ช่วงนี้ถ้าพูดถึงเชจู หลายคนอาจนึกถึงทะเล คาเฟ่ หรือไร่ส้มก่อน แต่หนูว่าอีกมุมที่น่าสนใจมากคือฮัลลาซาน ภูเขาไฟกลางเกาะที่สูง 1,950 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาหลีใต้ค่ะ

เสน่ห์ของที่นี่คือไม่ได้มีแค่สายโหดขึ้นยอด Baengnokdam อย่างเดียว แต่ยังมีเส้น Yeongsil ที่เดินดูวิว highland กับบันไดไม้กลางภูเขาได้แบบไม่หนักเท่า summit route ถ้าวางแผนดี ๆ ฮัลลาซานจะทำให้ทริปเชจูดูมีมิติขึ้นเยอะเลยค่ะ

ทำไมฮัลลาซานถึงน่าใส่ไว้ในแผนเชจู

ฮัลลาซานไม่ใช่จุดแวะถ่ายรูปสั้น ๆ แต่เป็นภูเขาจริงที่ต้องดูสภาพอากาศ เวลาเปิดปิด trail และระบบจองให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง จุดนี้ทำให้หนูชอบนะคะ เพราะมันบังคับให้เราเที่ยวแบบเคารพธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ไปถึงแล้วเดินตามใจ

ถ้าอยากขึ้นยอด ต้องรู้เรื่องระบบจองก่อน

เส้น Seongpanak และ Gwaneumsa สำหรับขึ้นถึงยอด Baengnokdam ต้องจองผ่าน Hallasan Visit Reservation System ก่อนเดินทางค่ะ อย่าไปถึงหน้างานแล้วค่อยลุ้น เพราะถ้าเต็มหรือสภาพอากาศไม่ผ่าน แผนอาจพังได้ง่ายมาก

ถ้าอยากได้วิวแต่ไม่อยากหนักเกินไป Yeongsil น่าสนใจ

สำหรับคนที่อยากเห็นภูเขา มุม highland และบันไดไม้ของฮัลลาซาน แต่ไม่ได้ตั้งใจขึ้นยอด เส้น Yeongsil เป็นตัวเลือกที่หนูว่าน่ารักมาก ได้ฟีลเดินเขาจริง แต่บริหารแรงง่ายกว่าสาย summit

ไฮไลต์ของฮัลลาซาน

  • ยอดเขาสูง 1,950 เมตร ซึ่ง Visit Jeju ระบุว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของเกาหลีใต้
  • Baengnokdam ปากปล่องภูเขาไฟบนยอด Hallasan สำหรับเส้นที่ขึ้นถึง summit
  • เส้น Yeongsil มีบันไดไม้และวิว highland เปิดกว้าง เหมาะกับภาพภูเขาและทุ่งพืชพรรณบนเกาะเชจู
  • Hallasan Mountain Natural Reserve ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Natural Monument 182 ตามข้อมูล Visit Jeju
  • ระบบจองและสถานะ trail real-time จาก Hallasan Visit Reservation System ช่วยให้วางแผนปลอดภัยขึ้น

ไอเดียจัดทริป 2-3 วัน

  • วันที่ 1: ถึงเกาะเชจู จัดที่พักใกล้ Jeju City หรือ Seogwipo ตามเส้นทางที่จะเลือก เช็กพยากรณ์อากาศ สถานะ trail และถ้าจะขึ้นถึงยอด Baengnokdam ให้จอง Seongpanak หรือ Gwaneumsa ผ่านระบบ Hallasan Visit Reservation System ล่วงหน้า
  • วันที่ 2: ตัวเลือกยอดเขา: เดิน Seongpanak ระยะ 9.6 กม. เที่ยวเดียว ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. 30 นาทีถึงยอด หรือ Gwaneumsa 8.7 กม. เที่ยวเดียว ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. ถึงยอด ทั้งสองเส้นต้องบริหาร cut-off time อย่างเคร่งครัด
  • วันที่ 3: ตัวเลือกเบากว่า: เดิน Yeongsil ไป Witse Oreum และ Nambyeok Junction ระยะ 5.8 กม. เที่ยวเดียว เหมาะกับคนอยากเห็นภูมิทัศน์ highland ของ Hallasan โดยไม่ขึ้นถึง Baengnokdam แล้วเผื่อเวลาพักในเมืองหรือคาเฟ่ใกล้เส้นทาง

หนูแนะนำให้เผื่อวันบนเชจูไว้มากกว่าหนึ่งวันสำหรับฮัลลาซาน เพราะภูเขาเปลี่ยนแผนจากอากาศได้เสมอ ถ้ามี buffer day จะเที่ยวสบายใจกว่าและไม่ต้องฝืนเดินในวันที่ฟ้าไม่ดีค่ะ

ความยากของแต่ละทางเลือก

ปานกลางถึงยากสำหรับ Seongpanak และ Gwaneumsa เพราะระยะยาวและต้องทำเวลา ส่วน Yeongsil เป็นตัวเลือกปานกลางที่ไม่ขึ้นถึงยอดแต่ได้วิว highland ชัด

ถ้าเป็น Seongpanak หรือ Gwaneumsa ต้องคิดแบบ day hike จริงจัง เริ่มเช้า กินง่าย พกน้ำพอ และคุมเวลาตามประกาศอุทยาน ส่วน Yeongsil เหมาะกับคนที่อยากได้วิวและประสบการณ์ภูเขาโดยไม่ต้องใช้แรงหนักเท่าขึ้นยอดค่ะ

ช่วงไหนน่าไป

Visit Jeju ระบุว่าฤดูใบไม้ร่วงเห็นสีสันของใบไม้ และฤดูหนาวมีวิวภูเขาหิมะเด่น แต่เวลาปิดเปิด trail เปลี่ยนตามฤดูกาล ต้องตรวจสอบเว็บไซต์ก่อนออกเดินทุกครั้ง

ที่พักและการเดินทางควรวางคู่กับ trailhead

เลือกที่พักให้สัมพันธ์กับ trailhead เพราะ Seongpanak, Gwaneumsa และ Yeongsil อยู่คนละจุดบนเกาะ เช็กเวลาเดินทางช่วงเช้าและวิธีกลับให้เรียบร้อยก่อนจอง

พักใน Jeju City จะสะดวกกับ Gwaneumsa/Seongpanak บางแผน ส่วนฝั่ง Seogwipo เหมาะถ้าจะเชื่อม Yeongsil, Donnaeko หรือเที่ยวธรรมชาติฝั่งใต้

ข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม

  • ผู้ที่จะขึ้นยอดผ่าน Seongpanak หรือ Gwaneumsa ต้องจองออนไลน์ก่อนตามประกาศ Visit Jeju/Hallasan reservation
  • เวลาปิดเปิดและ cut-off time เปลี่ยนตามฤดูกาล และอาจถูกควบคุมเมื่อสภาพอากาศแปรปรวน
  • Seongpanak ระยะไปกลับยาวมาก ต้องบริหารแรงและเวลา ไม่ควรเริ่มสาย
  • Gwaneumsa ชันและภูมิประเทศหนักกว่า เหมาะกับคนมีประสบการณ์เดินเขามากกว่า
  • อากาศบนภูเขาเปลี่ยนเร็ว ต้องเตรียมเสื้อกันลม กันฝน น้ำ อาหาร และรองเท้าที่รับพื้นเปียกได้

หนูสรุปให้แบบเลือกง่าย

ถ้าอยากพิชิตยอดและพร้อมทำตามระบบจอง ให้ดู Seongpanak หรือ Gwaneumsa ค่ะ แต่ถ้าอยากได้วิวภูเขาสวย เดินสนุก และไม่หนักเกินไป Yeongsil น่าจะเป็นตัวเลือกที่ทำให้หลงรักเชจูอีกแบบเลย

แหล่งข้อมูลหลัก: Visit Jeju / Hallasan

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:

ภาพประกอบ: Photo by Basile Morin / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Exit mobile version