in Lifestyle

66km – Ultra-Trail Chiangrai 2017

ตอนแรกก็ชั่งใจว่าจะไปอัลตร้าเทรลน่าน หรือ อัลตร้าเทรลเชียงรายดี แต่คิดหลายๆที น่านเดินทางไปยาก แม้จะมีพี่ก้องเสนอให้นั่งรถแกไปจากกรุงเทพเลย แต่ก็นะ ต้องลางานเพิ่ม ไม่สะดวก สุดท้ายก็จบด้วยไปเชียงรายแทน

งานนี้ตั้งใจไปวิ่งซ้อมยาวครั้งสุดท้ายก่อนจะไปโป่งแยงและตั้งใจไปทดสอบร่างกายวิ่งกลางคืนด้วย ประสบการณ์จากเกาะช้างที่ DNF เลยคิดว่าเพราะวางแผนกินนอนไม่ดีตั้งแต่วันก่อนวิ่ง งวดนี้เลยเดินทางไปล่วงหน้าก่อนวันนึง กินนอนให้เต็มที่ จะได้หมดข้ออ้างสักที

ก่อนเริ่มวิ่ง ทำแพลนไว้กับพี่เก่ง ว่าจะต้องจบ 14:10น ในใจก็แอบคิดว่า เชี่ยย คำนวณผิดป่าววะ ปกติเข้าก่อนคัทออฟไม่เกินชั่วโมง งวดนี้จบก่อนถึง4ชั่วโมงเลย แต่เอาวะ ไม่น่ายาก ดูความชันกับระยะทาง ก็ไม่โหดเกินไป คงประมาณโคลัมเบีย ขำๆ แล้วเป็นงานจัดครั้งแรกด้วย เลยไม่มีคนรีวิวให้อ่าน ทำได้แค่ลุยไปให้จบ อย่าให้เจ็บพอ จำไว้ เราแค่มาซ้อม

เริ่มวิ่งตอน 2 ทุ่ม เกาะกลุ่มไป มีผม พี่เก่ง พี่อ้น ทางยังอยู่ในไร่สิงห์ วิ่งง่าย พอผ่านไป 3กม เริ่มเป็นเนินขึ้นไปที่หมู่บ้าน เจอลูกเด็กเล็กแดงมายืนแตะมือให้กำลังใจ น่ารักเชียว จนเจออิน้องคนนึงนั่งชันเข่าเงียบๆคนเดียวที่กะไดบ้าน ทักไปก็ไม่ตอบ ไม่ยิ้ม แอบคิดเอ๊ะ กรูสามคนเห็นกันแค่นี้หรือเปล่าวะ แต่ก็ขำๆกันไป

ช่วงแรกทางเป็นทางดินให้รถวิ่งแต่แบบพังๆ มีหินกลิ้งเยอะ ต้องระวัง แต่ด้วยกลัวไม่ทันแพลน ทางราบ ทางลงก็สับกันแหลก เข้า cp แรก 7กม ตอน 1ชม หน่อยๆ ก่อนแพลน30นาที

หลังจากนี้แหละ ความสนุกสนานมาเยือน เพราะเริ่มไต่เขาลูกแรก ภาพในหัวที่คิดว่าไม่ยาก สลึด หายไปเกลี้ยง เจอแต่ความชันและรกของป่าไผ่ ไต่ขึ้นไปอย่างไม่หยุดหย่อนมารู้ตอนจบว่าแถวๆนี้แม่งป่าช้าด้วย อืมม ขอบใจ ที่ไม่บอกกรูก่อนแต่แรก จนแลเวจนรอดมาถึง cp สอง 18กม ก่อนแพลนไปประมาณ 30นาที

รู้สึกว่างวดนี่พี่เก่งท็อปฟอร์มมาก นำตลอด ดูไม่หมดแรง ส่วนพี่อ้น เริ่มสารภาพว่า มีความคิด dnf ขึ้นมาเต็มหัว ก็ช่วยกันพูดให้กำลังใจกันไป เริ่มเก็บแซงได้บ้าง วิวข้างทางเห็นไฟตัวเมืองเชียงรายสวยงาม ส่วนดาวบนฟ้าก็สวยระยิบระยับ ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบไป คงยืนดูให้นานกว่านี้

ผ่านยอดแรกไปได้อย่างพอหอมปากหอมคอ ผ่านจุด cp สาม แล้วก็วิ่งลงดิ่งๆเพื่อลงเขาลูกแรก ผมเริ่มเวียนหัว เลยเดาสาเหตุว่า 1.ไฟเฮดแลมป์ส่องทาง 2.เริ่มง่วง 3.ไม่ได้กินอะไร สองจ้อแนกช่วยไม่ได้ ส่วนข้อสามคือจริงๆแม่งก็อยากกิน แต่โดนพี่เก่งลากไปต่อ มามงมาม่าตามจุดให้น้ำ ไม่มีสิทธิ์ได้แดกจะจ้า แต่สุดท้ายก่อนขึ้นเขาลูกสอง เลยจัดขนมปังเผือกไปคนละครึ่งก้อนแบ่งกับพี่เก่ง กินควบกับเจล ก็พออยู่ท้อง อาการดีขึ้น

Cp สี่ที่ กม28 นี่แม่งโหดลากเลือดสุด ไต่ต่อเนื่องพันเมตร ตอนนั้นน่าจะช่วงตีสองแล้ว เดินได้เอื่อยๆ เพราะเริ่มล้าจากความง่วง และหิว อากาศเย็นขึ้น ช่วงไหนทางราบก็สับเดินไวหน่อย จุดนี่นีกวิ่งหลงทางเยอะ แต่พวกเราโชคดี ดูป้ายกันตลอด ไม่หลงไปกับคนอื่นๆ กว่าจะถึง cp ใช้เวลาเกือบเต็มแพลน margin ที่สะสมมาสลายไปกับจุดนี้

ยัง ยังไม่จบ ยังไม่ถึงยอด ต้องไปต่ออีก 300 เมตร ตอนนั้นเจอนีกวิ่งคนอื่นๆ ทุกคนเริ่มเดิน ไม่มีคนวิ่งแล้ว เพลียกันหมด และเริ่มสับสนว่าจุดไหนคือยอด เพราะความสูงไม่ตรงกับกราฟ และไม่มีสัญลักษณ์อะไรบอกว่าเป็นยอด เราก็ผ่านมันไปในความมืดแบบงงๆ รู้ตัวอีกทีคือเป็นทางโคลนๆ ช่วงขาลง ก็เป็นสัญญาณว่าพ้นยอดสูงที่สุดของงานนี้ไปแล้ว เป็นอันว่า นับจากนี้จะเจอแค่ทางลง แล้วก็เนินเขาโง่ๆ100-200เมตรอีกสามลูก ก็จบแน่แล้ว

วิ่งๆเดินๆเรื่อยๆจนมาถึง cp ห้า จุด bag drop หกโมงเช้าพอดี ได้ margin คืนมา 1ชม จากแพลน ช่วงนี้ใช้เวลาเยอะ ผมเปลี่ยนกางเกงเพราะแม่ง compress บาดไข่ เปลี่ยนเสื้อ แปะพลาสเตอร์มต้ฝ่าเท้าเพราะเริ่มแสบพุพอง ได้ข้าวต้มไปอีกถ้วยนึง ก็สบายท้องขึ้น ตอนนี้ฟ้าเริ่มสว่าง เจ้าหน้าที่จุดนี้ตรวจอุปกรณ์เข้ม ถ้ามีของไม่ครบ จะไม่เช็คเวลาให้ แต่ไปต่อได้ ก็ได้ dnf กันไป โหดขิงๆ, อ่อ มารู้จากเจ้าหน้าที่ว่าประกาศเลื่อนคัทออฟไปจุดละ 1ชม ด้วย ตอนนี้พวกเราเริ่มเดินกันชิลละ เวลาเหลือๆ

ทางลงจุดนี้เป็นถนน โหดมากๆ เพราะชันและต่อเนื่องยาวร่วม 5กม ตอนนั้นพี่เก่งเจ็บ itb พี่อ้นเจ็บเข่า ผมก็เท้าพอง เลยทำเวลาช่วงขาลงกันไม่ได้เลย เดินขำๆที่เพซ12-15 จนไปเจอถนนใหญ่ แล้วก็เจอ cp6 แต่แอบงงเพราะต้องผ่านเขาลูก200เมตรก่อนสิ ถึงจะเจอ cp แต่ก็ช่างมัน ดีแล้ว เพราะหิวมาก จุดนี้เองเจอพวก 38กม วิ่งตีขนาบ

และสิ่งที่คิด ก็ผิดไป หลังผ่าน cp6 แม่งเจอติ่งที่ว่าแล้วครับ ในกราฟ เป็นติ่งเล็กๆของระยะ66 แต่สูงสุดของระยะ38 แม่งเลยไม่ธรรมดา ขึ้นชันๆต่อเนื่องในป่าไผ่ พร้อมกับดงมดดำที่ถ้าเดินไม่ดีไปปาดใบไผ่ มันจะมาเกาะเป็นสิบๆตัว กัดเจ็บด้วย พอพ้นยอด ก็เจอทางลงชันๆ แล้วก็ขึ้นลงๆ ระดับ 30-50เมตร สลับแบบนี้ไปเรื่อยๆ

พอเริ่มเข้าหมู่บ้าน ระยะประมาณ50 กม แม่งมีให้ลงน้ำจ้าา ลงเพื่อ?!??? จากนั้นก็ไปขึ้นเขาแล้วก็วนลงมาแบบดูโง่ๆ เอิ้ม ขึ้นเพื่ออ?!?! กลัวระยะขาด? หรือ gain สะสมไม่มากพอ? อันนี้ต้องถามทีมจัดละครับ แต่คนบ่นกันระงม

ขึ้นลงๆ ผ่านสวนชาวบ้าน ผ่านหมู่บ้าน ไปจนถึง cp สุดท้ายที่ 63 น้องบอกว่า ใกล้ถึงแล้ว แต่ไปลงน่ำนิดนึง ซึ่งอันนี้ทีมงานบอกไว้ก่อนแล้ว ทำใจได้ ก็ลุยต่อ จนไปถึงทางลงน้ำ อันนี้ก็ดูลงน้ำแบบโง่ๆ จะลงเพื่อ!?! ไม่ได้มาวิ่ง obstacle ไง! ตีนพองแล้วไง! โธ่ว เดี๋ยวปั๊ดทุ่มด้วยโพเดี้ยม

ลงน้ำเสร็จ มาต่อเรื่อยๆ จนระยะใกล้จะครบ 66 กม แล้ว แต่ก็เจอเซอไพรซ์ดอกสามคือ วนขึ้นไร่ชาดเวยจ้า พร้อมป้ายบอกว่า อีก 2 กม ถึงเส้นชัย โอ้ยย แถมแล้วแถมอีก ดอกนี้แถมสองเด้ง พร้อมแดดผ่าหัว ตอนนั้นไม่คิดอะไรละ จะให้ทำอะไรก็ทำ มาขนาดนี่แล้ว ลุยไฟก็ต้องไป แม่งจะจบอยู่ละ 

สุดท้ายวิ่งวนๆ ฝ่าแดดกลางถนน เข้ามาทางด้านหลังของงาน จบที่เวลา 14:45น ใช้เวลาไปทั้งหมด 18:45ชั่วโมง ครั้งแรกที่วิ่งไม่นอนข้ามคืน เลยทำให้รู้ว่าต้องเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ตอนไปโป่งแยง100

สรุป วิ่งกลางคืนก็ดี ไม่ร้อน วิวสวย แต่ผมไม่มีอารมณ์ชื่นชมนัก อาหาร น้ำ ทั้วถึง แต่พวก แถมระยะ แถมลุยน้ำ แถมไร่ชา อันนี้ไม่ค่อยโอเค ดูไร้เหตุผลไปหน่อย

ขอบคุณพี่เก่งและพี่อ้น ที่ลากมาจนสุดทาง และอยู่เป็นบัดดี้ผจญภัยมาด้วยกันครับ