The Go-Giver – ยิ่งให้ยิ่งได้
The Go-Giver: A Little Story about a Powerful Business Idea
เป็นหนังสือที่เขียนโดย Bob Burg และ John D. Mann เล่าถึงเรื่องพลังแห่งการให้
ผมคงไม่ขอลงรายละเอียด เนื่องจากไม่ได้อ่านเต็มๆครับ แต่ได้ตามอ่านจากบทความสรุปมา
น่าสนใจมาก โดยเฉพาะ กฏที่ชื่อว่า
Five Laws of Stratospheric Success
- The Law of Value: Your true worth is determined by how much more you give in value than you take in payment.
- The Law of Compensation: Your income is determined by how many people you serve and how well you serve them.
- The Law of Influence: Your influence is determined by how abundantly you place other people’s interests first.
- The Law of Authenticity: The most valuable gift you have to offer is yourself.
- The Law of Receptivity: The key to effective giving is to stay open to receiving.
ซึ่งได้มีผู้แปลเป็นภาษาไทยดังนี้ครับ
กฎห้าข้อแห่งความสำเร็จล้นฟ้า
- กฎแห่งคุณค่า: ค่าที่แท้จริงของตัวคุณวัดได้โดยการดูว่า มูลค่าของสิ่งที่คุณมอบให้ไปนั้นสูงกว่าเงินที่คุณได้รับมามากแค่ไหน
- กฎแห่งค่าตอบแทน: รายได้ของคุณตัดสินโดยดู คุณให้บริการผู้คนจำนวนมากแค่ไหน และคุณบริการพวกเขาได้ดีเพียงใด
- กฎแห่งอิทธิพล: คุณจะมีอิทธิพลมากเพียงไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญแก่ผลประโยชน์ของผู้อื่นก่อนตัวเองมากแค่ไหน
- กฎแห่งความจริงใจ: สิ่งทรงคุณค่าที่สุด คุณจะต้องมอบให้คนอื่นๆ ก็คือตัวคุณเอง
- กฎแห่งการรับ: กุญแจสู่การให้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การเปิดใจกว้างที่จะรับ
ที่มาคำแปลภาษาไทย http://honglub.com/
กรุงเทพในความหมายของฉัน
กรุงเทพในความหมายของฉัน
มหานครที่เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง
สายตาจากคนไกลที่ชื่นชมต้องการสัมผัส
หากแต่คนที่พำนักและใกล้เคียง
ต่างอยากหลีกหนีไปให้ไกลที่สุด
คงเฉกเช่นเมืองหลวงหลายประเทศ
ศูนย์กลางทางการเงินและการงาน
หากสองสิ่งนี้มีเพียงพอในบ้านเกิดของทุกคน
ฉันเชื่อว่าเขาก็คงไม่ดิ้นรนเข้าเมืองกรุง
ถ้าทุกคนเห็นด้วยกับฉันในย่อหน้าข้างต้น
แปลว่ากรุงเทพคงไม่มีประโยชน์อันใด
คงเป็นเพียงเมืองเก็บวัตถุดิบในประวัติศาสตร์
และที่พำนักของกษัตรย์ที่ฉันรักยิ่ง..
–
03 Feb 2013 01:06 บนเตียง กำลังจะนอน แต่นอนไม่หลับ
ความแตกต่าง
ผมเชื่อว่าคนเราทุกคนรับรู้ถึงความแตกต่างของแต่ละคนใครสังคมได้ดี โดยเฉพาะคนที่เห็นแก่ตัวหรือเอาแต่ในตนเอง
เพียงแต่ด้วยความต่างนั้นเอง ทำให้มุมมองในการมองคนอื่นเขาแปลกไปจากเรา
หากการที่ยอมรับได้ว่าฉันเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง ฉันรู้ว่าฉันต้องการอะไร ก็น่าจะทำความเข้าใจได้ว่า ผู้อื่นก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน มิใช่เพราะตนผู้เดียว
การจะตัดสินไปว่าผู้หนึ่งผู้ใดเขามีนิสัยเช่นไรนั้น คงไม่ได้มองเพียงด้วยสายตา และครั้งเดียว
บ่อยครั้ง ขณะที่เขาทำไม่พอใจเรา และสภาพแวดล้อมต่างๆ เอื้ออำนวยให้เราร้อยเรียงเรื่องราวเป็นไปตามอคติที่เรามีต่อเขา โดยที่เราเองก็ไม่รู้ความจริงนั้น มันทำให้ผิดใจกันและยากเกินกว่าจะประสาน เพราะกำแพงที่เรียกว่าอคติมันถูกฉาบขึ้นอีกหลายชั้น
บางที การอยู่ร่วมกันในสังคมได้ดี คือการนั่งอยู่เฉยๆ รับฟัง เฝ้ามอง ใช้ใจสัมผัส เพื่อให้เข้าใจตัวเองให้ดีก่อน ก่อนที่จะไปพยายามเข้าใจผู้อื่น และทำตัวเองให้ดีเสียก่อน ก่อนที่ตะไปสั่งผู้อื่นให้ทำตามหรือทำดีกว่ามาเราทำตัวอยู่แบบนั้น
27 ม.ค. 2556 08:10 บนรถเมล์สาย 503 มุ่งหน้าไปสนามหลวง
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะครับ
ในฤดูที่มีลมหนาวมาเยือนใจกลางเมืองใหญ่
แคลลอรี่ที่รัก.. เราเลิกกัน! (คลิปรีวิวอาหารที่ปริมาณเกินแคลฯจนน่าตกใจ)
กำลังอยู่ช่วงลดความอ้วน เลยไปสำรวจของกินตาม Big C มาครับ
เพื่อให้วันหนึ่งเราไม่กินเกินนนั้น

