AI Agent

Working Agreement กับ AI: กติกาเล็กๆ ที่ทำให้ Coding Agent ไม่หลุดทาง

ผมใช้ AI มาพักใหญ่ๆ แล้วเริ่มรู้สึกว่ามีเรื่องหนึ่งที่ตอนแรกดูเหมือนเล็ก แต่พอใช้งานจริงไปเรื่อยๆ กลับสำคัญมาก คือการมี Working Agreement กับ AI หรือข้อตกลงวิธีทำงานร่วมกันระหว่างเรากับ AI

ช่วงแรกๆ ผมก็สั่งเป็นรอบๆ ไปเหมือนกันครับ วันนี้ให้ช่วยแก้ bug พรุ่งนี้ให้ช่วย refactor อีกวันให้ช่วยเขียน test แต่พอใช้ไปนานๆ จะเริ่มเห็น pattern ว่า หลายเรื่องเราสั่งซ้ำๆ อยู่ตลอด เช่น ก่อน push ต้อง test ก่อน, ถ้าตกลง plan แล้วให้ create task เป็น issue, ห้าม merge dev เอง ต้องขอ approve ก่อน

จนวันหนึ่งผมสังเกตน้องในทีมใช้งาน AI แล้วไม่ได้คุยเรื่องข้อตกลงกันก่อน ผลคือ AI ทำบ้างไม่ทำบ้าง บางรอบจำได้ บางรอบลืม พอปิด session ก็เหมือนต้องเริ่มใหม่ ทั้งที่ขั้นตอนส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิมๆ นั่นแหละครับ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นงานเขียนร่วมกันระหว่างผมกับ AI agent โดยอิงจากประสบการณ์ใช้งานจริงของผมเอง ส่วนข้อมูลเชิงอ้างอิงนำมาประกอบจากเอกสารและแหล่งที่มาที่ลิงก์ไว้ท้ายบทความ

Continue reading “Working Agreement กับ AI: กติกาเล็กๆ ที่ทำให้ Coding Agent ไม่หลุดทาง”

Open Knowledge Format ฟอร์แมตกลางของ Knowledge/Dataset สำหรับ AI จาก Google Cloud

ช่วงนี้ผมสนใจเรื่อง knowledge base สำหรับ AI agent มากขึ้น อาจจะต้องใช้ในเรื่องส่วนตัว และใช้เอาไปทำงานด้วย โดยเฉพาะปัญหาที่เอามาคิดว่า ถ้าองค์กรมีข้อมูล business condition, schema, document, changelog และเอกสารกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด เราจะทำให้ AI เข้าใจ context เหล่านี้ได้อย่างไร

หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือ Open Knowledge Format หรือ OKF จาก Google Cloud ที่เพิ่งเผยแพร่เป็นบทความเมื่อ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมานี่เองครับ ซึ่งผมมองว่าแก่นของมันไม่ใช่การสร้าง LLM Wiki ตัวใหม่ แบบของ Karpathy แต่คือการเสนอ ฟอร์แมตกลางสำหรับชุด knowledge/context ให้ AI, agent, data catalog และเครื่องมืออื่นๆ อ่านร่วมกันได้

Continue reading “Open Knowledge Format ฟอร์แมตกลางของ Knowledge/Dataset สำหรับ AI จาก Google Cloud”

วิธีใช้ Fable 5 แบบประหยัด Token

โพสต์ใน X ของ ClaudeDevs ที่พูดถึง pattern การใช้ Fable 5 แบบประหยัด token ผมรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เพราะมันแตะปัญหาที่คนทำ AI agent เจอกันจริงๆ คือถ้าเราใช้โมเดลฉลาดสุดทำทุกอย่าง ทั้งคิด อ่านไฟล์ อ่านเว็บ เรียก tool แก้โค้ด รัน test และสรุปผล จะใช้โทเค็นเยอะมาก (ต้นทุนสูงมาก) ทั้งที่หลาย step ไม่ได้ต้องใช้ความฉลาดระดับสูงตลอดเวลา

แนวคิดที่ Anthropic ยกมาคือ ให้ Sonnet 5 เป็น executor ทำงานหลักใน loop ปกติ แล้วให้ Fable 5 เป็น advisor ที่ถูกเรียกเฉพาะตอนต้องใช้ judgment สูง เช่น วางแผน ตัดสินใจ architecture แก้ทางเมื่อเริ่มหลุด หรือ review ก่อนจบงาน ผมว่ามันเป็น pattern ที่ practical มาก เพราะมันไม่ได้พยายามลดคุณภาพด้วยการใช้โมเดลเล็กอย่างเดียว แต่ใช้โมเดลฉลาดให้ถูกจังหวะมากกว่า

Continue reading “วิธีใช้ Fable 5 แบบประหยัด Token”
AI agent harness design with planner, generator, evaluator, context reset and structured handoff workflow

Harness Design: ทำ AI Agent ให้ทำงานยาวๆ ได้โดยไม่ต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลา

ไปเจอบทความของ Anthropic เรื่อง Harness design for long-running application development แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เพราะเขาพูดถึงการออกแบบ harness สำหรับให้ AI Agent ทำงานยาวๆ จนได้ของออกมา โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา

เรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่ผมเองก็กำลังทดลองและพัฒนาอยู่เหมือนกัน โจทย์คือจะทำยังไงให้ Agent ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยตอบคำถาม หรือช่วยเขียนโค้ดเป็นรอบๆ แต่สามารถรับโจทย์ยาวๆ วางแผน ทำงาน ตรวจงาน ส่งต่องาน และค่อยๆ ปรับปรุงผลลัพธ์ได้เองมากขึ้น (ยุคนี้เรียกว่า Loop Engineering)

ผมเลยอยากเอาบทความนี้มาเล่าในมุมที่นำไปต่อยอดได้จริง โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังสนใจเรื่อง AI Agent, coding agent, workflow automation หรือระบบที่ให้ AI ทำงานต่อเนื่องแทนการ prompt ทีละครั้ง

Continue reading “Harness Design: ทำ AI Agent ให้ทำงานยาวๆ ได้โดยไม่ต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลา”