แด่ชาวเนปาล

มีหลายคนที่ทักผมถึงเรื่องความโชคดีที่กลับมาจากเนปาลก่อนเกิดโศกนาฏกรรมแผ่นดินไห

จริงๆแล้วผมก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการนั้น

แต่ 11 วันในเนปาลของผม มันมีความผูกพันธ์ พอที่จะรู้สึกตกใจถึงเรื่องดังกล่าว และเสียใจพร้อมกับความเป็นห่วงเพื่อนชาว Napali ที่เรามีโอกาสได้พบเจอกัน หรือแม้เพียงเดินสวนกันแล้วกล่าวว่า นมัสเต

ไม่ว่าจะไกด์ราเมท ไกด์กรม พอตเตอร์อีกหลายสิบคน คนขับแท็กซี่ เจ๊ขายเสื้อ เจ้าของโรงแรม ชาวบ้าน คนเหล่านี้ได้ช่วยเหลือ ได้พบเจอ จนทำให้ทริปเนปาลของผมจบด้วยความสมบูรณ์

เนปาลเพิ่งผ่านวันปีใหม่เมื่อ 14เมษา นี้เอง ผมยังจำความสนุกและความสุขของพวกเขาได้อยู่เลย..

ในความรู้สึกผม คนเนปาลเป็นคนน่ารัก มีน้ำใจ แต่มีชีวิตที่ไม่ได้ดีนัก การจะบูรณะบ้านหรืออะไรต่างๆที่สูญเสียไป มันดูต้องใช้เวลานานและค่อนข้างลำบาก รัฐบาลก็ไม่มีรายได้อะไรมากนัก

หากบุญใดที่รักษาผมไว้ ผมคงขอให้บุญนั้นรักษาคนเนปาล โดยเฉพาะคนที่ผมได้เจอ ขอให้เขาอย่าได้เป็นอะไร และขอให้เนปาลหายดีในเร็ววั

#PrayForNepal #Nepal

ลำปลายมาศ ถึง เนปาล

เจ๊กิ๊ก เจ้าของร้านข้าวขาหมูแห่งลําปลายมาศ นครบุรีรัมเปอร์

ขอเขียนถึงเจ๊ในฐานะผู้หยอดมุขตลกตลอดการเดินทาง และเป็นแรงบันดาลใจแก่น้องๆรอบข้าง คือถ้าน้องๆ เหนื่อยเมื่อใด หันหลังกลับไปก็ยังเห็นเจ๊เดินตามอยู่เสมอ และคอยเตือนใจว่าเจ๊แกยังไหวเลยนะเว้ย (แต่ขากลับเจ๊แกเทิร์นโปรฯใส่สปีดเพราะรีบกลับบ้านมาก)

เจ๊มักชอบเที่ยวตามสถานที่ศิวิไลต่างๆ ชำนิชำนาญด้านยุโรปและแถบเมดิเตอเรเนียน เจ๊ไม่เคยเดินป่าที่ไหนมาก่อน เจ๊บอกว่า การมา ABC ครั้งนี้ เป็นช่วงตกต่ำที่สุดในชีวิตของเจ๊ (นึกภาพเจ๊ทำมือทาบอก) ลำบากทั้งการกิน การเดินทาง สภาพอากาศ และความเป็นอยู่

แกเล่าให้ฟังถึงตอนจองทริป ถูกปรามาสว่าอย่างเจ๊อย่ามาเลย มาไม่ไหวหรอก เพราะแกไม่ได้ออกกำลังกายเลย

วันที่ฟังแกเล่า เป็นวันเดียวกับวันที่มีคนเล่าให้ผมฟังว่า พอแกมาถึงที่ ABC แกถึงกับร้องไห้ในห้องพัก ชีวิตนี้แกไม่คิดว่าแกจะมายืนที่จุดนี้ได้

ใช่ครับ แกทำได้! และไม่มีอุบัติเหตุ ไม่เจ็บป่วยด้วย สุดยอดไปเลย

ตอนนี้ ผมคิดว่าเจ๊สามารถไปได้ทุกป่าในเมืองไทยแล้ว และได้ข่าวว่าเจ๊อยากไปเลห์ ลาดัก ปากีสถาน ต่อด้วย

นี่แหละครับ อาการหลงป่าของจริง

ปล1. ถ้าเจ๊จะอัดภาพนี้ติดฝาร้านข้าวขาหมู ผมยินดียกให้ เผื่อเอาไว้คิดถึงกัน
ปล2. เจ๊บอกว่า ตอนขากลับ เจ๊เดินมาเห็นรถจี๊ป เจ๊ดีใจยิ่งกว่าถึง ABC อีก

Samsung Galaxy S6 มาแล้วจ้ะ เจ๋งในสามโลก แต่ขัดใจผมเล็กๆ

images_14252367401

เมื่อวานไปร่วมงาน Unpacked 2015 ที่ Samsung Thailand จัดขึ้น เพื่อรอรับการเปิดตัว Samsung Galaxy S6
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ข่าวหลุดสารพัด แล้วพอเปิดตัวจริงๆ ก็ไม่ค่อยพลิกโผจากข่าวลือเท่าไรนัก (อ่านข่าวลือใน Droidsans)
งานนี้เปิดทีเดียวสองตัวคือ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 Edge และคาดว่าจะเปิดขาย 10 เมษายน 2015 ใน 20 ประเทศแรกก่อน (ยังไม่บอกว่ามีประเทศไหนบ้าง)

ความต่างของ Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 Edge คือ Edge จะเป็นจอโค้งทั้งสองด้าน (Dual Edge) นอกนั้นสเปกเหมือนกันหมดครับ Continue reading “Samsung Galaxy S6 มาแล้วจ้ะ เจ๋งในสามโลก แต่ขัดใจผมเล็กๆ” »

บ่นหน่อยเถอะ ไอ้แอพ My Budget for iPhone

ตอนใช้ My Budget ใน Android แล้วรู้สึกชอบ สะดวก ก็ใช้มาเป็นปีๆจนชิน แต่พอมาใช้ iPhone ก็เลยซื้อยี่ห้อเดิมมาใช้

ปัญหาแรกที่เจอคือ import ข้าม platform มาไม่ได้, อ่ะ อันนี้ก็ทำอารมณ์ข้ามไป กรู เริ่ม config แล้วกรอกใหม่ก็ได้ ใช้ไปสักพักก็เริ่มหงุดหงิดเพราะ UX ห่วยแตก สู้ในเวอร์ชั่น Android ไม่ได้เลย มีที่ไหน เอาปุ่ม “ลบ” วางใกล้ๆปุ่ม “เพิ่ม” แถมไม่ลบธรรมดาครับ เป็นการ “Clear All” คือ ลองไปลบประเภทรายจ่ายตัวนึง นึกว่าลบอันเดียว แม่งลบหายหมดทุกอัน ต้องม config ใหม่อีกรอบ ก็ทนๆ ใช้มาหนึ่งเดือน จนตอนนี้ก็มาเจอ Bug ตอนทำสรุป Budget อีก ง่อยมาก บวกลบคูณหาร ทำกราฟไม่ได้ตรงความเป็นจริงเล้ย อีเมลไปหาไอ้คนทำตั้งแต่ปัญหา import/export แม่งก็ไม่เคยตอบ สุดท้าย เสียตังไปซื้อ Pocket Expense มาใช้แทน แถมต้องมาเสียเวลา config ให้ตรงกับบัญชีรายรับรายจ่ายสรุปบน Google Docs ใหม่อีก เมี่ยงเอ๊ย

จะเขียน review ซะหน่อย หมดอารมณ์ เขียนบ่นแทนละกัน

——

if someone who found to this article and will purchasing application My Budget (iPhone Version). it’s so idiot User Interface and have many bugs. i think you don’t use it to bad moody like me

ลุยม่อนจอง ดูผาหัวสิงห์ และกุหลาบพันปี

หากถามผมว่ามีที่ไหนเหมาะกับคนที่อยากลองเดินป่าครั้งแรก ผมจะเสนอสองที่คือ ผาสองฤดู และ ม่อนจอง เพราะทั้งสองที่นี้ เดินง่าย ไม่ไกล และสวยงามตามท้องเรื่อง..

ม่อนจอง อยู่ในเขต อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หากใครไปก็ติดต่อหน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ที่นั่นเราจะต้องต่อรถ 4WD ที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ นั่งยาวไปอัก 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเส้นทางที่โครตมันส์ โดยเฉพาะช่วงฝนตก เหมือนได้ทริป off-road ไต่เขาไปในตัว (หาข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์บริการการท่องเที่ยวดอยม่อนจอง)

วันที่ไปถึงเป็นช่วงพายุเข้าเชียงใหม่พอดี หมอกที่อมก๋อยหนามากสลับกับฝนตก ต้นไม้เขียวและชุ่มสดชื่นมาก แต่ก็ทำให้เส้นรถและทางเดินลื่นตามไปด้วย มันส์ไปอีกแบบ

20131214_084811
หมอกหนามากครับ ระหว่างทางในอมก๋อย

20131214_100129
ช่วงที่ผมไป มีหลายกลุ่มได้มาพร้อมกันด้วย คาดว่าน่าจะ 200 คนได้เลย (แค่ทีมที่ผมไปด้วยก็ 30 คนแล้วครับ)

20131214_101218
จัดถ่ายกระเป๋าขึ้นรถ 4WD ที่ทางหน่วยฯ จัดเตรียมให้ แล้วเราก็ต้องติดรถเพื่อไปจุดเริ่มเดินอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

20131214_102753
ทั้งหนาว ท้ังแดด พร้อพเลยจัดเต็มมากครับ ฮ่าๆๆ

ระหว่างทางที่นั่งรถไป (จริงๆยืนกระบะหลังไป) จะผ่านหมู่บ้านมูเซอ ซึ่งยังคงความเก่าไว้แบบเดิมๆ น่าสนใจมาก แต่ไม่มีโอกาสได้แวะลงไปเที่ยว ไปถ่ายรูปเลย เสียดายเล็กๆ และทางที่ไปจะเป็นป่าสนเกือบหมด ค่อนข้างแปลกตา ซึ่งผมคิดว่าป่าสนน่าจะถูกปลูกขึ้นใหม่เพิ่มเติม เพราะเรียงกันเป็นแถวสวยงาม ดูเพลินตามาก ส่วนถนนก็คดเคี้ยวให้โยกไปมา และมีให้ก้มตัวหลบกิ่งไม้กันตลอดเวลา กว่าจะถึงก็ดูดแรงพวกเราไปเยอะพอสมควร

จุดที่เริ่มเดินจะเป็นลานเล็กๆ มีองค์พระพุทธรูปให้ได้กราบไหว้ขอพรกันก่อน ลูกหาบจะตระเตรียมของ และลูกทัวร์ก็เตรียมตัว จะกินข้าว จัดกระเป๋าอะไรก็ให้เสร็จสรรพกันตรงนี้เลย

20131214_120811
พวกเรามาถึงจุดเริ่มเดินตอนเที่ยง เลยนั่งกินข้าวกันก่อน เอาแรง

20131214_121911
ทีม TrekkerHut.com ได้สปอนเซอร์เสื้อกันหนาวจาก Isuzu D-Max มาแจกลูกหาบกันด้วยนะคร้าบ

เส้นทางที่เดินประมาณ 6-7 กิโลเมตร ใช้เวลา 4 ชั่วโมง แต่ถ้าเดินไวๆหน่อยก็ 2 ชั่วโมงได้อยู่ เส้นทางไม่ชันมาก และทางค่อนข้างชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง (แต่ก็ควรมีลูกหาบหรือเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ) ในตอนแรกนี้จะเจอทางขึ้นลงบ้างให้พอยืดกล้ามเนื้อ แต่ก็เต็มไปด้วยต้นไม้ เดินเย็นๆ ร่มรื่นมากครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อเดินมาถึงครึ่งทาง จะเจอกับหินก้อนใหญ่ พอจะได้นั่งพักและไต่ขึ้นไปชมวิว 360องศา ถ่ายรูปเก๋ๆ พร้อมรับลมเย็นให้ชื่นใจ เป็นกำลังใจก่อนถึงจุดหมาย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หินก้อนใหญ่ ครึ่งทางแล้วครับ ไว้เป็นจุดรวมพล พักผ่อน ถ่ายวิว รับลมเย็นๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เมื่อมองจากบนก้อนหิน สดชื่นเลยทีเดียวครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
อีกมุมจากบนก้อนหินครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หลังจากผ่านก้อนหินใหญ่แล้ว เราจะเริ่มเดินบนสันเขาไปเรื่อยๆ เป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ เปิดวิวให้เห็นทิวเขาไกลสุดลูกหูลูกตา

เดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอป่าก่อนที่จะไปถึงลานกอล์ฟช้างที่เป็นเส้นทางไปยอดหัวสิงห์ ทีมที่ผมไปด้วย TrekkerHut จะตั้งแคมป์กันที่จุดนี้ โดยมีข้อดีคือ ใช้หลบลมหนาว(ที่นี่ลมแรงมาก)ได้ดี แต่ข้อเสียคือไกลจากแหล่งน้ำ และไกลจากยอดหัวสิงห์มากกว่าทีมอื่นๆ

หลังจากกางเต๊นท์และได้พักเหนื่อยไปนิดหนึ่ง ก็เดินต่อไปยังหัวสิงห์ ต้องบอกว่าเส้นทางนี้จะผ่านลานทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เรียกว่าลานกอล์ฟช้าง สามารถเดินไปถ่ายรูปไปด้วยตลอดทาง เพราะสวยตลอดทางจริงๆครับ ถ้าใครโชคดีก็อาจได้เห็นทะเลหมอก แต่ถ้าโชคร้ายหน่อยก็อยู่ในหมอก มองไม่เห็นวิวอะไรเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เริ่มเดินจากขุดกางเต๊นท์จะเห็นยอดหัวเสือไกลลิบๆ จะมีป้ายบอกว่าเป็นลานกอล์ฟช้าง (ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกอล์ฟช้าง)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
วิวมันสวยใช่ไหมล่าาาา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เดินมาได้ครึ่งทางจากจุดกางเต๊นท์ หัวสิงห์เริ่มชัดเจน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พอมามองใกล้ๆ บางคนก็บอกว่าเหหมือนหัวลิงบาบูนมากกว่า เออก็จริงนะ เห็นคนไหมครับ ตัวเล็กนิดเดียวเอง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ณ จุดหัวสิงห์นี้เอง จะเต็มไปด้วยต้นกุหลายพันปี ซึ่งช่วงที่ผมไป กุหลาบพันปียังไม่เต็มที่นักจึงไม่บานสะพรั่งเต็มต้น แอบเสียดายเล็กๆ

บนหัวสิงห์มีป้ายให้ถ่ายเป็นที่ระลึกว่าเราว่าพิชิตยอดม่อนจองกันสำเร็จแล้วจ้า ณ จุดนี้เอง เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกดินมากครับ แต่ถ้าจะชม ก็ควรพกไฟฉายติดตัวไปด้วย เพราะเส้นทางระหว่างเต๊นท์กับยอดหัวสิงห์ไกลกันประมาณ 1-2 กิโลเมตร และด้านหนึ่งเป็นเหวด้วย ถ้าเดินมืดๆอาจเจออันตรายได้ครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ถ่ายคู่กับป้ายเป็นที่ระลึก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
มองย้อนกลับไปทางที่เดินมา สวยมากครับ เราเดินบนสันเขา เลาะหน้าผามาเรื่อยๆ

ส่วนใครจะดูดาวก็ดูจากตรงนี้ได้เช่นกันครับ หรือเลือกดูได้ทุกจุดตลอดแนวทางเดินเลย ไม่มีต้นไม้ขวางแน่นอน แต่วันที่ผมไปดาวไม่ชัด เพราะหมอกเยอะ และลมหนาวมาแรงมาก เดินกลับไปเต๊นท์สะท้านกันเลยทีเดียว

คืนนั้นนั่งคุยกัน ลมพัดแรงจนต้นไม้เสียงดังไปหมด ผมมารู้ทีหลังจากน้องที่ไปกับทีมอื่นๆ เขากางเต๊นท์ด้านลานกอล์ฟช้าง เต๊นท์ถล่มกันไปหลายหลัง แทบไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว นับว่าคืนนั้นโชคดีสำหรับพวกเราอย่างแรง

20131214_203003
นั่งดื่มกินท่ามกลางลมแรง

ตื่นเช้ามาเพื่อเตรียมกินข้าวและเก็บแคมป์ อากาศหนาวมากครับ คาดว่าสิบองศาต้นๆ แต่นั่นยังไม่เท่ากับเจอฝนตกด้วย! ผมว่ามีอุณภูมิตกไปเลขตัวเดียวเลยหละ โชคดีนะที่พกเสื้อกันฝนไปด้วย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเดินป่า ควรเช็คสภาพอากาศไว้ก่อนเดินทาง และแม้อากาศจะเป็นอย่างไร ก็เตรียมเสื้อกันหนาวและกันฝนไว้อย่าให้ขาด

20131215_093158
ขากลับเจอฝน หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม

1506875_10153627172335644_564061891_n
โชคดี พกชุดกันฝนมา
531986_10153627174880644_786452345_n

 

มีร่องรอยการลื่นมาเรียบร้อยแล้ว

20131215_111902
ขากลับเนื่องจากฝนตก ถนนลื่นมากครับ อันตรายจนต้องลงเดิน แล้วช่วยเข็นรถในบางจุด

20131215_114238
ทางรถวิ่งชันมาก โคลนเละมากๆ นอกจากได้เดินป่ายังแถมทริป off-road มาด้วย มันส์เลย

20131215_115016
ภูมิปัญญาชาวบ้านครับ เพิ่มดอกยางรถยนต์ให้วิ่งเกาะถนนให้ดีขึ้น

สรุปการเดินทาง

ระยะทางไม่ไกลมาก (พอๆกับเขาช้างเผือกและภูกระดึง) แต่เดินง่ายๆ ไม่ยาก
เป็นเขาทุ่งหญ้า เช่นเดียวกับ เขาช้างเผือก ส่วนตัวคิดว่าถ้าเขาช้างเผือกมันไปยากนัก ก็มาที่นี่ทดแทนพอได้นะ
มาเจอลมเย็นๆ กลางวันดูทิวเขา และพระอาทิตย์ตก กลางคืนดูดาวและทางช้างเผือก
เจ๋งมากเลยหละครับ

ความสวย: 10/10
ความสนุก: 8/10
ความยาก: ง่าย
แหล่งเติมน้ำ: มี

ระยะทาง: 6-7 กิโลเมตร (ถึงจุดกางเต๊นท์), 1-2 กิโลเมตร (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดหัวสิงห์)

ระยะเวลาขาขึ้น: ประมาณ 3 ชั่วโมง (ถึงจุดกางเต๊นท์), 1 ชั่วโมง (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดหัวสิงห์)
ระยะเวลาขาลง: ประมาณ 2 ชั่วโมง (จากจุดกางเต๊นท์)

ความสูงยอดดอย: 1,929 เมตร