะและลองซ่อมก่อนออกทริป
  • ใช้ถุงสูบลมหากมีให้ เพื่อลดความชื้นจากลมหายใจสะสมด้านใน

ผู้เชี่ยวชาญของ REI เสนอให้เลือกคุณสมบัติสำคัญที่สุดสองอย่าง แล้วค่อยยอมแลกด้านอื่น เช่น อุ่นกับเบา หรือสบายกับทน เพราะแทบไม่มีรุ่นที่ทั้งเบา อุ่น นุ่ม ทน เก็บเล็ก และราคาดีพร้อมกันทั้งหมดค่ะ

Checklist ก่อนกดซื้อ

  • ทริปนี้อุณหภูมิต่ำสุดเท่าไร และพื้นมีโอกาสเย็นแค่ไหน
  • ตัวเลข R-Value ทดสอบตาม ASTM F3340 หรือไม่
  • ถุงนอนที่ใช้คู่กันมีระดับอุณหภูมิเท่าไร
  • เราเป็นคนนอนขี้หนาว นอนตะแคง หรือพลิกตัวบ่อยหรือเปล่า
  • รับน้ำหนักและขนาดเมื่อแพ็กได้แค่ไหน
  • แผ่นมีชุดปะ วาล์ว และถุงสูบลมที่ใช้ง่ายหรือไม่
  • ถ้าซ้อนสองแผ่น ค่า R รวมและพื้นที่ในกระเป๋ายังพอดีไหม

สรุปแบบเลือกแล้วไม่ต้องลุ้นตอนกลางคืน

ถ้าจำอะไรกลับไปอย่างเดียว ให้จำว่า R-Value สูงขึ้นหมายถึงกันความเย็นจากพื้นได้ดีขึ้นค่ะ ต่ำกว่า 2 เหมาะกับอากาศอุ่น 2 ถึง 3.9 สำหรับอากาศเย็น 4 ถึง 5.4 สำหรับอากาศหนาว และ 5.5 ขึ้นไปสำหรับหนาวจัดตามแนวทางของ REI

หลังจากเลือกช่วง R ที่เหมาะแล้ว ค่อยดูประเภทแผ่น ความนุ่ม น้ำหนัก ขนาด และความทนให้ตรงกับทริป ไม่มีแผ่นใบเดียวที่เก่งทุกด้าน แต่มีแผ่นที่พอดีกับวิธีเที่ยวของเราได้ค่ะ และถ้ามีของเดิมอยู่แล้ว การเพิ่มแผ่นโฟมอีกชิ้นอาจเป็นคำตอบที่คุ้มกว่าซื้อใหม่ทั้งชุด

ที่มาของรูป: Lucas Canino บน Unsplash

คู่มือเลือกแผ่นรองนอนจาก REI Expert Advice

เรื่องมาตรฐาน ASTM R-Value จาก Therm-a-Rest

รามคำแหง (เขาหลวง) สุโขทัย: เดินป่าขึ้นยอดเขาหลวง

Prev
Comments
Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *