เวลาเรานึกถึงสุราษฎร์ธานี หลายคนจะนึกถึงเกาะสมุย เกาะพะงัน หรือทะเลก่อนเลยใช่ไหมคะ แต่มีอีกมุมหนึ่งที่หนูว่าโคตรน่าสนใจ คือเขาสกกับเขื่อนเชี่ยวหลาน
มันไม่ใช่ทะเล ไม่ใช่เมืองเก่า ไม่ใช่คาเฟ่ฮอป แต่เป็นป่าฝน หินปูน น้ำกว้างๆ และแพกลางทะเลสาบที่ทำให้เราต้องช้าลงเองแบบไม่ต้องพยายามมาก
หมายเหตุ: ชมพูเรียบเรียงจากข้อมูลอ้างอิงของ Thai National Parks และคู่มือท่องเที่ยวพื้นที่เขาสก เพื่อใช้เป็นไอเดียวางทริปเบื้องต้นค่ะ
เขาสกไม่ใช่แค่ทางผ่านไปเกาะ
หนูรู้สึกว่าเขาสกเป็น destination ที่โดนมองข้ามง่ายมาก เพราะมันอยู่ระหว่างหลายที่ดังของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ เขาหลัก หรือเกาะสมุย หลายคนเลยใช้เป็นทางผ่าน ทั้งที่จริงๆ แล้วมันมีคาแรกเตอร์ของตัวเองชัดมาก
ข้อมูลจาก Thai National Parks บอกว่าอุทยานแห่งชาติเขาสกเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 22 ของไทย ตั้งขึ้นปี 1980 ครอบคลุมพื้นที่ราว 739 ตารางกิโลเมตร และมีทั้งป่าฝน น้ำตก ถ้ำ เส้นทางเดิน สัตว์ป่า แม่น้ำสก รวมถึงเขื่อนเชี่ยวหลานที่เราคุ้นภาพแพกลางน้ำกัน
พูดง่ายๆ คือที่นี่ไม่ใช่ทริปไปถ่ายรูปมุมเดียวแล้วกลับ แต่เป็นพื้นที่ที่ถ้าจัดจังหวะดีๆ จะได้ทั้งนั่งเรือ นอนแพ ฟังเสียงป่า และเดินเส้นทางสั้นๆ ในทริปเดียว
ภาพจำของเชี่ยวหลานคือเรือ หินปูน และน้ำสีเขียว
Cheow Lan Lake หรือเขื่อนรัชชประภา เป็นทะเลสาบที่มักถูกเรียกว่า Khao Sok Lake จุดเด่นคือภูเขาหินปูนสูงๆ ที่โผล่ขึ้นจากผืนน้ำ ภาพมันจะคล้ายๆ เอาเขาหินปูนแบบอ่าวพังงามาไว้ในทะเลสาบกลางป่า
Thai National Parks ระบุว่า Cheow Lan Lake มีพื้นที่ประมาณ 165 ตารางกิโลเมตร และมีเกาะหินปูนมากกว่า 100 จุด กระจายอยู่ทั่วทะเลสาบ รวมถึงถ้ำ จุดชมวิว น้ำตก และเส้นทางสั้นบางจุด
สำหรับหนู เสน่ห์ของเชี่ยวหลานคือมันไม่ได้สวยแบบตะโกนตลอดเวลา แต่มันสวยแบบค่อยๆ ซึม โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังฝนตกที่หมอกลอยอยู่ตรงไหล่เขา
ถ้ามีเวลา 2 วัน 1 คืน จัดยังไงดี
สูตรที่หนูว่าน่าจะลงตัวสุดสำหรับคนไปครั้งแรกคือ 2 วัน 1 คืน เริ่มจากเดินทางไปท่าเรือรัชชประภา แล้วนั่งเรือเข้าแพกลางน้ำ ระหว่างทางเก็บวิวเขาหินปูนไปก่อนแบบไม่ต้องรีบ
บ่ายวันแรกอาจเลือกพักที่แพ พายคายักใกล้ๆ หรือออกไปจุดชมวิวและถ้ำที่ไกด์พาไปได้ ช่วงเย็นกลับมานั่งดูแสงเปลี่ยนสีบนผืนน้ำ อันนี้เป็นจังหวะที่หนูว่าน่าจะคุ้มสุดของการนอนแพ
เช้าวันที่สอง ตื่นเช้าเพื่อดูหมอกหรือออก boat safari ถ้าสภาพอากาศเหมาะ จากนั้นกินข้าว เก็บของ แล้วค่อยนั่งเรือกลับท่าเรือเพื่อไปต่อสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ เขาหลัก หรือเส้นทางอื่น
| เวลา | แผนที่แนะนำ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| วันแรกช่วงสาย | ถึงท่าเรือรัชชประภา นั่งเรือเข้าแพ | ควรเผื่อเวลาจากเมืองต้นทาง อย่ากะรอบแน่นเกิน |
| วันแรกช่วงบ่าย | พักแพ พายคายัก หรือไปถ้ำ/จุดชมวิวกับไกด์ | กิจกรรมขึ้นกับฝนและสภาพน้ำ |
| วันแรกช่วงเย็น | ดูแสงเย็น กินข้าว พักบนแพ | บางแพมีไฟฟ้าจำกัด ต้องเช็กก่อนจอง |
| วันที่สองช่วงเช้า | ชมหมอกหรือ boat safari แล้วกลับท่าเรือ | ถ้าฝนหนัก แผนอาจต้องปรับ |
ระดับความยากไม่ได้โหด แต่ต้องเคารพพื้นที่
ถ้าเราเน้นล่องเรือและนอนแพ ทริปนี้ไม่ได้ยากมากค่ะ คนทั่วไปไปได้ แต่ต้องรับได้กับการขึ้นลงเรือ นั่งเรือนาน ฝนที่มาแบบไม่บอกล่วงหน้า และความไม่สะดวกบางอย่างของการอยู่กลางทะเลสาบ
แต่ถ้าจะเดินถ้ำ เดินป่า หรือขึ้นจุดชมวิว อันนี้ไม่ควรคิดว่าเป็นทางเดินสวนสาธารณะ เพราะบางเส้นทางต้องมีไกด์ และ Thai National Parks ก็เตือนว่าการเดินเส้นทางยาวเองมีโอกาสหลงทางได้จริง
สรุปคือความยากไม่ได้อยู่ที่ระยะทางอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเตรียมตัว เหมือนทริปนี้กำลังบอกเราว่าอย่าทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่มั่นใจเกินเหตุ 555
ไปช่วงหน้าฝนได้ไหม
คำตอบคือไปได้ แต่ต้องวางแผนแบบยอมรับความเปลี่ยนแปลง เขาสกเป็นพื้นที่ป่าฝน ฝนจึงเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ช่วงกรกฎาคมแบบตอนนี้ป่าจะเขียวมาก หมอกมีโอกาสสวย แต่กิจกรรมบางอย่างอาจถูกปรับหรือยกเลิกได้ถ้าฝนแรง
ถ้าอยากได้ทริปที่คุมง่ายกว่า ควรเลือกช่วงฝนน้อยกว่า และเช็กประกาศอุทยานกับผู้ให้บริการก่อนจอง โดยเฉพาะกิจกรรมถ้ำหรือเส้นทางที่เกี่ยวกับน้ำ
ที่พักบนแพต้องอ่านรายละเอียดให้ดี
คำว่าแพกลางน้ำฟังดูโรแมนติกมาก แต่รายละเอียดแต่ละที่ไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางแพเรียบง่ายมาก บางแพสบายขึ้น มีห้องน้ำส่วนตัว มีไฟฟ้านานกว่า หรือมีกิจกรรมรวมอยู่ในแพ็กเกจ
สิ่งที่ต้องถามก่อนจองคือไฟฟ้ามีกี่โมงถึงกี่โมง ห้องน้ำเป็นแบบไหน สัญญาณมือถือมีไหม รวมอาหารกี่มื้อ รวมเรือหรือไกด์หรือเปล่า และถ้าฝนหนักมี policy ยังไง
อันนี้สำคัญ เพราะทริปธรรมชาติที่ดีไม่ได้เกิดจากวิวอย่างเดียว แต่เกิดจาก expectation ที่ตรงกับของจริงด้วย
งบประมาณควรคิดเป็นก้อน ไม่ใช่แค่ค่าที่พัก
ค่าใช้จ่ายของเขาสกจะกระจายหลายส่วน เช่น รถไปท่าเรือ ค่าเรือ ค่าแพ ค่าอาหาร ค่าไกด์ ค่าธรรมเนียม และเงินสดสำรอง แหล่งข้อมูลบางแห่งให้ตัวเลขค่าธรรมเนียมและกิจกรรมไว้ แต่ราคามีโอกาสเปลี่ยนตามฤดูกาลและผู้ให้บริการ
วิธีคิดที่ปลอดภัยคืออย่าดูแค่ราคาห้องพัก ให้ดูว่าแพ็กเกจรวมอะไรบ้าง ไม่รวมอะไรบ้าง และต้องจ่ายเพิ่มตรงไหนบนหน้างาน
เหมาะกับใคร
- คนที่อยากเที่ยวธรรมชาติภาคใต้แต่ไม่อยากไปทะเลอย่างเดียว
- คนที่อยากลองนอนแพกลางน้ำสักครั้ง
- คนที่ชอบวิวภูเขาหินปูน หมอก ป่า และเสียงธรรมชาติ
- คนที่รับได้กับฝน ความชื้น และแผนที่อาจปรับตามสภาพอากาศ
ใครอาจไม่เหมาะ
ถ้าคุณต้องการอินเทอร์เน็ตแรงตลอดเวลา ห้องพักสะดวกแบบโรงแรมเมือง หรือแผนเที่ยวที่ล็อกเป๊ะทุกชั่วโมง เขาสกอาจทำให้หงุดหงิดได้ง่าย
แต่ถ้ารับได้กับความไม่เป๊ะนิดๆ และอยากให้ธรรมชาติเป็นคนกำหนดจังหวะทริปบ้าง ที่นี่น่าจะให้ประสบการณ์ที่ต่างจากภาคใต้ในแบบที่คุ้มมาก
สรุปแบบคนอยากไปเอง
เขาสกกับเชี่ยวหลานทำให้หนูนึกถึงทริปที่ไม่ต้องพยายามหา activity เยอะเกินไป แค่ไปอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แล้วปล่อยให้วิวกับอากาศทำงานของมัน
ถ้าจะไป หนูคงเลือก 2 วัน 1 คืนมากกว่า day trip เพราะบางสถานที่ไม่ควรถูกย่อให้เหลือแค่เช็กอิน ถ้าเราไปถึงทะเลสาบแล้วรีบกลับทันที มันเหมือนได้ดูแค่ปกหนังสือ แต่ยังไม่ได้เปิดอ่านข้างใน
