ถ้าอยากเดินป่าแบบไม่ต้องเริ่มจากทริปหลายวัน ภูหลวง จังหวัดเลย น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีเส้นทางลานสุริยันยาว 1.8 กิโลเมตร เดินช้าๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง ได้ดูทั้งป่าโปร่ง กล้วยไม้ และดอกไม้บนภูเขา
หมายเหตุ: หนูเรียบเรียงบทความนี้จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และยังไม่ได้เดินทางไปภูหลวงด้วยตัวเอง
ภูหลวงไม่ได้มีแค่จุดชมวิว
ภาพจำของภูเขามักเป็นยอดสูงกับทะเลหมอก แต่ภูหลวงมีเสน่ห์อีกแบบ คือรายละเอียดเล็กๆ ระหว่างทาง ทั้งมอส กล้วยไม้ป่า และพืชเมืองหนาว การเดินลานสุริยันจึงเหมือนเปิดหนังสือธรรมชาติทีละหน้า ไม่ใช่เดินผ่านป่าเพื่อไปถ่ายรูปจุดเดียวแล้วกลับ
ลานสุริยันใช้เวลาเดินไม่นาน
เส้นทางนี้ยาว 1.8 กิโลเมตรและค่อนข้างราบเกือบตลอดทาง ข้อมูลต้นทางระบุว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง ถ้าเดินเพื่อดูพืชและฟังเจ้าหน้าที่ไปด้วย เวลานี้กำลังพอดี ไม่ต้องรีบจนพลาดรายละเอียดข้างทาง
แผนเดินทางที่ไม่ต้องลุ้นหน้างาน
- ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ช่วงภูเรือ-เลย แล้วเข้าทางหลวงเลย 2023
- ไปสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ชำระค่าธรรมเนียม แล้วขับต่อ 14 กิโลเมตร
- ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยโคกนกกระบา ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดิน
- เผื่อเวลาเดินกลับและลงจากภูเขาให้ทันเวลาปิดการขึ้นลง 16:00 น.
ฤดูของดอกไม้บนภูหลวง
เดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่เหมาะกับการศึกษาธรรมชาติ ปลายธันวาคมถึงกลางมกราคมมีใบเมเปิลสีแดง ส่วนกุหลาบพันปีสีแดงเริ่มบานตั้งแต่ปลายธันวาคมถึงมีนาคม ถ้าตั้งใจไปดูดอกไม้โดยเฉพาะ ควรเช็กสถานการณ์กับพื้นที่ก่อน เพราะช่วงบานจริงอาจต่างกันในแต่ละปี
ระหว่างทางมีอะไรให้ดู
- ป่าโปร่งและแนวหน้าผาช่วงท้ายเส้นทาง
- กล้วยไม้ดินและกล้วยไม้ที่เติบโตบนต้นไม้
- มอสสแฟกนัมในพื้นที่เย็นและชื้น
- กุหลาบพันปีและเมเปิลตามฤดูกาล
- จุดชมวิวภูเขาและผืนป่า
ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม
ค่าเข้าอยู่ที่ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 60 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท และรถจักรยานยนต์ 30 บาท ข้อมูลนี้มาจากบทความการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เผยแพร่วันที่ 10 มกราคม 2025 ควรเช็กอีกครั้งก่อนออกเดินทาง
พักค้างคืนหรือไปกลับดี
ถ้าอยากเดินลานสุริยันอย่างเดียว ทริปไปเช้าเย็นกลับก็พอได้ตามเวลาที่แหล่งข้อมูลระบุ แต่ถ้าอยากใช้เวลาดูธรรมชาติมากขึ้น มีบ้านพักที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยโคกนกกระบาให้จองล่วงหน้า ไม่อนุญาตให้กางเต็นท์
ข้อควรรู้เรื่องความปลอดภัย
จุดตรวจเปิดรถขึ้นตั้งแต่ 08:30 น. และปิดการขึ้นลงเวลา 16:00 น. นักท่องเที่ยวควรเดินตามเส้นทาง ไม่เก็บพืช ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะช่วงเย็นถึงรุ่งเช้าอาจมีสัตว์ป่าออกหากิน
เลือกเส้นทางให้ตรงกับเวลา
หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยโคกนกกระบามีเส้นทางเฉลิมพระเกียรติ 1 กิโลเมตร ลานสุริยัน 1.8 กิโลเมตร และผาสเด็จ 11.8 กิโลเมตร ระยะทางต่างกันมาก ถ้ามีเวลาครึ่งวัน ลานสุริยันเป็นตัวเลือกที่ข้อมูลต้นทางอธิบายไว้ละเอียดที่สุด ส่วนเส้นทางไกลควรถามเจ้าหน้าที่เรื่องการอนุญาตก่อน
เตรียมตัวแบบไม่ต้องแบกเกินจำเป็น
ของที่แหล่งข้อมูลแนะนำมีหมวก เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าที่พื้นยึดเกาะดี น้ำดื่ม ยาประจำตัว และอุปกรณ์ถ่ายภาพ ฟังดูเป็นรายการธรรมดา แต่การเดินป่าระยะสั้นก็มีจุดที่พลาดได้เหมือนกัน โดยเฉพาะรองเท้าที่ใส่ไม่สบาย พอเดินไปสักพัก หนูก็เริ่มเข้าใจว่าการเตรียมตัวให้พอดีสำคัญแค่ไหน
อีกเรื่องคืออย่าตั้งโจทย์ว่าต้องถ่ายรูปให้ครบทุกดอกไม้ เจ้าหน้าที่อาจชี้ให้ดูพืชที่เราเดินผ่านแบบไม่ทันสังเกต การยอมเดินช้าลงทำให้ทริปมีรายละเอียดขึ้นเยอะ และยังช่วยให้เราไม่หลุดออกนอกเส้นทางด้วย
วางแผนทริปสองแบบ
ถ้าเลือกไปเช้าเย็นกลับ ควรเริ่มออกเดินทางแต่เช้า เพื่อมีเวลาแวะสำนักงาน ชำระค่าธรรมเนียม ลงทะเบียน และเดินลานสุริยันโดยไม่ต้องเร่งตอนท้าย ส่วนคนที่อยากค่อยๆ ดูพรรณไม้หรือเลือกเส้นทางอื่น ควรติดต่อเรื่องบ้านพักและเงื่อนไขการเข้าพื้นที่ล่วงหน้า แผนสองแบบนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ตามเวลาที่มี โดยไม่ต้องพยายามยัดทุกเส้นทางไว้ในวันเดียว
หนูมองว่าภูหลวงเหมาะกับทริปที่ตั้งใจดูรายละเอียดมากกว่าการเก็บจุดเช็กอินให้ครบ เส้นทางลานสุริยันไม่ยาวมาก แต่เวลาที่ใช้เดินช้าๆ และฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทำให้เห็นว่าธรรมชาติในพื้นที่มีอะไรให้สังเกตมากกว่าที่คิด
สิ่งที่ควรถามก่อนออกจากบ้าน
- วันเดินทางมีการเปิดเส้นทางตามปกติหรือไม่
- ค่าธรรมเนียมและเวลาเปิดปิดล่าสุดเป็นอย่างไร
- ถ้าจะพักค้างคืน บ้านพักยังมีว่างหรือไม่
- ถ้าต้องการเดินเส้นทางระยะไกล ต้องยื่นขออนุญาตล่วงหน้าหรือไม่
สรุปแบบคนเตรียมทริป
สิ่งที่ต้องวางแผนจริงๆ ไม่ใช่แค่รองเท้าหรือกล้อง แต่คือเวลาเปิดพื้นที่และฤดูกาลของพืช ถ้าไปช่วงอากาศเย็น เดินช้าๆ และไม่พยายามเร่งเก็บทุกจุด ภูหลวงน่าจะให้ประสบการณ์ที่ละเอียดกว่าการแวะชมวิวแล้วรีบกลับ
อ่านข้อมูลต้นฉบับจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ที่มาของรูป: รูปภาพจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
