รีบไขว่คว้าความรู้สึกนั้นไว้
ในความเป็นจริงผู้คนมากมายต
ความฝันที่ยากบ้างง่ายบ้างแ
ผมนึกถึงการ์ตูนเรื่องหนึ่ง
(พร้อมทำท่าวาดมือออกกว้างๆ
ในขณะที่พูด ก็ให้มองไปไกลๆ
ไกลสุดลูกหูลูกตา.. อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
บางคนอาจรู้สึกเป็นท้าทายใน
แต่กับบางคนอาจกลับรู้สึกเค
และเหงา.. เอาหละ ไม่ว่าคุณรู้สึกอย่างไร
แต่สาเหตุของความรู้สึกนั้น
มันเป็นผลลัพธ์ของฝันที่ยัง
หรือจางหายไปในชั่วขณะ
ในห้วงที่เวลานั้นทีลิ้นชัก
รีบไขว่คว้าความรู้สึกนั้นไ
ก่อนมันจะลบเลือนไป
พร้อมกับใจที่ห่อเหี่ยว
—
บันทึกหลังจากการเดินป่าครั
โชคชะตา
บางทีแค่ปล่อยให้โชคชะตาเป็นผู้เดินเรื่องต่อไป
บนโลกแห่งความเป็นจริงที่ซับซ้อนเกินกว่าชายในห้องจะคาดเดา
การรอคอยและความหวัง อาจมีเพียงเท่านั้นที่พอจะทำได้
คือ นั่งมองมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีความสุข
มีเพียงเสียงในสายลมจากผู้ไม่เข้าใจเขาเท่านั้น
ที่จะบอกว่าเขากำลังประสบความทุกข์
จาก ชายผู้ภักดีต่อสุขนิยมเป็นครั้งคราว.. ไม่ได้กล่าวไว้..
แน่ใจเหรอว่าเราบูชาธรรม??
คนเรามุ่งมั่นหาบุญ มุ่งมั่นทำดี เป้าหมายเพื่ออะไรบางอยากเป็นการแลกเปลี่ยน แต่ไม่ได้ทำเพื่อปรับปรุงตัวเอง การกระทำเหล่านั้นบางทีมันไม่ได้ทำให้ตัวเขามีความสุขหรอก แถมมีทุกข์เพิ่มมากขึ้นด้วย เรื่องธรรมะแทนที่จะเป็นเรื่องธรรมชาติ เรื่องของชีวิต เรื่องของความสมถะ เรื่องความห่างไกลกิเลส แต่คนเรากลับเติมเต็มความเยอะเข้ามาในชีวิต พิธีรีตอง วัตถุบูชา สุดท้ายแล้วถ้าเราลองกลับมาคิดให้ดีอีกที เราไม่ได้บูชาธรรมหรือบูชาพระพุทธเจ้าหรอก เราย้อนกลับไปเป็นพวกคนป่าที่บูชาผี บูชาอะไรก็ตามที่เราเชื่อว่าจะมีอิทธิฤทธิ์ดลบรรดาลให้เราเจอทางลัดไปสู่ความคาดหวังของเราโดยไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลย
ความอ่อนนุ่มย่อมยืนยาว
อาจารย์สอนไทเก็กผมบอกว่า
คนที่จะมีอายุยืนยาวสุขภาพดี ไม่ใช่คนที่ร่างกายกำยำ
แต่เป็นคนที่ยังมีร่างกายยืดหยุ่น
เพราะความติดขัดของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เป็นสิ่งที่ทำให้พลังชีวิต หรือแร่ธาตุไหลเวียนไม่ดี
และก็จริงดังว่า ผมสังเกตคนรำไทเก็กแก่ๆ ที่ยังยืดเส้นได้ดี
มักจะแข็งแรง ร่าเริง และกระฉับกระเฉง ไม่ป่วยออดๆแอดๆ
ถ้าไปเทียบกับลัทธิเต๋า ความอ่อนนุ่มย่อมยืนยาว
เหมือนลิ้นที่ไม่ร่วงดังฟันเมื่ออายุมาก ต้นหญ้าที่ไม่โค่นดังต้นไม้เจอพายุ
เศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม น่ากลัว แต่สนุก!
หนังสือประเภท เศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมเยอะแฮะ
เทรนด์ทำการตลาดระดับจิตวิทยามาแรง ผู้บริโภคแบบเราๆก็ไม่รู้ตัวมากขึ้น
การตลาดแบบเก่าๆ demand supplies ก็แทบไม่มีผล
ถ้านักการตลาดรุ่นใหม่เหล่านี้เขาสามารถทำให้คนนอนอยู่ที่บ้านไม่คิดอะไร
แต่สามารถลุกออกจากบ้านไปซื้อสินค้าเขาได้
เหมือนกับนอนอยู่บ้านไม่ได้อยากได้มือถือ
แต่คืนหนึ่งเสล่อไปดูงานเปิดตัว iphone4 ที่สตีฟจ็อบพูด
แล้ววันรุ่งขึ้นต้องไปต่อแถวซื้อทันที..
ดังนั้นผู้บริโภคแบบเราควรมีเกราะป้องกันการตลาดแบบนี้ดีๆ
นั่นคือ สติและปัญญา เท่านั้น ที่จะรู้เท่าทันอารมณ์และความต้องการของตนเอง
และระงับความอยากได้
จะว่าไปนอกจากในรูป ก็มีเล่มดังๆ อีกสองเล่ม ที่น่าอ่านมากของ Dan Ariely คือ
“พฤติกรรมพยากรณ์ (Predictably Irrational)”
และ “เหตุผลที่ไม่ควรมีเหตุผล (The Upside of Irrationality)”
ของพวกนี้ เป็นดาบสองคม แต่ถ้าเราอ่านเอาสนุก อ่านเอาความรู้
อ่านเอาความเท่าทันของการตลาด ก็จะดีมากครับ ผมแนะนำเลย
