in Travel Guides

Mardi Himal Trek — เส้นทางลับแห่ง Annapurna ที่คนยังไม่แน่น! 🏔️

ถ้าพูดถึงเทรคกิ้งในเนปาล หลายคนนึกถึง Annapurna Base Camp (ABC) หรือ Everest Base Camp (EBC) แต่มีอีกเส้นทางหนึ่งที่สวยไม่แพ้กัน แถมคนน้อยกว่ามาก — Mardi Himal Trek เส้นทางที่จะพาคุณเดินผ่านป่า rhododendron สีชมพูม่วง ลัดเลาะสันเขาแคบๆ กับวิวพาโนรามาของ Machhapuchre (Fish Tail) และ Annapurna South ที่ทำให้หยุดหายใจ 🌸⛰️

🏔️ Mardi Himal Trek คืออะไร?

Mardi Himal Trek เป็นเส้นทางเทรคกิ้งที่ค่อนข้างใหม่ในเขต Annapurna Region ของเนปาล เส้นทางเริ่มจาก Kande ใกล้เมือง Pokhara เดินขึ้นผ่านป่าดิบเขา ผ่าน Low Camp, High Camp จนถึง Mardi Himal Base Camp ที่ระดับ 4,500 เมตร (14,764 ฟุต)

สิ่งที่ทำให้เส้นทางนี้พิเศษคือความ “ไม่เชิงลับแต่ยังไม่ดัง” — ไม่มี tea house แน่นเหมือน ABC จึงได้บรรยากาศสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติจริงๆ แถมใช้เวลาแค่ 5-7 วัน เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดแต่อยากสัมผัสหิมาลัยแบบจัดเต็ม!

📋 ข้อมูลสรุป Mardi Himal Trek

รายละเอียดข้อมูล
📍 พื้นที่Annapurna Region, Nepal
📐 จุดสูงสุด4,500 ม. (Mardi Himal Base Camp)
⏱️ ระยะเวลา5-7 วัน
🥾 ระดับความยากปานกลาง — ค่อนข้างยาก (Moderate-Challenging)
💰 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ$400-700 USD/คน (รวม permit, guide, ที่พัก, อาหาร)
🗓️ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดมี.ค.-พ.ค. (rhododendron บาน) และ ก.ย.-พ.ย. (ฟ้าใส)
🏠 ที่พักTea House / Lodge
📄 Permit ที่ต้องใช้TIMS Card (~$17) + ACAP (~$25)

🗺️ โปรแกรมเดินทาง 7 วัน (Day-by-Day Itinerary)

นี่คือโปรแกรมมาตรฐานที่แนะนำ สามารถปรับได้ตามความสามารถและสภาพอากาศ:

📅 วันที่ 1: Kathmandu → Pokhara

เดินทางจากกรุง Kathmandu ไปเมือง Pokhara โดยรถ (ประมาณ 6-7 ชั่วโมง) หรือบินภายในประเทศ (25 นาที) เช็คอินโรงแรม พักผ่อน ชมวิว ทะเลสาบ Phewa และยอดเขาที่ล้อมรอบ

📅 วันที่ 2: Pokhara → Kande (1,777 ม.) — เดิน 2-3 ชม.

ขับรถจาก Pokhara ไป Kande (~1 ชม.) แล้วเริ่มเดินเทรคผ่านป่าเขียวชอุ่มและนาขั้นบันได เริ่มเห็นวิว Annapurna South และ Hiunchuli Peak 🌿

📅 วันที่ 3: Kande → Pothana → Forest Camp (2,275-2,520 ม.) — เดิน 4-5 ชม.

เดินต่อผ่าน ป่า rhododendron ที่สวยงาม ถ้ามาช่วง มี.ค.-พ.ค. จะเจอดอกบานเต็มป่า สีชมพู แดง ขาว สลับกันงามมาก! 🌺

📅 วันที่ 4: Forest Camp → Low Camp (2,910 ม.) — เดิน 4-5 ชม.

เส้นทางเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ ผ่านป่าและเริ่มเห็นวิวพาโนรามาของเทือกเขาหิมาลัย ถึง Low Camp ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเห็นวิวยอดเขาแบบชัดเจน

📅 วันที่ 5: Low Camp → High Camp (3,500 ม.) — เดิน 4-5 ชม.

วันนี้คือไฮไลท์! เส้นทางชันขึ้น วิวเปิดกว้างมากขึ้น เห็น Annapurna South, Hiunchuli, Machhapuchre (Fish Tail) แบบ 360 องศา ช่วง High Camp ขึ้นไป สันเขาแคบๆ สองข้างเป็นหุบเขาลึก — สุดอลังการ! 😍

📅 วันที่ 6: High Camp → Mardi Himal Base Camp (4,500 ม.) → Low Camp — เดิน 6-7 ชม.

ตื่นเช้ามืด เดินขึ้นสู่ Mardi Himal Base Camp จุดสูงสุดของเส้นทาง! ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นเหนือหิมาลัย แล้วเดินลงกลับมาพักที่ Low Camp ☀️🏔️

📅 วันที่ 7: Low Camp → Pokhara — เดิน 4-5 ชม. + รถ

เดินลงเขาผ่านป่าและหมู่บ้าน กลับถึง Pokhara ตอนบ่าย เฉลิมฉลองความสำเร็จ! 🎉

💡 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป Mardi Himal

📄 Permit ที่ต้องใช้

  • TIMS Card (Trekkers’ Information Management System) — ประมาณ $17 USD
  • ACAP (Annapurna Conservation Area Permit) — ประมาณ $25 USD
  • ทำได้ที่ Nepal Tourism Board ใน Kathmandu หรือ Pokhara

🥾 ระดับความยากและการเตรียมตัว

  • ระดับ ปานกลาง-ค่อนข้างยาก — มีช่วงชันและเดินบนสันเขาแคบ
  • ต้องมี cardiovascular endurance ที่ดี — ฝึกวิ่ง/ปั่นจักรยาน/ขึ้นบันไดล่วงหน้า 1-2 เดือน
  • ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ปีนเขาเทคนิคัล

🏥 Altitude Sickness — อาการแพ้ความสูง

จุดสูงสุดอยู่ที่ 4,500 ม. ซึ่งอากาศมีออกซิเจนน้อยลงมาก ข้อควรระวัง:

  • จำกัดการขึ้นสูงไม่เกิน 300-500 เมตรต่อวัน หลังจากผ่าน 2,800 ม.
  • ดื่มน้ำ 3-4 ลิตรต่อวัน หรือชาสมุนไพร
  • สังเกตอาการ: ปวดหัว คลื่นไส้ เวียนศีรษะ หายใจลำบาก — ถ้ามีอาการต้องหยุดพัก หรือลงต่ำลง
  • กินอาหารให้เพียงพอ พักผ่อนให้ดี ฟังร่างกายตัวเอง

🌤️ สภาพอากาศแต่ละฤดู

ฤดูเดือนสภาพอากาศแนะนำ?
🌸 Springมี.ค.-พ.ค.อากาศดี ดอก rhododendron บาน แต่อาจมีคนค่อนข้างเยอะ⭐⭐⭐⭐⭐
🍂 Autumnก.ย.-พ.ย.ฟ้าใสมาก อากาศเสถียร วิวชัดที่สุด⭐⭐⭐⭐⭐
☀️ Summerมิ.ย.-ส.ค.ฝนตกหนัก เสี่ยงดินถล่ม ไม่แนะนำ⭐⭐
❄️ Winterธ.ค.-ก.พ.หนาวมาก อาจมีหิมะปิดเส้นทาง คนน้อยมาก⭐⭐⭐

🎒 อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม (Packing List)

หมวดอุปกรณ์หมายเหตุ
👟 รองเท้ารองเท้า hiking กันน้ำต้อง break-in ก่อนไป!
🎒 กระเป๋าBackpack 40-50 ลิตรหรือจ้าง porter แบกให้
🛏️ ถุงนอนทนอุณหภูมิต่ำกว่า 0°CTea house มีผ้าห่มแต่ไม่พอ
🥢 ไม้เดินเขาTrekking polesช่วยลดแรงกดเข่ามาก
🧥 เสื้อผ้าBase layer + Fleece + Waterproof outerแต่งแบบ layering
🧤 อุปกรณ์กันหนาวหมวก ถุงมือ ผ้าพันคอจำเป็นมากที่ High Camp
💊 ยาDiamox, ยาแก้ปวดหัว, ยาท้องเสียปรึกษาแพทย์ก่อน

💰 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

รายการราคาประมาณ
Permit (TIMS + ACAP)$40-42 USD
ที่พัก Tea House (6 คืน)$70-105 USD
อาหาร (3 มื้อ x 6 วัน)$120-180 USD
Guide Fee$150-200 USD
Porter Fee (ถ้าจ้าง)$100-150 USD
ขนส่ง Pokhara ↔ Kande$30-40 USD
ทิป guide/porter$30-50 USD
รวมทั้งหมด$400-700 USD/คน

💡 ทริปแบบ budget: ถ้าจ้างแค่ guide ไม่จ้าง porter และกินอาหารแบบประหยัด อาจลงมาอยู่ที่ $300-400 ได้

💡 ทริปแบบ package tour: จองผ่านบริษัทนำเที่ยว all-inclusive ราว $450-700 ต่อคน (ราคาจะถูกลงถ้าไปเป็นกลุ่ม)

🆚 Mardi Himal vs. ABC Trek — เปรียบเทียบ

เปรียบเทียบMardi Himal TrekAnnapurna Base Camp (ABC)
ระยะเวลา5-7 วัน7-12 วัน
จุดสูงสุด4,500 ม.4,130 ม.
ความยากปานกลาง-ค่อนข้างยากปานกลาง
ความหนาแน่นนักท่องเที่ยวน้อย 🟢มาก 🔴
ค่าใช้จ่าย$400-700$500-1,000
วิวพิเศษสันเขาแคบ 360° panoramaAmphitheater ล้อมรอบ
ดอกไม้Rhododendron เต็มทางมีแต่น้อยกว่า

📸 ไฮไลท์วิวที่ห้ามพลาด

  • Machhapuchre (Fish Tail) 6,993 ม. — ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามปีนขึ้นยอด เห็นใกล้ชิดจาก High Camp มาก
  • Annapurna South 7,219 ม. — ยอดเขาใน Annapurna massif ที่โดดเด่นตลอดเส้นทาง
  • ป่า Rhododendron — ดอกไม้ประจำชาติเนปาล บานเต็มป่าช่วง มี.ค.-พ.ค.
  • สันเขาแคบ (Ridge Walk) — ช่วง High Camp ถึง Base Camp เดินบนสันเขาแคบ สองข้างเป็นหุบเขาลึก วิวสุดอลังการ
  • พระอาทิตย์ขึ้นที่ Base Camp — แสงทองกระทบยอดเขาหิมะ ช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ที่สุด ✨

⚠️ ข้อควรระวัง

  • ที่พักเป็น tea house แต่ช่วง High Camp ขึ้นไปค่อนข้างพื้นฐาน — ควรเตรียมถุงนอนไปเอง
  • สัญญาณโทรศัพท์มีเฉพาะบางจุด — แจ้งครอบครัวล่วงหน้าว่าจะติดต่อไม่ได้ตลอด
  • ไม่ควรเดินคนเดียว — จ้าง guide เสมอ เพราะเส้นทางบางช่วงไม่มีป้ายบอกทาง
  • ช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) อาจมีหิมะปกคลุม เส้นทางอาจปิด ต้องเช็คสถานการณ์ก่อน
  • อากาศเปลี่ยนเร็วมากในหิมาลัย — เตรียมเสื้อกันฝนเสมอแม้จะเป็นฤดูแล้ง

🔗 แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

📸 Photo Credit: Mountain Treks Nepal

🔗 อ่านโพสต์นี้บน Facebook: Tripder Facebook Page

มาคุยกัน

Comment