วิธีใช้ Fable 5 แบบประหยัด Token
โพสต์ใน X ของ ClaudeDevs ที่พูดถึง pattern การใช้ Fable 5 แบบประหยัด token ผมรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เพราะมันแตะปัญหาที่คนทำ AI agent เจอกันจริงๆ คือถ้าเราใช้โมเดลฉลาดสุดทำทุกอย่าง ทั้งคิด อ่านไฟล์ อ่านเว็บ เรียก tool แก้โค้ด รัน test และสรุปผล จะใช้โทเค็นเยอะมาก (ต้นทุนสูงมาก) ทั้งที่หลาย step ไม่ได้ต้องใช้ความฉลาดระดับสูงตลอดเวลา
แนวคิดที่ Anthropic ยกมาคือ ให้ Sonnet 5 เป็น executor ทำงานหลักใน loop ปกติ แล้วให้ Fable 5 เป็น advisor ที่ถูกเรียกเฉพาะตอนต้องใช้ judgment สูง เช่น วางแผน ตัดสินใจ architecture แก้ทางเมื่อเริ่มหลุด หรือ review ก่อนจบงาน ผมว่ามันเป็น pattern ที่ practical มาก เพราะมันไม่ได้พยายามลดคุณภาพด้วยการใช้โมเดลเล็กอย่างเดียว แต่ใช้โมเดลฉลาดให้ถูกจังหวะมากกว่า
Continue reading “วิธีใช้ Fable 5 แบบประหยัด Token”Harness Design: ทำ AI Agent ให้ทำงานยาวๆ ได้โดยไม่ต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลา
ไปเจอบทความของ Anthropic เรื่อง Harness design for long-running application development แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เพราะเขาพูดถึงการออกแบบ harness สำหรับให้ AI Agent ทำงานยาวๆ จนได้ของออกมา โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา
เรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่ผมเองก็กำลังทดลองและพัฒนาอยู่เหมือนกัน โจทย์คือจะทำยังไงให้ Agent ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยตอบคำถาม หรือช่วยเขียนโค้ดเป็นรอบๆ แต่สามารถรับโจทย์ยาวๆ วางแผน ทำงาน ตรวจงาน ส่งต่องาน และค่อยๆ ปรับปรุงผลลัพธ์ได้เองมากขึ้น (ยุคนี้เรียกว่า Loop Engineering)
ผมเลยอยากเอาบทความนี้มาเล่าในมุมที่นำไปต่อยอดได้จริง โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังสนใจเรื่อง AI Agent, coding agent, workflow automation หรือระบบที่ให้ AI ทำงานต่อเนื่องแทนการ prompt ทีละครั้ง
Continue reading “Harness Design: ทำ AI Agent ให้ทำงานยาวๆ ได้โดยไม่ต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลา”I put my heart and soul into my work, and I have lost my mind in the process.
ผมไปเจอประโยคหนึ่งที่สะดุดใจมากของ Vincent van Gogh ที่กล่าวไว้ว่า “I put my heart and soul into my work, and I have lost my mind in the process.” ซึ่งผมพอจะแปลเองไวๆ ได้ว่า “ฉันได้ถ่ายทอดจิตใจและจิตวิญญาณให้แก่งานของฉัน, และฉันก็ได้สูญเสียจิตใจ(จริงๆผมอยากแปลว่า ความเป็นตัวตน)ของฉันไป” แต่ก็คิดว่า ตัวเองอาจจะแปลผิดหรือแปลแบบไม่เข้าใจ เลยช่วยให้ ChatGPT, Claude, และ Gemini แปลให้ ซึ่งก็ได้มุมมองกันคนละแบบ
ผมถามทั้งสามด้วย prompt ที่ว่า
“I put my heart and soul into my work, and I have lost my mind in the process.” Vincent van Gogh
Continue reading “I put my heart and soul into my work, and I have lost my mind in the process.”
หมายถึงอะไร มีอารมณ์อะไรซ่อนอยู่ในนั้น
ขออวยยศให้ Claude Code ในการเขียนโค้ด อีกสักครั้ง
ขออวยยศให้ Claude Code อีกสักที, ลองสร้างแอพง่ายๆ กับสร้าง sample data (ที่ก็สั่งมันสร้างเช่นกัน) ที่ดึงข้อมูลอสังหาย่านต่างๆในกรุงเทพมาแปะ Google Map และทำตัว Filter
ไม่ได้อวยที่เขียนแอพง่ายได้ แต่อวยเพราะ มันสามารถเข้าใจความต้องการใน context ที่เรากำลังทำงานอยู่ ตั้งแต่ ตอนไปเขียนโค้ด ก็ขึ้น auto complete ในสิ่งที่เกี่ยวข้องให้ เช่น อยากเติมประเภทอสังหาฯ ก็ขึ้นมาเลย ทั้งบ้าน คอนโด ฯลฯ, หรือ generate code/data ก็สร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ เช่น บอกขอ sample ข้อมูลอสังหาย่านสุขุมวิท มันก็ไปดึงจากไหนไม่รู้ที่เป็นของจริงมาเลย (lat/long เพี้ยนนิด แต่ก็ area ถูก)
Continue reading “ขออวยยศให้ Claude Code ในการเขียนโค้ด อีกสักครั้ง”ลอง Vibe Coding ด้วย Claude Code
เพิ่งจะได้ลอง Vibe Coding ผ่าน Claude Code แรกๆ แอบเสียเวลางมนิดหน่อยกว่าจะเข้าที่เข้าทาง เพื่อเขียน Hello Word ด้วย NodeJS และมี Unit Test ที่ Coverage 100% และให้ไป Pack, Deploy บน Google Cloud Run Function
พบว่าสิ่งที่มันเมพ คือ พอมันรู้โค้ดและรู้ว่าเออเรามี Git, Unit Test, GCloud, มันทำงานให้ได้ตั้งแต่ Initial Project ไปจน Coding, Commit Code, Write Test, Testing, Generate Coverage Result, Deploy, Test on Production จบเลย เสมือนมี Dev + Tester + DevOps ในตัว
แล้วพอสั่งแก้ไขโค้ด มันก็ทำ step เดียวกันนี่แหละซ้ำอีกรอบให้โดยที่รู้ว่า เมื่อโค้ดเปลี่ยนแล้ว ตัว Test และ Expect Result ก็ต้องเปลี่ยนไปด้วยอัตโนมัติ โอ้ ดีงาม
ปล. ก่อนหน้าเคยลองทำ Swift App ผ่าน ChatGPT ด้วยการถามตอบๆในแชต แอบงี่เง่า และชอบเจนโค้ดให้ใหม่ ยิ่งสั่งยิ่งเละ จากที่เคยทำงานได้ กลายเป็นพัง ฮ่าๆ
Continue reading “ลอง Vibe Coding ด้วย Claude Code”