เพิ่งตื่นเต้นกับการเข้าเลข 4 ได้แป๊บเดียวเอง ตอนนี้ บวกมาอีก 1 แล้ว
นอกจากเรื่องภาษี และเอไอแล้ว ก็คงมีอายุนี่แหละที่ปุบปับวนมาบรรจบอีกครั้ง ไวมากๆ
ตอนนี้มีเวลาทำงาน หารายได้ เก็บเงินอีกแค่ 19 ปี เอง หลังจากนั้นจะอย่างไรต่อก็ไม่รูุ้
ถ้ากลับบ้านแค่ปีละหน ก็จะเจอแม่กับญาติๆ อีกไม่ถึง 40 ครั้ง ถ้าเราอยู่ได้แค่ 80 และเขายังแข็งแรงกันดี
ถ้าตามมาตรฐานแมวทั่วไป ก็จะได้อยู่กับมิลินท์ อีกแค่ 10 ปีเอง ก็ต้องจากลากันแล้ว
ส่วนหนำเลี๊ยบ ตอนนี้ก็เกินมาตรฐานหมาทั่วไปแล้ว ก็คงได้เจอกันอีกไม่กี่ครั้ง
“กาลเวลา ย่อมกลืนกินสรรพสัตว์ทั้งหลาย พร้อมกันไปกับตัวมันเอง”
พุทธพจน์ที่คอยเตือนใจ ว่าหลายสิ่งมา และหลายสิ่งก็ต้องจากไป
จริงๆ ก็เริ่มมองเห็นความเสื่อมถอยของตัวเองและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
บางอย่างก็เริ่มรับได้ ทำใจได้ แต่หลายอย่างก็ยังดื้ออยู่ ยังอยากฝืนตามที่ใจปราถนา
ไม่อยากปล่อยให้ตัวเองร่วงไปตามกาลเวลา เหมือนที่เคยคุยกับตัวเองไว้หลายปีก่อนว่า
“ยิ่งแก่ อยากจะยิ่งแข็งแรง..” แล้วก็เลยวิ่งเทรล เดินป่า เป็นบ้าเป็นหลัง
คนรอบตัวก็พยายามจะกระชากจาก comfort zone ให้กลับไปอยู่เนืองๆ
“เออ.. รอแป๊บ ยังไม่หมดไฟ หมดฝัน แค่ตอนนี้มันอ้วนแล้วขี้เกียจขยับ”
จริงๆ อยากเขียนเล่าให้เป็นเรื่องเป็นราวของสิ่งที่พบเจอช่วงไปเนปาลที่ผ่านมา
เกือบทุกวัน ได้มีโอกาสอยู่กับตัวเองด้วยจิตสงบอยู่หลายครั้ง
เป็นเพราะหายใจไม่ออก ไม่พอใจกับการดำรงอยู่กับตนเอง และไม่พอใจกับการอยู่ตรงนั้น
ไม่ใช่เพราะมันอยู่ลำบาก แต่เป็นอารมณ์ที่มันปะทุขึ้นมาตอนตี 4 สะดุ้งตื่น.. “กรูอยากออกไปจากที่ตรงนี้ เดี๋ยวนี้”
เป็นความอึดอัดที่เหมือนถูกขังไว้ในห้องสี่เหลี่ยม กับภูเขา กับอากาศหนาวเหน็บติดลบร่วมสิบองศา
แต่ก็ยังไม่ทรมานเท่า ความอึดอัดที่เหมือนถูกขังให้จมน้ำอยู่ในร่างกายตนเอง แล้วไม่สามารถโผล่หัวออกมาได้
แต่อีกไม่กี่นาที ก็ได้สติว่า เราไม่สามารถเอาตัวเองออกจากตัวเอง และไม่สามารถเอาออกจากสถานที่ตรงนั้นได้
สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดแต่ความคิดชั่ววูบ เช่นนั้นก็ปรับที่ความคิด ด้วยการทำสมาธิอยู่พักใหญ่
แล้วมันก็หายไป…
จากนั้นก็อยู่กับตัวเองไม่ได้อีกหลายวัน
ต้องคอยฟังเพลงขณะเดิน ต้องดูลมหายใจตัวเองก่อนนอน
และทริปนั้นก็เริ่มไม่ค่อยโอเค ทั้งใจ และกาย..
นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ผมไม่เคยไป ไม่ใช่ความสูงที่ผมไม่เคยสัมผัส
และไม่ใช่กิจกรรมที่มีใครบังคับให้ผมต้องไปทำ
แต่เป็นสิ่งที่ผมรัก และก็ยังรักอยู่
แต่เมื่อเวลามันผ่านไป ก็เกิดอะไรขึ้นอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็น
มันกลายเป็นสิ่งที่จดจำระดับ trigger ของชีวิต ก่อนถึงวันเกิดแค่ไม่กี่วัน
ตอกย้ำความเชื่อผมที่ว่า คนเราเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และไม่ได้เป็นขาขึ้นเสมอ
มีชอบ ก็มีเกลียด
มีเต็มใจ ก็มีฝืน
มีรุ่งเรื่อง ก็มีเสื่อมถอย
มีแข็งแรง ย่อมมีอ่อนแอ
แต่ถึงกระนั้นอย่างที่เกริ่นไปตอนต้น
ตราบใดยังไม่หมดไฟ ก็ยังจะพยายามให้มันเป็นกราฟขาขึ้นอยู่
ยังคงมีฝันที่อยากแตะความสูง 6,000ม หรือแตะเทรลระยะทาง 100ไมล์
แต่รอก่อนนะ กราฟมันตกแป๊บนึง ขอถอยหลังตั้งหลักสักสองสามก้าว ไปจัดระเบียบชีวิตก่อน
เริ่มต้นใหม่ที่ 41
9 พค 2569
นั่งเขียนสลับเล่นกับมิลินท์เพราะคอยเรียกอยู่ตลอด..
