ถ้าอยากเดินญี่ปุ่นแบบช้าลงนิดนึง ผมว่าเส้นทาง Nakasendo ช่วง Magome-Tsumago เป็นตัวเลือกที่น่ารักมากครับ มันไม่ใช่ภูเขาหนักๆ ไม่ใช่เมืองใหญ่ที่ต้องเร่งเก็บร้านดัง แต่เป็นทางเดินเก่าที่ค่อยๆ พาเราเข้าไปในหุบเขา Kiso ผ่านเมืองไม้ ถนนหิน และบรรยากาศชนบทที่ยังดูมีชีวิต

Japan National Tourism Organization บอกว่าช่วงนี้เดินประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง มีป้ายภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่น และมีบริการส่งกระเป๋าในพื้นที่ เลยเป็นเส้นทางที่มือใหม่ก็วางแผนได้ง่ายกว่าที่คิดครับ

ทำไมเส้นทางนี้ถึงน่าสนใจ

Nakasendo เคยเป็นทางหลวงภูเขาที่เชื่อม Kyoto กับ Edo ในยุคเอโดะ ภาพจำของเส้นนี้เลยไม่ใช่แค่ “ทางเดินป่า” แต่เป็นทางที่คนสมัยก่อนใช้เดินทางจริง มีเมืองพักแรม มีร้าน มีบ้าน และมีจังหวะของการเดินทางที่ช้ากว่าวันนี้มาก

ช่วง Magome-Tsumago เป็นส่วนที่คนชอบเดินกัน เพราะระยะไม่ยาวเกินไป แต่ได้บรรยากาศครบ ทั้งเมืองเก่า ทางลาด ป่าเล็กๆ ลำธาร และวิวหุบเขา

ความดีงามของเส้นนี้คือมันไม่ต้องพิสูจน์ความอึดมาก แต่ยังทำให้รู้สึกว่าเราได้ “เดินทาง” จริงๆ

เหมาะกับใคร

ผมว่าเส้นนี้เหมาะกับคนที่อยากลอง hiking ในญี่ปุ่นแบบไม่โหดเกินไป เดินต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมงได้ ชอบเมืองเก่า ชอบถ่ายรูปถนนไม้ๆ และอยากเห็นญี่ปุ่นนอกเมืองใหญ่

ถ้าเคยไป Tokyo, Osaka, Kyoto แล้วอยากได้ทริปที่เงียบขึ้น เส้นนี้ให้ฟีลคนละแบบเลยครับ ไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่มีความนิ่งที่ดีมาก

ระดับความยาก

โดยรวมเป็นเส้นทางง่ายถึงปานกลางครับ ไม่ใช่เทรคยอดเขา แต่ก็ไม่ใช่เดินห้าง มีทางลาด ทางหิน และบางช่วงผ่านป่า ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและเกาะพื้นดี

ข้อมูล JNTO ระบุว่าระหว่าง Magome กับ Tsumago ใช้เวลาเดินประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง ถ้าชอบถ่ายรูปหรือแวะร้านระหว่างทาง ผมแนะนำให้เผื่อเป็นครึ่งวันจะสบายกว่า

อย่าแพ็กตารางแน่นเกินไป เส้นทางแบบนี้ควรให้เวลากับมันนิดนึง

ควรเดินช่วงไหนดี

ฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงน่าจะเป็นช่วงที่เดินสบายที่สุด อากาศไม่โหด วิวสวย และเหมาะกับการใช้เวลานอกอาคาร ส่วนหน้าร้อนจะเขียวมากแต่ต้องเตรียมน้ำดีๆ หน้าหนาวควรเช็กสภาพอากาศก่อน เพราะพื้นที่หุบเขาอาจเย็นและลื่นได้

ถ้าอยากได้บรรยากาศสงบ เริ่มเช้าหน่อยจะดีครับ ได้ทั้งแสงสวย คนยังไม่เยอะ และมีเวลาต่อรถกลับโดยไม่ต้องลุ้น

แผนเดินทางแบบวันเดียว

แผนง่ายที่สุดคือเริ่มจาก Nagoya ไป Nakatsugawa ด้วยรถไฟ แล้วต่อรถบัสไป Magome-juku จากนั้นเดินไป Tsumago-juku ใช้เวลาประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง พอถึง Tsumago ก็เดินเล่นในเมืองเก่า แล้วต่อรถบัสไป Nagiso Station เพื่อกลับ Nagoya

จุดที่ต้องระวังคือรอบรถบัสครับ บางช่วงมีไม่ถี่ อย่าไปถึงปลายทางแบบไม่มีแผนสำรอง

ถ้ามีเวลา ค้างสักคืนจะดีมาก

ถ้ามีเวลา ผมจะเลือกค้างใน Kiso Valley หนึ่งคืน เพราะเมืองแบบนี้มักสวยที่สุดตอนคนเริ่มบางลง ช่วงเย็นหลังนักท่องเที่ยว day trip กลับไปแล้ว บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นอีกแบบ

ที่พักในเมืองเก่าไม่ได้เยอะมาก จึงควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือวันหยุดยาว

เรื่องค่าใช้จ่าย

แหล่งข้อมูลหลักไม่ได้ให้ราคาค่าใช้จ่ายแบบละเอียด ผมเลยไม่อยากเดาตัวเลขครับ ค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นกับรถไฟ รถบัส ที่พัก และอาหารเป็นหลัก แนะนำให้เช็กราคาล่าสุดจากระบบจองและเว็บไซต์ขนส่งก่อนเดินทาง

ถ้าไม่อยากแบกของหนัก ลองดูบริการส่งกระเป๋าในพื้นที่ เพราะ JNTO ระบุว่ามีบริการนี้ และน่าจะช่วยให้เดินสบายขึ้นมาก

ไฮไลต์ที่ผมว่าไม่ควรพลาด

  • ถนนลาดใน Magome-juku ที่ให้ฟีลเมืองพักแรมเก่า
  • ช่วงทางเดินระหว่างหมู่บ้านที่มีทั้งป่าและบ้านเรือนชนบท
  • Tsumago-juku เมืองเก่าที่พยายามรักษาบรรยากาศดั้งเดิมไว้
  • วิวหุบเขา Kiso ที่ทำให้รู้สึกไกลจากเมืองใหญ่แบบชัดเจน

ข้อควรรู้ก่อนเดิน

  • เช็กตารางรถบัสล่วงหน้า โดยเฉพาะขากลับจาก Tsumago หรือ Nagiso
  • ใส่รองเท้าสำหรับเดินจริง ไม่ควรใช้รองเท้าพื้นลื่น
  • พกน้ำ เสื้อกันฝนบางๆ และเงินสดเล็กน้อย
  • ระวังเรื่องสัตว์ป่าในบางช่วง และทำตามคำแนะนำท้องถิ่น
  • เดินอย่างเคารพชุมชน เพราะหลายจุดยังเป็นบ้านและร้านของคนท้องถิ่น

บางเส้นทางไม่ได้สวยเพราะวิวอย่างเดียว แต่มันสวยเพราะเราต้องเดินช้าลง

เทียบกับเส้นทางอื่นในญี่ปุ่น

ถ้าเทียบกับ Kumano Kodo เส้น Magome-Tsumago จะวางแผนง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า และเหมาะกับคนที่ยังไม่อยากเดินหลายวัน แต่ถ้าเทียบกับการเดินเที่ยวใน Kyoto หรือ Nara เส้นนี้จะได้ความเป็นชนบทและประวัติศาสตร์บนเส้นทางจริงมากกว่า

มันเลยอยู่ตรงกลางที่ดีมากครับ ไม่ยากเกินไป แต่ก็ไม่ได้เบาจนรู้สึกว่าแค่เดินเล่นในเมือง

สรุป

สำหรับผม Nakasendo ช่วง Magome-Tsumago เป็นเส้นทางที่เหมาะกับคนอยากเห็นญี่ปุ่นอีกจังหวะหนึ่ง จังหวะที่ไม่มีรถไฟใต้ดิน ไม่มีตึกสูง และไม่มีตารางแน่นๆ มีแค่รองเท้าดีๆ เมืองเก่า หุบเขา และเวลา 2-3 ชั่วโมงที่เราได้เดินไปกับเรื่องเล่าของเส้นทางนี้ครับ

ลิงก์ที่มาของรูป: Japan National Tourism Organization

🔗 อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ข้อมูล Magome-juku จาก JNTO

ข้อมูล Tsumago-juku จาก JNTO

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Exit mobile version