
ลองนั่งวาดเล่นๆ ของวงจรอุบาทว์การเมืองไทย โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ในขณะนี้ อยู่ที่คุณเลือกว่าจะใช้โอกาสหรือไม่ Continue reading “วงจรอุบาทว์ของการเมืองไทย” »

ลองนั่งวาดเล่นๆ ของวงจรอุบาทว์การเมืองไทย โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ในขณะนี้ อยู่ที่คุณเลือกว่าจะใช้โอกาสหรือไม่ Continue reading “วงจรอุบาทว์ของการเมืองไทย” »

แต่สำหรับผม มันทำให้คิดถึงตอนที่ตัวเองตัดสินใจแบกเป้เที่ยวครั้งแรก(แชงกรีลา) และตัดสินใจเข้าป่าปีนเขาครั้งแรก มันเป็นเสี้ยวเวลาตัดสินใจเพียงนิดเดียว จากที่เรารู้สึกจำเจ เบื่อกับสิ่งที่เป็นอยู่ในทุกๆวัน มองข้ามอุปสรรคต่างๆ จนพาตัวเองออกไปหาอะไรที่ตื่นเต้นทำสักครั้ง(หลายๆครั้ง)
ผมเริ่มเบื่อกับการแค่ไปดูรูปคนอื่นที่ไปมา หรือได้เสพรูปจากแหล่งต่างๆในอินเทอร์เน็ตหรือ Google Earth แล้วมาบ่นแค่รู้สึกว่าอยาก..
ทุกสถานที่และร่างกายของคุณเอง ความพร้อมของคุณเอง มันไม่พร้อมไปให้คุณได้ตลอดชีวิตหรอกนะ สุดท้ายก็คงได้แค่นั่งแก่ๆ แล้วบ่นกับลูกหลานว่า อยากไป.. แต่แก่เกินไป..

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมได้ยินคำว่า Catch ball บ่อยๆ ก็ เออ ออ เก็บความสงสัยมาค้นดูว่าคืออะไร ซึ่งจริงๆมันคือหนึ่งในแนวคิดของการบริหารนโยบายแบบโฮชินคังริ (Hoshin Kanri) ที่หมายถึงการสื่อสาร(ส่งต่อ)นโยบายจากผู้บริหารลงไปสู่ระดับคนทำงานให้ทั่วถึงกัน
แต่ความหมายที่ผมได้รับรู้และดูจากการกระทำของหลายๆคน คือ คำว่า Catch ball หมายถึงการเอางานตนเองแต่โยนงานไปให้คนอื่นทำ.. (พูดดูดีหน่อยก็คือ การกระจายงานให้คนอื่นทำ) แล้วตัวเองก็ไปทำงานอื่นต่อ ถึงจุดหนึ่งก็โยนต่ออีก เพื่อไปรับงานอื่นต่อ.. โดยทั้งหมดนี้ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าด้วย
มันก็แปลกดี ว่าทำไมตีความเอามาใช้แบบนั้น..
ว่าแล้วก็ขอเสริมหน่อย ถ้าคนใช้ได้อ่านเรื่องผลของการ Catch ball ก็ต้องรับสภาพด้วยว่า อาจเกิดเหตุการณ์ 2 กรณี
(ยังไม่ได้บอกด้วยนะว่าไอ้คนรับมีบอลคามืออยู่หรือปล่า)
ดังนั้นไม่ว่าจะเอาไปใช้แบบถูกหรือผิด สักแต่ว่าใช้ศัพท์เก๋ไก๋ให้คนอื่นคิดว่าเท่ และดู งง ไปวันๆ โปรดเข้าใจผลของมันไว้ด้วยว่าสามารถเกิดผลขึ้นได้ทั้งสองแบบ
ลองไปหาอื่นต่อเอาเอง

นิตยสารไทม์ (Time Magazine) ฉบับเดือน กรกฎาคม 2556 ขึ้นปกฝูงชนชาวอียิปต์โดยแบ่งเป็นสองข้าง ด้านหนึ่งเรียก World’s Best Protestors และอีกข้างหนึ่งคือ World’s Worst Democrats
แปลโดยรวมคือ “ผู้ประท้วง” ที่ดีก็มี และ “นักประชาธิปไตย” ที่แย่ก็ไม่น้อย Continue reading “Arab Spring และ ประชาธิปไตย แบบไทยๆ” »