ภูกระดึง (Phu Kradueng) — ครั้งหนึ่งในชีวิต พิชิตโค้งสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาล 2569

ภูกระดึง… ครั้งหนึ่งในชีวิต! ชวนเพื่อนไปพิชิตโค้งสุดท้ายก่อนปิดภู 🧗‍♀️🌲

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวที่ต้องไปให้ได้สักครั้งก่อนตาย ชื่อของ “ภูกระดึง” ต้องติดท็อปไฟว์แน่นอนค่ะ! ยิ่งช่วงเดือนพฤษภาคมแบบนี้ คือ “โค้งสุดท้าย” ของฤดูกาลแล้วนะ เพราะทางอุทยานจะปิดพักฟื้นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป ใครที่ยังลังเลอยู่ ต้องรีบตัดสินใจเลยค่ะ บรรยากาศช่วงรอยต่อหน้าร้อนไปหน้าฝนแบบนี้ ป่ากำลังเริ่มเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีเขียวชอุ่ม มีกลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่สดชื่นมากๆ แถมยังมีลุ้นเจอทะเลหมอกสวยๆ ในตอนเช้าอีกด้วยนะ ☁️✨

1. เตรียมตัวยังไงดี? ร่างกายต้องพร้อมแค่ไหน

บอกเลยว่าภูกระดึงไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ ระยะทางเดินขึ้นเขา 5.5 กม. ซึ่งเป็นทางชันสลับกับทางราบเป็นช่วงๆ แถมเมื่อถึง “หลังแป” แล้ว ยังต้องเดินบนทางราบต่ออีกประมาณ 3.5 กม. เพื่อไปยังศูนย์บริการวังกวาง รวมๆ แล้ววันแรกเราต้องเดินเกือบ 10 กม. เลยค่ะ! ดังนั้นใครที่ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำให้ซ้อมเดินหรือสควอทบริหารขามาล่วงหน้าสัก 1-2 อาทิตย์ จะช่วยให้เดินสนุกขึ้นและลดอาการปวดเมื่อยได้เยอะมาก ที่สำคัญอย่าลืมจองคิวผ่านแอป QueQ มาล่วงหน้าด้วยนะคะ เพราะอุทยานจำกัดจำนวนคนต่อวันค่ะ

2. การเดินทางฉบับคนไม่มีรถส่วนตัว เดินทางง่ายมาก

นั่งรถทัวร์จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 สายกรุงเทพฯ-เลย หรือกรุงเทพฯ-เชียงคาน มาลงที่จุดจอด “ผานกเค้า” (ร้านเจ๊กิม) ได้เลยค่ะ แนะนำให้เลือกรอบรถประมาณ 20.00-22.00 น. จะได้มาถึงผานกเค้าในช่วงเช้ามืดพอดี ที่ร้านเจ๊กิมจะมีที่ให้อาบน้ำ ล้างหน้า และทานข้าวเช้าเตรียมตัวค่ะ จากนั้นก็นั่งรถสองแถวสีแดงที่จอดรออยู่เพื่อเข้าสู่อุทยานฯ ได้เลย ค่ารถคนละประมาณ 30-50 บาท ถ้าคนเต็มรถพอดี สะดวกและประหยัดมากๆ ค่ะ

3. ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ เตรียมงบเท่าไหร่ดี?

งบประมาณสำหรับการไปเที่ยวภูกระดึง 3 วัน 2 คืน จะอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 4,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเรากินเก่งแค่ไหนและจ้างลูกหาบเยอะไหมค่ะ มาดูรายละเอียดคร่าวๆ กัน

รายการค่าใช้จ่าย ราคาประมาณ (บาท)
ค่ารถทัวร์ไป-กลับ (กทม.-ผานกเค้า) 1,000 – 1,400
ค่าเข้าอุทยาน (คนไทย) 40
ค่าเช่าเต็นท์อุทยาน (ต่อคืน/หลัง) 200
ค่าเช่าเครื่องนอน (ถุงนอน, แผ่นรองนอน, หมอน) 60 / ชุด / คืน
ค่าลูกหาบ (กิโลกรัมละ) 30
ค่าอาหารเฉลี่ยต่อมื้อ 60 – 150

4. ไฮไลท์ที่ห้ามพลาด: พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก

นี่คือแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งที่ทุกคนต้องไปให้ได้! ผาหล่มสักมีลักษณะเป็นชะง่อนผายื่นออกไป พร้อมกับต้นสนคู่ใจที่เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบที่สุด การรอชมพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าที่นี่เป็นภาพที่สะกดสายตามากค่ะ แต่ขอย้ำอีกนิดนะคะว่าผาหล่มสักอยู่ห่างจากที่พักวังกวางถึง 9 กม. ดังนั้นขากลับเราต้องเดินท่ามกลางความมืดเป็นระยะทางไกล อย่าลืมพกไฟฉายที่สว่างๆ และเดินกลับพร้อมๆ กับนักท่องเที่ยวคนอื่นเพื่อความปลอดภัยนะคะ

5. สัมผัสทะเลหมอกและแสงแรกที่ผานกแอ่น

ใครอยากเห็นทะเลหมอกหนาๆ ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเลยค่ะ เพื่อเดินเท้าจากที่พักไปประมาณ 2 กม. รอดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีความชื้นสะสมจากฝนที่เริ่มตกบ้างแล้ว จะมีโอกาสลุ้นเจอทะเลหมอกที่เป็นปุยขาวโพลนปกคลุมผืนป่าด้านล่างได้มากกว่าช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้งเสียอีกค่ะ เป็นภาพที่ให้พลังใจดีมากๆ ในการเริ่มต้นวันใหม่

6. เส้นทางสายน้ำตกและใบเมเปิ้ล (ที่ยังเขียว)

เส้นทางน้ำตกบนภูกระดึงประกอบด้วยน้ำตกวังกวาง, น้ำตกเพ็ญพบ, น้ำตกโผนพบ และน้ำตกถ้ำใหญ่ แม้ว่าช่วงพฤษภาคมใบเมเปิ้ลจะไม่ได้เป็นสีแดงเหมือนช่วงปลายปี แต่มอสที่เกาะตามโขดหินและต้นไม้รอบๆ น้ำตกกำลังเริ่มเขียวขจีสดใสสุดๆ เดินแล้วรู้สึกเย็นสบายใจมากค่ะ แถมช่วงนี้คนไม่พลุกพล่านเหมือนไฮซีซั่น ทำให้เราได้อยู่กับธรรมชาติจริงๆ ได้ยินเสียงนก เสียงน้ำไหลชัดเจนเลย

7. วัฒนธรรมลูกหาบ… ฮีโร่ของภูกระดึง

สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของภูกระดึงคือ “ลูกหาบ” ค่ะ พี่ๆ ลูกหาบจะช่วยแบกสัมภาระหนักๆ ของเราขึ้นไปส่งบนยอดภูด้วยความเชี่ยวชาญ การจ้างลูกหาบนอกจากจะช่วยให้เราเดินตัวเบาเที่ยวสนุกแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนรายได้ให้คนในพื้นที่ด้วยนะคะ แนะนำว่าสัมภาระหนักๆ เช่น เต็นท์ส่วนตัวหรือกระเป๋าใบใหญ่ ให้พี่ๆ เขาช่วยจัดการเถอะค่ะ แล้วเราจะขอบคุณตัวเองตอนที่กำลังเดินขึ้นชันๆ ที่ซำแฮกแน่นอน

8. เรื่องกินเรื่องใหญ่! หมูกระทะและส้มตำบนยอดภู

ไม่ต้องกลัวหิวเลยค่ะ เพราะบนภูกระดึงมีร้านอาหารเยอะพอสมควร และเมนูที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ “หมูกระทะ” ค่ะ ยิ่งตอนเย็นที่อากาศบนภูเริ่มเย็นลง (พฤษภาคมบนยอดภูก็ยังเย็นอยู่นะคะ ประมาณ 18-22 องศา) การได้นั่งล้อมวงกินหมูกระทะร้อนๆ กับแก๊งเพื่อนคือฟินระดับสิบ! นอกจากนี้ยังมีส้มตำ ไก่ย่าง และน้ำหวานต่างๆ ไว้คอยเติมพลังให้นักเดินป่าตลอดเส้นทางเลยค่ะ

9. สรุปความประทับใจและสิ่งที่ต้องระวัง

ภูกระดึงเป็นที่ที่เราจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและเพื่อนฝูงแบบไม่ต้องรีบร้อน ได้คุยกันมากขึ้น ได้ช่วยเหลือกันตลอดทาง ใครที่ยังไม่เคยมา หรืออยากกลับมาซ้ำ พฤษภาคมนี้คือโอกาสสุดท้ายก่อนที่ธรรมชาติจะปิดประตูเพื่อพักผ่อน 4 เดือนเต็มๆ นะคะ อย่าลืมเตรียมเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้ด้วย เพราะฝนอาจจะทักทายได้ตลอดเวลา และที่สำคัญคือ “ขยะ” อย่าทิ้งไว้บนภูนะคะ ช่วยกันนำกลับลงมาทิ้งด้านล่างเพื่อรักษาภูกระดึงของเราให้สวยงามตลอดไปค่ะ 🎒🏔️

📸 ขอบคุณรูปภาพสวยๆ จากคุณ LarcScape ผ่าน Trip.com

🔗 อ่านเพิ่มเติมที่นี่

5 เทคนิคการจัดเป้แบบมือโปร: กระจายน้ำหนักให้สมดุลเพื่อการเดินป่าที่เหนื่อยน้อยลง

Prev
Comments
Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *