จากผมถึงคุณ

เวลาตีสามในเมืองหลวงที่วุ่นวายมากทึ่สุดเมืองหนึ่ง
ฝนเพิ่งตกไปไม่นานนัก ยังพอรับรู้ถึงกลิ่นดินและเสียงหยดน้ำจากหลังคา
ผมกำลังคิดว่าตัวเองควรจะพักผ่อนได้แล้ว หลังจากลุยงานมาทั้งวัน
ดวงตาผมเริ่มอ่อนล้า และมีอาการปวดเมื่อย เพื่อเตือนให้นอนหลับ
แม้ร่างกายชายคนหนึ่งจะเรียกร้องอย่างไรก็ตาม
แต่ความคิดถึงใครบางคนยังคงโลดแล่นในสมองจนเขาหลับไม่ลง
.
.
.
คุณคนนั้นที่ผมคิดถึง
แม้เราทั้งสองยังไม่ได้เป็นอะไรกัน
จะมีเพียงอาการที่ผมเป็นอยู่
ทำให้ผมคิดว่าคุณมีความสำคัญกับผมมากเลยทีเดียว
แต่ถึงอย่างไร
ผมไม่ใช่คนที่มีสิทธิเรียกร้องอะไรจากคุณ..
เพื่อตัวผมเอง
.
.
.
ผมเชื่อว่าคุณมีความน่ารักในแบบของคุณเอง
คุณมั่นใจที่จะทำสิ่งต่างๆ และกล้าแสดงออกในสิ่งที่เหมาะสม
บ่อยครั้งคุณยอมคุยกับผมตั้งแต่ดึกจนเช้าโดยไม่รู้สึกเบื่อ
วันใดที่ผมมีเรื่องให้คิด คุณจะปลอบผม รับฟัง และมีความคิดเห็นให้เสมอ
จากสิ่งที่คุณได้ทำ
ผมรู้นะว่าคุณฉลาดพอสมควรเลยหละ
เพียงแต่คุณไม่อยากแสดงออกให้ผมเห็นตรงๆ
ก็เพราะคุณเป็นแบบนี้สินะ หัวใจผมถึงกระวนกระวายแทบทุกคืน..
.
.
.
ผมตั้งใจจะบอกสิ่งเหล่านี้กับคุณ เพียงแต่ผมไม่รู้จะบอกอย่างไรดี
ถึงแม้คุณอาจจะไม่ได้อ่านบล็อกนี้
แต่แค่ผมได้ระบายความในใจออกมา
เท่านี้ผมก็มีความสุขแล้วครับ
.
.
.
ด้วยรักและคิดถึงที่สุด
จากผมถึงคุณ
คุณผู้หญิงผู้ไม่มีตัวตน
http://ifew.exteen.com/20110827/entry
posted on 27 Aug 2011 02:44 by ifew

ฉันอยากมีชีวิตอิสระ

โดยปกติผมพยายามจะไม่เขียนเรื่องงานหรือเรื่องเครียด ค่อนข้างคิดอยู่นานที่จะระบายมันออกมาดีหรือไม่ แต่ก็ทำ
ใครรู้จักผมดีจะรู้ว่าผมมักไม่ค่อยอยู่เฉย จะคิดหรือทำนั่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา
ถ้างานหมายถึงสิ่งที่ทำแล้วได้เงิน คงต้องเริ่มนับตั้งแต่มัธยมต้นที่ผมเริ่มหัดทำเว็บไซต์ง่ายๆ หาเงิน จนจับมาเป็นความชอบ ใช้ไปแข่งขันต่างๆในสมัยเรียน เลือกที่จะเรียนสาขาต่อในมหาลัยฯ และแม้ยังไม่ทันจบ ผมก็ได้งานโปรแกรมเมอร์ จนมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งก็นับว่าเป้าหมายผมมันก็มาทางนี้ตั้งแต่แรกเลยทีเดียว
ทุกวันนี้ผมก็ยังสนุกกับการเขียนเว็บไซต์ ยังสนุกกับการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตามที่ล่าสุดผมเพิ่งทำเว็บใหม่เสร็จไปคือ twitjj.com
ทุกอย่างดูเหมือนผมไม่มีปัญหาอะไร แล้วผมจะมาบ่นทำไม? ใช่ นั่นมันชีวิตส่วนตัวผมที่ผมไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม พ.ศ.2539 เป็นอย่างไร พ.ศ.2554 ผมก็ยังเป็นอย่างนั้น (ดูแก๊แก่เนอะ)
แต่สิ่งที่ผมรู้สึกเปลี่ยนไป คือ ความรู้สึกในชีวิตการทำงานของผม
ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่มีปัญหาอะไรกับงานที่ทำ หรือผู้ร่วมงาน หรือองค์กร หรืออื่นใด ผมชอบและรักสิ่งที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้
แต่ถ้าเทียบสมัยที่ผมสละชีวิตเรียนมาเริ่มทำงาน จนถึงทุกวันนี้ ความสนุกที่ผมเคยรู้สึกมันหายไป มันหายไปแบบที่ผมไม่รู้ตัว รู้สึกอีกที ผมเหมือนตอนเป็นเด็กที่ไม่อยากไปเรียน ทุกเช้าตื่นมาพร้อมข้ออ้างสารพัดในหัว ฉันปวดหัว  ไม่สบาย ขี้ไม่ออก น้ำไม่ไหล ไฟดับ หงุดหงิด สารพัดเรื่องที่บิ๊วให้ตัวเองจมอยู่บนเตียงไปนานๆ
มันน่าแปลกใจว่าความรู้สึกแบบนั้นกลับมาหาผมได้อย่างไรในเมื่อผมทำงานที่ผมรักอยู่?
บางทีผมก็ตอบตัวเองไปตรงๆว่าผมมันเป็นคนขี้เกียจ ถึงได้คิดแบบนี้!
แต่นั่นคงไม่ใช่สาเหตุ เพราะถึงแม้ผมจะไม่ทำงาน แต่ผมก็ต้องทำอย่างอื่นอยู่ดี
ผมเริ่มนึกย้อนจากปัจจุบันกลับไปอีก 1-2 ปีมานี้ เชื่อมโยงเรื่องต่างๆนานาเข้าด้วยกันเป็นข้อๆ
– ผมเห็นเพื่อนผมหลายคนเริ่มลาออกจากงานไปเรียนต่อ
– เพื่อนบางคนกลับไปทำงานแถวบ้าน หรือไปช่วยงานที่บ้าน
– ผมเห็นคนลาออกจากที่ๆผมอยู่ ได้เงินเดือนเยอะขึ้น งานสบายกว่าเดิม
– ผมเห็นหลายคนออกจากงานประจำไปทำงานส่วนตัวที่ชื่นชอบ บางคนรายได้ดีกว่าเดิมอีกต่างหาก
– งานประจำทำเครียดมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ
– ผมชอบท่องเที่ยวมากขึ้น
– ผมเห็นใครหลายคนไปเที่ยวบ่อยโดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาลางานอะไรกันไปได้อย่างไร
– พักหลังเสพข้อมูลวิธีบริหารธุรกิจส่วนตัวมากอย่างไม่รู้ตัว
– พักหลังได้คุยกับเพื่อนเจ้าของธุรกิจมากขึ้นโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
– มันยังไม่มีความคิดว่าอยากเปลี่ยนงาน
จากหลายๆข้อที่ผมรวบรวมความคิดมา กอปรกับผมอ่านหนังสือ “การลาออกครั้งสุดท้าย” ของ ภาณุมาศ ทองธนากุล ดูเหมือนผมจะพบคำตอบคำหนึ่งนั่นคือ “อิสรภาพ”
ถ้าเป็นประโยคเต็มๆ คือ “ผมต้องการเป็นอิสรภาพจากสิ่งที่เป็นอยู่”
มันค่อนข้างเหมือนในหนังสือที่ผมอ่าน ผมเริ่มเรียงเรียงความต้องการส่วนตัวเป็นข้อๆ
– ผมอยากอยู่กับบ้าน ตื่นสาย นอนดึก
– ผมอยากเที่ยวไปหาประสบการณ์ตามที่ต่างๆ
– ผมอยากมีเวลานั่งเสพ นั่งหาข้อมูลต่างๆที่ผมชอบไปเรื่อยๆ
– ผมอยากไปดูหนัง ฟังเพลง หาอะไรกิน ไปเรื่อยๆ เมื่อผมขี้เกียจ
– ผมอยากออกไปช่วยเหลือสังคมอะไรบางอย่าง
– ผมอยากมีเวลาทำเว็บที่ผมชอบ อยากทำโครงการต่างๆที่ผมเคยวาดฝันไว้ให้เสร็จ
– ผมอยากเป็นพ่อค้า อยากลองทำมาค้าขาย
– อยากมีเวลานั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆ อยู่กับตัวเองในเวลาที่ต้องการ
แต่ทั้งนี้ผมก็ต้องมีเงินนิ่งๆ เพื่อใช้จ่ายค่าต่างๆ ถ้าผมยังคงอยู่กรุงเทพฯต่อไป และถ้าเขียนต่อมันจะกลายเป็นบล็อกหัวข้อ How To make money for freedom ของผมไปเสียอย่างนั้น
ณ ตอนนี้ความคิดของผมยังคงตีกัน แต่น้อยลงกว่าเดิมก่อนผมจะเริ่มเรียบเรียงความคิด และผมก็พอมีหนทางอยู่ในใจ
แต่นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดถูกหรือไม่ผมไม่รู้
มันใช่โอกาสแล้วหรือไม่ผมก็ไม่รู้
ผมพร้อมแล้วหรือยังผมก็ยังตอบได้ไม่เคลียร์
มันเป็นประเด็นที่ยังวกวนไปมา
เคยมีพี่คนหนึ่งทักว่า ชีวิตผมจะรุ่งมากหลังวันเกิดปี 2554 และมันก็เลยวันเกิดผมมาได้สองเดือนแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากรู้ต่อคือ รุ่งในเส้นทางเดิมๆแบบที่ผมกำลังทำ หรือเส้นทางใหม่ที่ผมจะมีอิสรภาพกันแน่?!
ดูเพ้อฝันดี แต่ช่างมัน รุ่งแบบไหนก็ช่าง รู้แต่ฉันอยากมีชีวิตอิสระ
พอกลับมาสู่ความเป็นจริง ณ ตอนนี้
พรุ่งนี้วันจันทร์ ฉันต้องทำงานอีกแล้ว เฮ่อ..
ราตรีสวัสดิ์ครับ
posted on 10 Jul 2011 23:56 by ifew
http://ifew.exteen.com/20110710/entry

03.05.2554

รู้สึกว่าอยากหยุดทุกสิ่งลง

หยุดการคิดไปไกลกับใคร

ยิ่งอยากคิดครอบครองก็ยิ่งห่างไกลจากความสุขที่ต้องการ

ความรู้สึกตอนเก็บตัวมันกลับมาอีกครั้ง
ผมรู้สึกมีความสุขกว่านี้

รู้สึกว่าไปไหนและคุยอะไรกับใครก็ได้กับทุกคนด้วยความสบายใจ

ไม่มีความชอบหรือความรักและความหวังใดที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้ผิดหวัง

สุดท้ายฉันไม่ต้องเพ้อให้ใครเห็น นอกจากการเขียนบล็อกที่ไม่ต้องสนใจว่าใครจะอ่านหรือไม่

..รู้จักผมได้เท่าที่ผมอยากให้คุณรู้ และถามได้ทุกอย่างเท่าที่คุณอยากรู้


posted on 03 May 2011 23:43 by ifew
http://ifew.exteen.com/20110503/entry

กาลเวลา

DIGITAL CAMERA
พิงลำพระเพลิง บอกไว้ว่า
ความแตกต่างของเวลากับนาฬิกา
นาฬิกา เราให้ใครไปแล้วเรายังขอคืนมาได้
แต่ถ้าเป็นเวลามันไม่มีทางขอคืนมาได้..
ผมนั่งคิดอยู่พักใหญ่ และเห็นด้วย
บางที เวลาอาจเป็นมาตรวัดความเป็นคนสำคัญ ที่ใครคนหนึ่งมอบให้อีกคนหนึ่ง
เหมือนที่ผมมอบให้คุณ
ผมไม่เสียใจนะ ถ้าหากคุณไม่เห็นค่าในสิ่งที่ผมให้
แต่อย่างน้อย ผมก็มีคุณอยู่ในช่วงกาลเวลาหนึ่งของผม
posted on 02 May 2011 21:41 by ifew
source: http://ifew.exteen.com/20110502/entry-1

เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

toy
คุณครับ ยังจำความรู้สึกแรกที่รักใครสักคนได้ไหม
ผมคิดว่าคุณคงจะจำได้ ผมเองก็เช่นกัน
ไม่บ่อยนักที่เราจะรู้สึกได้แบบนั้น
มันแตกต่างกับการชอบใครสักคน
ไม่ว่าจะเพราะความน่ารัก หรือนิสัยดี ก็ตาม
แต่เมื่อได้รักแล้ว ใจมันก็ตุ๊มๆต่อมๆ หวานจ๋อย
การได้เรียนรู้กันและกันท่ามกลางความไม่รู้และเขิลอาย
สำหรับผม มันช่างสนุก น่าหลงไหล และสวยงาม จริงๆ
กว่าผมจะรู้ว่าคุณคือคนที่ใช่
ผมอาจจะทำอะไรโจ๊ะๆบางอย่างให้คุณตลกจนคุณจำขึ้นใจ
หรืออาจจะทำอะไรบางอย่างไม่ถูกใจคุณ จนต้องตัดสินว่าไม่ใช่
นั่นคงเป็นชะตา ที่ผมและคุณจะถูกสร้างให้มันเป็น
ตลอดระยะเวลาของการเรียนรู้และรู้จักกัน
บางทีอาจทำให้อีกคนรู้สึกว่าเป็นของเล่นของอีกคนหรือไม่เพราะความไม่แน่นนอน
แต่สุดท้ายคงไม่มีใครอยากเป็นของเล่นของใคร จริงไหมครับ?
การบอกให้คุณรู้ว่า ผมรู้สึกดีกับคุณ
อาจจะเป็นทางที่ดีที่ทำให้เข้าใจว่า เราไม่ใช่ของเล่นซึ่งกันและกัน
แต่ถ้าแย่หน่อย ผมอาจเป็นเพียงของเล่นของคุณเพียงฝ่ายเดียว
แต่ควรจะทำอย่างไรดีครับ หากการบอกนั้น
ทำให้ผมและคุณไม่เป็นเหมือนเดิม…
ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้จริงๆนะ
แต่ผมต้องการรู้จักคุณให้มากกว่านี้.. ได้ไหมครับ
..เขียนจากห้วงความคิดหนึ่ง
ที่ผมในนี้คือผมจริงๆ แต่สำหรับคุณนั้น คุณไม่มีตัวตน..
http://ifew.exteen.com/20110502/entry
posted on 02 May 2011 01:06 by ifew