อยู่เหนือความดราม่าทั้งปวง
ผมเจอหลายครั้งที่เวลาใครไม่ต้องการยุ่งอะไรสักอย่างมักจะใช้คำว่า “(ฉัน)อยู่เหนือ..(อะไรบางอย่าง)” แทนการปฏิเสธด้วยคำต่างๆว่า “ไม่ยุ่ง”, “ไม่เกี่ยว” หรืออื่นๆ
กำลังขบคิดอยู่ว่า คนที่คิดประโยคนี้สุดยอดมากเลย
เพราะนอกจากจะพูดทีเดียวเพื่อให้คนอื่นได้รู้ว่า “ฉันจะไม่ยุ่งกับ..(อะไรบางอย่าง)” แล้ว
การบอกว่า ฉันอยู่เหนือ ยังเป็นการบอกว่า (อะไรบางอย่าง) นั้น อยู่ต่ำกว่าเรา
ดูมันช่างไร้ค่า เราไม่สนใจมัน เราไม่แยแสมันเสียด้วยซ้ำ
ตัวอย่างรูปประโยคเช่น “นายฟิวส์อยู่เหนือความดราม่าทั้งปวง”
แม่ม! นอกจากจะบอกว่ามันไม่อยากยุ่ง ยังทำให้มันถูกยกตัวเป็นผู้ละซึ่งความดราม่าทั้งปวงขึ้นมาทันทีทันใด
จบข่าว
จิตใจของคน ในความคิดของ อดัม สมิธ
แม้แต่เจ้าพ่อเศรษฐศาสตร์อย่าง อดัม สมิธ ก็เคยพูดไว้ว่าจิตใจของคนทุกคน ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาว สุดท้ายจะกลับไปสู่ความสงบตามธรรมชาติ คนที่รวยขึ้นหลังจากผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รวยอะไรขึ้นเหมือนเดิม ส่วนคนที่จนลงหรือเจอแต่ปัญหาความตกต่ำ หลังจากผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็จะกลับไปรู้สึกดีขึ้นเท่าระดับเดิมที่ชีวิตเคยมี
ระยะทาง
ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขายอมเสียเวลาและเสียเงินเพื่อมาซื้อของชิ้นนี้ แต่ฉันแอบมีความสุขเล็กๆ ที่ทำให้ชายคนนี้ได้มีกิจกรรมยามว่างสนุกๆกับลูกชายของเขา
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาฉันก็เพิ่งได้ฟังเรื่องแม่กับป๊าฉันเหมือนกัน ป๊าฉันเป็นพวกชอบกินของอร่อยๆ และมันก็มักจะไกลจากบ้านพอสมควร แต่แม่ฉันก็จะไปสรรหามาให้จนได้ ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหนก็ตาม, หรือบางทีเขาก็ขับรถไปกินกันถึงต่างอำเภอ ต่างจังหวัดเลยทีเดียว
แต่ก็ใช่ว่าป๊าฉันจะไม่ทำอะไรเลยนะ การที่เขารู้ว่าร้านไหนอร่อย เขาก็ไปดั้นด้นซื้อมาให้ฉันกินทุกเช้าเช่นกัน ถ้าช่วงไหนปิดเทอม ก็มีมื้อเที่ยงตามมาด้วย ซึ่งฉันพอเดาได้ว่า ป๊าน่าจะติดมาจากอาม่า เพราะอาม่าก็ทำกับฉันหรือกับป๊าหรือกับลูกหลานคนอื่นๆแบบนี้เช่นกัน
ฉันคิดว่า ระยะทางคงไม่ได้พิสูจน์ม้าเพียงอย่างเดียว แต่สามารถพิสูจน์ความห่วงใยและความรักของคนได้อย่างหนึ่งเช่นกัน
ปล. Wii Remote ยังเหลืออีก 1 ชุด ใครสนใจ ติดต่อมาได้ ชุดละ 1,500 มีครบเซ็ต (Wii Remote + Controller + Nunchuk)
หนังสือทัศนศึกษา
หนังสือทัศนศึกษา ของ Chonnapat Setdhasoratha ยิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น นอกจากรูปที่ต้องเพ่งพิจารณาถึงความคิดก่อนกดชัตเตอร์แล้ว ยังมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่ก็ไม่รู้มันไปฟังไกด์หรือใครที่ไหนมา ในมุมที่เราไม่รู้ด้วยของประเทศนั้นๆ สรุปสั้นๆ เป็น ประหนึ่งอ่านทวิตเตอร์ รายการสำรวจโลก ฉบับเด็กแนวเลยทีเดียว
ปล1. ตอนซื้อคิดว่าราคา 220 บาทแพงแล้วนะ แต่พอได้อ่านทั้งหมด มันก็ยังรู้สึกแพงเหมือนเดิม (เอาเถอะ ยอมจ่ายให้แกไปเที่ยวรอบโลกแล้วกยับมาเขียนเล่มสามต่อ)
ปล2. ไม่เหมาะแก่การเอาไปอ่านในส้วม หรือในอ่าง แม่งเปียกแล้วบวม เป็นรอยนิ้วมือ
มุมมองผมกับการอ้างอิงข้อมูลในอดีต
เพิ่ง อ่าน บทความหนึ่งใน Facebook ว่า
“ขายเซ็กส์” ทำลายเพลงลูกทุ่งจริงเหรอ? #ตอแหลแลนด์จากกระแสด่าทอใบเตย อาร์สยามเจ้าของฉายา “สั้นเสมอหู” ว่าทำลาย “ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม” ของเพลงลูกทุ่ง [1] มันได้สะท้อนความ “ตอแหล” อีกครั้งของสังคมไทย ที่พยายามปฎิเสธความจริงที่ว่าเพลงลูกทุ่งได้หากินกับเรื่อง “เซ็กส์” มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระดับสองแง่สองงามแ บบเพลง “หมากัด” ของเอกชัย ศรีวิชัย หรือระดับโจ่งครึ่มแบบ หน้าปกแผ่นเสียงในอดีต เช่น สาวอยู่บ้านใด๋ โดย ปอง ปรีดา [2] นอกจากนั้น Admin ออกจะแปลกใจนิดหน่อยว่าการขาย “เซ็กส์” ดังกล่าวเป็นการทำลายเพลงลูกทุ่
งจริงหรือ? เมื่อย้อนกลับไปตรวจสอบดูหากการ ขายเซ็กส์ทำลายเพลงลูกทุ่งจริง ป่านนี้วงการเพลงลูกทุ่งคงต้องพ ินาศย่อยยับสาบสูญไปจนสิ้นแล้ว เพราะวงการเพลงลูกทุ่งก็เหมือนว งการบันเทิงชนิดอื่นๆ ที่มีเซ็กส์ปะปนมาอยู่ด้วยเสมอ ดูจากตัวอย่างที่กล่าวมาแล้ว ความจริงระคายหูมันอาจมีอยู่ว่า
วงการบันเทิงที่เป็นอุตสาหกรรมช นิดหนึ่งมานานแล้ว ไม่ได้อยู่รอดด้วย “ศีลธรรมจริยธรรม” หากแต่อยู่รอดด้วยการมี “ผู้ซื้อ” สินค้าและบริการความบันเทิงนั่น เอง เพลงลูกทุ่งไม่ใช่เป็นเพียง “การละเล่นพื้นบ้าน” อย่างที่ใครอยากให้เป็น แต่มันเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงมาต ั้งนานแล้ว บางทีที่ใบเตย “สั้นเสมอหู” นี่เอง อาจเป็นการ “รักษาอุตสาหกรรมบันเทิง” ของเพลงลูกทุ่ง ให้ยังมีคนฟัง คนไปดูคอนเสิร์ตของเธอต่อไปก็ได
้ และ แอดมินเชื่อว่า เมื่อใครๆ “ห่วงใยถึงความอยู่รอดของลูกทุ่ ง” ไม่มีใครทราบเรื่องนี้ดีเท่ากับ นักธุรกิจในวงการเขาหรอกครับว่า “ทำอย่างไรถึงจะอยู่รอด” ครับ เมื่อแยก “ความอยู่รอด” ออกจาก “ศีลธรรมอันดีงาม” แยก “อุตสาหกรรมเพลงลูกทุ่ง” ออกจาก “ศิลปะการละเล่นพื้นบ้าน” (ซึ่งก็ไม่แน่อีกว่าไอ้การละเล่
นพื้นบ้านนั้นจะ “เรียบร้อยดีงาม” อย่างที่ใครๆ เชื่อหรือไม่) เราอาจจะเห็นประเด็น “สั้นเสมอหู” อย่างสมเหตุสมผลและอยู่กับความเ ป็นจริงมากยิ่งขึ้น อ้างอิง
[1] http://fb.kapook.com/
musicstation-64829.html [2] http://th.wikipedia.org/wiki/
ปอง_ปรีดา เครดิตภาพประกอบ Tone Tipayanon
– Admin AC, Jo, & Ao
By: Voices of Siam
ส่วนตัวผมคิดว่า สันดานเสียอย่างหนึ่งของคนไทยโดยเฉพาะบางกลุ่มคือ การไปหยิบข้อมูลในอดีต ที่สมัยนั้นอาจจะเคยถูกแบนหรือต้องหลบเร้นเผยแพร่ แต่หลงเหลือหลักฐานเพื่อให้ไอ้คนเหล่านั้นเอามาเผยแพร่ในปัจจุบันเพื่อมาเพิ่มความชอบธรรม ว่าบรรพบุรุษก็เคยทำมาก่อน.. แถมแม่งก็จับต้นชนปลายกันมั่ว ทำเหมือนว่าน่าจะเชื่อถือได้เพราะมีหลักฐาน แต่แม่งก็เป็นแค่มุมเล็กๆนิดเดียว คือเมิงทำแบบนี้ ไปเขียนลงต่วยตูนอ่านสนุกๆ ยังจะดีกว่ามาหลอกตีกินชาวบ้านไปวันๆนะ.. ผมไม่ให้ผ่านครับ

