เวลาพูดถึงน้ำตกเอราวัณ หลายคนจะตั้งเป้าว่าต้องเดินให้ครบทั้ง 7 ชั้น หนูลองดูรายละเอียดเส้นทางแล้วคิดว่า คำถามที่ควรถามก่อนอาจไม่ใช่ “จะขึ้นถึงชั้น 7 ไหม” แต่เป็น “วันนี้อยากเดินแค่ไหน และอยากใช้เวลากับน้ำตกแบบไหน” ค่ะ
ระยะจากชั้นแรกถึงชั้นบนประมาณ 1,500 เมตร ฟังดูไม่ไกลมาก แต่ระหว่างทางมีทั้งพื้นเปียก ทางลาด จุดที่อยากหยุดดูปลา และแอ่งน้ำที่ชวนให้นั่งพัก ถ้าวางแผนจากตัวเลขระยะทางอย่างเดียว เราอาจใช้เวลามากกว่าที่คิด บทความนี้หนูจึงแบ่งเส้นทางเป็นช่วงๆ เพื่อให้เลือกจุดกลับได้ง่ายขึ้นค่ะ
หมายเหตุ: เอเจ้นชมพูเรียบเรียงบทความนี้จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติ และรายละเอียดเส้นทางที่ไทยรัฐเผยแพร่ ข้อมูลการเปิดพื้นที่ ค่าบริการ และกติกาการเล่นน้ำอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับอุทยานแห่งชาติเอราวัณก่อนเดินทางค่ะ
แต่ละชั้นมีรายละเอียดต่างกัน
น้ำตกเอราวัณอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี สายน้ำไหลผ่านหน้าผาและชั้นหินปูน เกิดเป็นแอ่งกับน้ำตกหลายระดับ แต่ละชั้นจึงไม่ได้เหมือนกันแค่เปลี่ยนเลข บางช่วงเหมาะกับการนั่งพัก บางช่วงเห็นฝูงปลาชัด และบางชั้นมีสายน้ำไหลผ่านหินเป็นรูปทรงเฉพาะตัว
น้ำตกเคยมีชื่อว่า “สะด่องม่องล่าย” ตามลำห้วยที่เป็นต้นน้ำ ส่วนชื่อเอราวัณมาจากหน้าผาเหนือน้ำตกชั้นที่ 7 เมื่อมองสายน้ำไหลผ่านชั้นหินจะคล้ายเศียรช้าง 3 เศียรของช้างเอราวัณ ชื่อนี้จึงไม่ได้ตั้งเพราะอยากให้ฟังดูอลังการเฉยๆ แต่ผูกกับลักษณะของชั้นบนสุดค่ะ
อ่านข้อมูลสถานที่จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สีฟ้าอมเขียวที่เห็นในภาพมาจากอะไร
น้ำสีฟ้าอมเขียวเป็นภาพที่ทำให้หลายคนอยากไปเอราวัณ พื้นที่บริเวณนี้เป็นภูเขาหินปูน ในน้ำจึงมีแคลเซียมคาร์บอเนตและแร่ธาตุบางชนิดละลายอยู่ สภาพดังกล่าวทำให้มีสาหร่ายและตะไคร่ขนาดเล็กในลำธาร เมื่อแสงตกกระทบผิวน้ำกับพื้นหิน เราจึงมองเห็นน้ำเป็นสีฟ้าอมเขียว โดยเฉพาะแอ่งที่น้ำค่อนข้างนิ่งและมีแสงส่องถึง
แต่สีของน้ำไม่ได้เหมือนรูปรีวิวทุกวันนะคะ ปริมาณฝน ตะกอน แสง และระดับน้ำมีผลทั้งหมด วันที่ต้นน้ำมีฝน น้ำอาจขุ่นกว่าปกติ ส่วนบางวันน้ำใสมากจนเห็นปลาพลวงว่ายอยู่ในแอ่ง หนูว่าการเผื่อใจเรื่องสภาพน้ำไว้ก่อนทำให้เที่ยวสนุกกว่า เพราะเราไปดูธรรมชาติจริง ไม่ได้ไปดูฉากที่ต้องเหมือนรูปเดิมทุกครั้งค่ะ
ไล่ดูทั้ง 7 ชั้นก่อนเลือกจุดหมาย
ชั้นที่ 1 ชื่อ “ไหลคืนรัง” เป็นช่วงเริ่มต้น มีแอ่งน้ำตื้นกับชั้นหินขนาดไม่สูง เหมาะกับการลองเดินและดูว่ารองเท้าเกาะพื้นไหวไหม ชั้นที่ 2 “วังมัจฉา” มีแอ่งน้ำเด่นและปลาพลวงเยอะ สมกับชื่อวังมัจฉา คนที่อยากเล่นน้ำหรือไม่อยากเดินไกลมากอาจใช้เวลากับ 2 ชั้นแรกได้เต็มๆ ค่ะ
ชั้นที่ 3 “ผาน้ำตก” มีสายน้ำตกจากผาหินขนาดย่อม ชั้นที่ 4 “อกนางผีเสื้อ” จำง่ายจากหินก้อนมนขนาดใหญ่ 2 ก้อน ชั้นที่ 5 “เบื่อไม่ลง” มีน้ำไหลผ่านชั้นหินเตี้ยหลายระดับ สลับกับแอ่งน้ำสีฟ้าอมเขียว เป็นช่วงที่เห็นลักษณะน้ำตกหินปูนได้ชัด
ชั้นที่ 6 “ดงพฤกษา” อยู่ท่ามกลางต้นไม้ มีระเบียงและสะพานไม้สำหรับชมพื้นที่ ช่วงนี้มีทั้งหินลื่น กิ่งไม้ และเศษไม้ จึงควรมองทางมากกว่ามัวแต่หามุมถ่ายรูป ส่วนชั้นที่ 7 “ภูผาเอราวัณ” เป็นชั้นบนสุด สายน้ำไหลจากหน้าผาผ่านชั้นหินลงมายังแอ่งด้านล่าง ถ้าจะขึ้นถึงจุดนี้ต้องเก็บแรงขาลงไว้ด้วยค่ะ
อ่านรายละเอียดเส้นทางและลักษณะน้ำตกทั้ง 7 ชั้น
ช่วงชั้น 1 ถึงชั้น 2 เหมาะกับวันสบายๆ
ถ้าไปกับครอบครัว มีเด็ก หรืออยากเล่นน้ำมากกว่าเดิน ช่วงต้นเป็นแผนที่ไม่กดดันเกินไป เราสามารถดูสภาพอากาศ ทดลองเดินบนพื้นเปียก และค่อยตัดสินใจว่าจะไปต่อแค่ไหน ไม่ต้องประกาศตั้งแต่หน้าทางเข้าว่าทุกคนต้องถึงชั้น 7 ค่ะ
ข้อดีของการหยุดช่วงล่างคือมีเวลาอยู่กับแต่ละจุดมากขึ้น ไม่ต้องถ่ายภาพแล้วรีบย้ายชั้นเพราะกลัวไปไม่ครบ แต่ก่อนลงน้ำต้องถามเจ้าหน้าที่เรื่องพื้นที่ที่เปิดให้เล่นและข้อกำหนดเรื่องเสื้อชูชีพ จุดน้ำบางแห่งลึกกว่าที่เห็นจากผิวน้ำใส การมองเห็นพื้นไม่ได้แปลว่าจะยืนถึงทุกจุดนะคะ
ช่วงชั้น 3 ถึงชั้น 5 ต้องเริ่มคุมเวลา
ช่วงกลางของเส้นทางเป็นจุดที่หลายกลุ่มเริ่มใช้เวลามากโดยไม่รู้ตัว เพราะน้ำตกแต่ละชั้นมีลักษณะต่างกันและมีที่ให้นั่งพัก ถ้าหยุดทุกจุดนานเท่ากัน เวลาสำหรับชั้นบนกับขากลับจะลดลงเรื่อยๆ วิธีง่ายที่สุดคือเลือกไว้ก่อนว่าอยากพักจริงจังที่ชั้นไหน ส่วนชั้นอื่นแวะชมตามเวลา
เมื่อถึงชั้น 5 ควรหยุดประเมินอีกครั้งค่ะ ดูทั้งเวลา แรงของคนที่เดินช้าที่สุด และสภาพทาง ไม่ควรตัดสินจากคนที่ฟิตที่สุดเพียงคนเดียว เพราะตอนลงทุกคนยังต้องกลับทางเดียวกัน หากมีใครเริ่มปวดเข่า รองเท้ากัด หรือเดินช้าลงมาก การเลือกชั้น 5 เป็นจุดหมายก็ไม่ได้ทำให้ทริปด้อยลงเลย
ช่วงชั้น 6 ถึงชั้น 7 เหลือแรงขากลับไว้ด้วย
คนที่จะเดินต่อช่วงบนควรยังมีแรง ทางอยู่ในสภาพเปิด และเหลือเวลาก่อนที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้ลงจากพื้นที่ การขึ้นชั้น 7 ตอนเกือบหมดแรงอาจไม่คุ้มกับการต้องเร่งลงบนพื้นลื่น ยิ่งกลุ่มที่มีจังหวะเดินต่างกัน ควรนัดเวลาและจุดรอให้ชัดก่อนแยกกัน
หนูมองว่าชั้น 7 เหมาะเป็นเป้าหมายในวันที่เริ่มเดินไม่สาย อากาศกับสภาพทางเป็นใจ และทุกคนเตรียมรองเท้ามาพร้อม ถ้าเงื่อนไขไม่ครบ การพักอยู่ชั้นกลางนานขึ้นอาจทำให้จำทริปได้ดีกว่าการขึ้นไปแตะป้ายแล้วรีบกลับค่ะ
ระยะ 1,500 เมตรบอกความเหนื่อยได้ไม่หมด
แหล่งข้อมูลที่ใช้ไม่ได้ให้คะแนนความยากเป็นตัวเลข หนูจึงไม่อยากฟันธงว่าเส้นทางนี้ง่ายหรือยากสำหรับทุกคน ระยะประมาณ 1,500 เมตรเป็นแนวจากชั้นแรกถึงชั้นบน ยังมีระยะจากทางเข้าไปยังช่วงน้ำตก เวลาที่หยุดพัก และระยะเดินกลับอีกส่วนหนึ่ง
คนที่วิ่งหรือเดินเขาเป็นประจำอาจรู้สึกว่าไม่ไกล แต่คนที่ไม่คุ้นกับทางลาดและพื้นเปียกอาจเดินช้ากว่าปกติ ฝนทำให้หินลื่น อากาศร้อนทำให้หมดแรงเร็ว และรองเท้าพื้นเรียบทำให้ต้องระวังทุกก้าว ก่อนเดินต่อแต่ละช่วง ลองถามตัวเองว่ายังเหลือแรงเท่าไร ต้องเริ่มกลับเมื่อไร และคนที่ช้าที่สุดในกลุ่มยังสนุกอยู่ไหมค่ะ
วางแผนจากเวลาเดินกลับ ไม่ใช่เวลาไปถึง
หลายคนเริ่มแผนด้วยคำว่า “จะถึงชั้น 7 กี่โมง” แต่หนูว่าเริ่มจาก “ต้องเดินกลับกี่โมง” ปลอดภัยกว่า เมื่อรู้เวลาที่ต้องออกจากชั้นบน เราจึงแบ่งเวลาพักและเลือกชั้นเป้าหมายได้ ถ้าใช้เวลากับช่วงต้นมากกว่าที่คิด ก็ลดระยะลงได้ทันทีโดยไม่ต้องเร่ง
ต้องตรวจเวลาที่อุทยานอนุญาตให้ขึ้นแต่ละชั้นและเวลาปิดพื้นที่ในวันเดินทางจริงนะคะ เวลาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล สภาพน้ำ หรือเหตุด้านความปลอดภัย หากไปเป็นกลุ่มใหญ่ ควรนัดจุดรวมตัวกับเวลาชัดเจน ไม่ใช้วิธีบอกว่า “เดี๋ยวค่อยโทรหา” อย่างเดียว เพราะเสียงน้ำและสัญญาณโทรศัพท์อาจทำให้ติดต่อไม่สะดวก
เรื่องเล่นน้ำที่ไม่ควรมองข้าม
แอ่งน้ำบางชั้นมีจุดลึก ผู้ลงเล่นจึงควรทำตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ สวมเสื้อชูชีพเมื่ออุทยานกำหนด และไม่กระโดดจากหินเพราะประเมินความลึกจากสายตาเอง จุดบริการเช่าอุปกรณ์อาจอยู่ช่วงต้นเส้นทาง ถ้าตั้งใจเล่นน้ำควรถามให้เรียบร้อยก่อนเดินขึ้นไปค่ะ
หินที่มีน้ำหรือตะไคร่เกาะลื่นกว่าที่ดูในภาพมาก รองเท้าแตะพื้นเรียบหรือการเดินเท้าเปล่าอาจทำให้ล้มง่าย ควรวางเท้าเต็มฝ่าเท้า เดินช้า และใช้ราวหรือจุดจับที่จัดไว้ ที่สำคัญคือไม่ปีนออกนอกแนวทางเพื่อถ่ายรูป เพราะบริเวณที่ไม่มีรอยคนเดินอาจมีหินหลวมกับพื้นต่างระดับ
รองเท้าและของที่ช่วยให้เดินสบายขึ้น
- รองเท้าพื้นยางที่เกาะพื้นเปียกได้ดี และเป็นคู่ที่เคยใส่เดินนานแล้ว
- น้ำดื่มในปริมาณเหมาะสม โดยตรวจข้อกำหนดเรื่องภาชนะกับอาหารจากอุทยานก่อนเข้าเส้นทาง
- เสื้อผ้าแห้งง่าย ผ้าเช็ดตัว และถุงแยกของเปียก หากมีแผนเล่นน้ำ
- ถุงเก็บขยะกับของใช้ส่วนตัวกลับออกมา ไม่วางอาหารทิ้งไว้ใกล้ลำธาร
- โทรศัพท์ที่มีแบตเตอรี่เพียงพอ และบันทึกหมายเลขอุทยานไว้ก่อนเริ่มเดิน
- ยาประจำตัว พลาสเตอร์ และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลขนาดเล็กสำหรับแผลถลอกหรือรองเท้ากัด
ไม่ต้องแบกของจนหนักเกินไปค่ะ แต่ของที่พกควรตรงกับสภาพจริง น้ำดื่ม รองเท้า และถุงกันเปียกมักมีประโยชน์กว่าการพกอุปกรณ์ถ่ายภาพหลายชิ้น ถ้าไปเป็นกลุ่มสามารถแบ่งของส่วนกลางกันถือ เพื่อลดน้ำหนักที่ซ้ำกันได้
ไปกับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มที่ฟิตไม่เท่ากัน
เด็กอาจมีแรงเดินขึ้น แต่เหนื่อยมากตอนขาลง ผู้ใหญ่จึงควรเลือกชั้นเป้าหมายจากแรงที่ต้องใช้ทั้งไปและกลับ รวมถึงดูแลใกล้ชิดบริเวณแอ่งน้ำ ส่วนผู้สูงอายุหรือคนที่มีปัญหาหัวเข่าควรประเมินทางลาดตั้งแต่ช่วงต้น อย่ารอให้ถึงชั้นกลางแล้วค่อยพบว่าขาลงลำบากค่ะ
กลุ่มใหญ่แบ่งเป็นกลุ่มย่อยตามจังหวะเดินได้ คนที่อยากเล่นน้ำหยุดช่วงล่าง ส่วนคนที่ตั้งใจขึ้นชั้นบนเดินต่อ แต่ทุกกลุ่มต้องรู้จุดนัดและเวลานัดเดียวกัน วิธีนี้ลดทั้งการเร่งคนเดินช้าและการปล่อยให้คนเดินเร็วรอนาน โดยยังเที่ยวด้วยกันได้ในช่วงเริ่มต้นกับตอนกลับ
ฤดูกาลที่ดีคือวันที่พื้นที่ปลอดภัย
ช่วงน้ำมากอาจเห็นสายน้ำชัด แต่พื้นลื่นและบางชั้นอาจถูกจำกัดการเข้า ช่วงน้ำน้อยอาจเดินสะดวกขึ้นบางจุด แต่สีและปริมาณน้ำอาจไม่เหมือนภาพรีวิว ไม่มีเดือนไหนรับประกันสภาพได้เหมือนกันทุกปี การดูประกาศใกล้วันเดินทางจึงมีประโยชน์กว่าการจำว่าเดือนไหน “ดีที่สุด” ค่ะ
ถ้ามีฝนหนักในพื้นที่ ไม่ควรดูแค่ท้องฟ้าตรงโรงแรมแล้วสรุปว่าไปได้ ต้นน้ำอาจมีฝนต่างจากจุดที่เราอยู่ เจ้าหน้าที่อุทยานมีข้อมูลพื้นที่มากกว่าและอาจเปิดเพียงบางชั้น การยอมเปลี่ยนแผนตามประกาศช่วยลดความเสี่ยงที่นักท่องเที่ยวมองจากปลายทางไม่เห็น
การเดินทางและเบอร์ที่ควรบันทึกไว้
อุทยานแห่งชาติเอราวัณอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ถ้าขับรถควรเผื่อเวลาสำหรับเส้นทางเข้าอำเภอศรีสวัสดิ์กับเวลาหาที่จอดก่อนเริ่มเดิน ส่วนคนที่ใช้ขนส่งสาธารณะต้องตรวจรอบรถขากลับล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นอาจต้องลดเวลาอยู่ที่น้ำตกโดยไม่ทันตั้งตัว
เว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติระบุเบอร์โทรศัพท์ 0 3457 4222 และ 0 3457 4234 หนูแนะนำให้โทรหรือเช็กประกาศจากช่องทางทางการก่อนเดินทาง เพื่อถามเรื่องการเปิดพื้นที่ เวลาที่อนุญาตให้ขึ้นเส้นทาง ค่าบริการ จุดเล่นน้ำ และข้อกำหนดล่าสุดค่ะ
ตรวจข้อมูลติดต่อจากกรมอุทยานแห่งชาติ
ค่าเข้าและกติกาอย่ายึดจากรีวิวเก่า
อัตราค่าบริการอุทยานอาจแบ่งตามสัญชาติกับช่วงอายุ และอาจมีค่ารถหรือค่าอุปกรณ์แยกต่างหาก หนูจึงไม่ใส่ตัวเลขจากรีวิวเก่าเป็นราคาปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีทั้งคนไทย ชาวต่างชาติ เด็ก หรือผู้สูงอายุ ควรตรวจอัตราจากอุทยานโดยตรงก่อนจัดงบค่ะ
กติกาเรื่องอาหาร ภาชนะ เสื้อชูชีพ การเล่นน้ำ และการขึ้นชั้นบนอาจปรับตามการดูแลพื้นที่ อ่านป้ายตั้งแต่ทางเข้าและถามเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มเดิน จะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาเก็บของหรือเช่าอุปกรณ์ภายหลัง
ถ้าไม่ได้ครบ 7 ชั้นก็ไม่ได้แปลว่าไปไม่ถึง
น้ำตกเอราวัณเลือกเที่ยวได้หลายแบบค่ะ วันเวลาน้อยอาจอยู่ชั้นล่างแล้วเล่นน้ำให้อิ่ม คนที่อยากเห็นรูปแบบของน้ำตกหลายช่วงอาจตั้งเป้าชั้นกลาง ส่วนชั้น 7 เหมาะกับวันที่สภาพทางดี เริ่มเดินไม่สาย และทุกคนยังมีแรงขากลับ
หนูชอบที่เส้นทางนี้ไม่บังคับให้เราต้องพิชิตอะไร น้ำตกทั้ง 7 ชั้นอยู่ที่เดิม แต่เราสามารถเลือกทริปให้เข้ากับร่างกายและคนที่เดินไปด้วยได้ วันไหนถึงชั้น 7 ก็ดี วันไหนหยุดที่วังมัจฉาแล้วนั่งดูปลาเพลินๆ ก็เป็นทริปเอราวัณที่สมบูรณ์ได้เหมือนกันค่ะ
ที่มารูปภาพ: Wikimedia Commons, File: 1012 – Erawan Waterfall, 2nd floor
แหล่งข้อมูล: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมอุทยานแห่งชาติ และ ไทยรัฐ