ผมมีโอกาสไปน้ำตกห้วยน้ำเย็นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ น้ำตกสวยมากครับ สวยแบบที่พอไปยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ความเหนื่อยระหว่างทางหายไปเกือบหมด

แต่พอกลับมา สิ่งที่ผมนึกถึงบ่อยกว่าน้ำตก กลับเป็นเรื่องของคุณลุงคนหนึ่งที่ผมไม่ได้รู้จักมาก่อน

คุณลุงชื่อ พึลึ ครับ

ระหว่างเดินทาง ไกด์เล่าให้ผมฟังว่า ทางที่พวกเรากำลังเดินอยู่นี้ คุณลุงพึลึใช้เวลาบุกเบิกเกือบ 10 ปี เพื่อให้คนข้างนอกสามารถเข้าไปเห็นน้ำตกห้วยน้ำเย็นได้

ตอนฟังครั้งแรก ผมก็คิดแค่ว่า โห.. สิบปีเลยเหรอ เก่งและอดทนมาก แต่ยังไม่ได้เข้าใจว่า ทำไมคนคนหนึ่งถึงยอมเอาเวลาตั้งสิบปีของชีวิต ไปทำทางในป่าให้คนที่แกไม่รู้จักเดิน

ตอนที่ผมไป ผมมีโอกาสคุยกับไกด์และคนที่ดูแลโฮมสเตย์ จึงได้เห็นว่า การเดินทางมาน้ำตกแห่งนี้ไม่ได้ทำให้มีรายได้เฉพาะคนเก็บค่าเข้า แต่มันกระจายไปถึงคนหลายกลุ่มทั้งในหมู่บ้านแม่โขง บ้านนาเกียน และรอบข้าง

ทางหมู่บ้านกำหนดว่า นักท่องเที่ยว 10 คนต้องมีไกด์ท้องถิ่น 1 คน ตอนที่ผมไป ค่าไกด์อยู่ที่ 350 บาทต่อวัน ใครอยากให้ทิปเพิ่มก็แล้วแต่ความพอใจ และไกด์ไม่ได้แย่งกันรับลูกค้าครับ เขาจัดคิวเรียงกัน ใครถึงคิวก็ได้พานักท่องเที่ยวเข้าไป

ผมชอบวิธีจัดการนะ อย่างน้อยรายได้ก็ไม่ได้กระจุกอยู่กับคนที่เก่ง หรือหาลูกค้ามากที่สุด แต่คนในหมู่บ้านมีโอกาสได้งานหมุนเวียนกันไป

ส่วนคนทำโฮมสเตย์ก็มีรายได้จากค่าที่พัก และต้องจัดรถไปรับนักท่องเที่ยวจากตัวอำเภออมก๋อยเข้ามาที่หมู่บ้านด้วย บางบ้านอาจแบ่งงานกันในครอบครัว คนหนึ่งดูแลโฮมสเตย์ อีกคนขับรถ อีกคนไปเป็นไกด์

ร้านค้าในตัวอมก๋อยกับบ้านแม่โขง นาเกียน ก็ขายของได้มากขึ้น กลุ่มผมเองซื้อทั้งน้ำ อาหาร และขนมกันพอสมควร เงินที่นักท่องเที่ยวหนึ่งกลุ่มใช้ จึงค่อยๆ แบ่งไปถึงหลายบ้านโดยที่เราอาจไม่ได้ทันสังเกต

ผมฟังไกด์เล่าเรื่องเหล่านี้แล้วก็รู้สึกว่า ระบบมันถูกคิดมาให้ชุมชนมีส่วนร่วมจริงๆ และทั้งหมดนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีใครสักคนเริ่มทำทางเข้าไปหาน้ำตกตั้งแต่แรก

หลังกลับจากทริป ผมลองไปหาข้อมูลต่อ ดูคลิปรีวิวหลายๆ คลิป รวมถึงคลิปของ Pigkaploy ที่ได้เข้าไปพูดคุยกับคุณลุงพึลึ แล้วเรื่องที่ไกด์เล่าระหว่างทางก็เริ่มชัดขึ้น

คุณลุงอยู่ในป่ามาราว 40 ปี ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว เมื่อก่อนแกเลี้ยงแพะไว้ขาย แต่พอเลี้ยงไปนานๆ แพะกลายเป็นเพื่อน แกจึงไม่อยากขายแล้ว เปลี่ยนมาเลี้ยงไว้และเอามูลแพะไปทำปุ๋ย ปลูกต้นไม้ ทำเกษตรของแกต่อไป

เรื่องนี้อาจฟังดูไม่เกี่ยวกับน้ำตก แต่สำหรับผม มันทำให้เห็นนิสัยของคุณลุงชัดขึ้น แกเป็นคนที่อยู่กับอะไรนานๆ แล้วเกิดความผูกพัน ไม่ได้มองทุกสิ่งรอบตัวว่าต้องเปลี่ยนเป็นเงินเสมอไป

น้ำตกห้วยน้ำเย็นก็คงเหมือนกัน

คุณลุงเห็นว่าน้ำตกที่อื่นสวย ที่นี่ก็สวยไม่แพ้กัน แกจึงอยากให้คนอื่นได้มีโอกาสเข้ามาเห็นในแบบที่แกเห็น อยากให้คนไทยรู้จัก และอยากให้ชาวต่างชาติได้มาเห็นว่า ในอำเภออมก๋อยมีน้ำตกแบบนี้อยู่

แล้วมีประโยคหนึ่งที่ผมฟังแล้วรู้สึกจุกอยู่ในใจ

“น้ำตกแห่งนี้ไม่ใช่ของผม แต่เป็นน้ำตกของคนไทยทุกคน”

ผมลองนึกดูนะครับ ถ้าเราใช้แรงตัวเองทำอะไรสักอย่างอยู่เกือบสิบปี เราอาจคิดว่านี่คือผลงานของเรา พื้นที่ของเรา และรายได้ก็ควรเป็นของเรามากที่สุด

แต่คุณลุงกลับคิดคนละแบบ

แกไม่ได้อยากเก็บน้ำตกไว้ดูคนเดียว ไม่ได้ทำทางเพื่อให้ตัวเองเป็นเจ้าของ และไม่ได้คิดเพียงว่าตัวเองจะมีรายได้เท่าไร แกคิดถึงคนในหมู่บ้าน และคิดไกลไปถึงคนทั้งอำเภออมก๋อยว่า ถ้ามีนักท่องเที่ยวเข้ามา ทุกคนน่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น

ค่าเข้าที่นักท่องเที่ยวจ่าย มีบางส่วนส่งต่อถึงคุณลุง จากข้อมูลที่ผมได้มา แกนำเงินบางส่วนกลับไปปรับปรุงทาง ทำห้องน้ำ ทำที่นั่งและพื้นที่พักให้นักท่องเที่ยว

ซึ่งในคลิปของพลอยคือ 11 เดือนก่อนจากวันที่ผมไป (22 สิงหาคม 2569) ตอนนี้มีห้องน้ำ ลานพักตรงบ้านลุง ลานตรงน้ำตก สะพานบนน้ำตก มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เงินที่ได้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่แก แต่วนกลับไปดูแลทาง เพื่อให้คนกลุ่มต่อไปเดินเข้ามาได้สะดวกขึ้น แล้วนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นก็ไปจ้างไกด์ พักโฮมสเตย์ ใช้รถของคนในหมู่บ้าน และซื้อของจากร้านค้าอีกต่อหนึ่ง

สิ่งที่ผมเห็นด้วยตาตัวเองในทริป กับสิ่งที่ได้ฟังจากไกด์และจากบทสัมภาษณ์ มันค่อยๆ ต่อกันเป็นภาพเดียว

ทางเส้นหนึ่งที่คนคนเดียวเริ่มทำ กลายเป็นทางที่พารายได้เข้าไปหาคนอีกหลายครอบครัว

พอคิดถึงตรงนี้ ตัวเลข 10 ปีจึงไม่ได้บอกเพียงว่าแกอึดแค่ไหน แต่มันคือเวลา 10 ปีที่คนคนหนึ่งทำบางอย่าง โดยหวังว่าคนอื่นจะได้ประโยชน์จากมันในวันที่ทางเสร็จ

เราอาจเดินผ่านทางเส้นนั้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ่ายรูปน้ำตก แล้วเดินกลับออกมา แต่ทุกก้าวที่เราเดิน มันอยู่บนงานที่คุณลุงทำซ้ำๆ มาหลายปี ก่อนที่พวกเราจะรู้จักชื่อน้ำตกห้วยน้ำเย็นเสียอีก

ผมไปอมก๋อยเพราะอยากเห็นน้ำตกครับ แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ทริปนี้อยู่ในความทรงจำกลับเป็นเรื่องของคน มากกว่าความสูงของหน้าผาหรือความสวยของสายน้ำ

มันคือเรื่องของชายสูงวัยคนหนึ่งที่อยู่กลางป่ามาหลายสิบปี เลี้ยงแพะไว้เป็นเพื่อน ใช้มูลแพะทำปุ๋ย และใช้เวลาสิบปีเปิดทางให้คนที่ไม่เคยรู้จักกัน ได้เข้ามาเห็นสิ่งสวยงามที่แกเคยเห็นอยู่คนเดียว

ผมไม่รู้ว่าระหว่างสิบปีนั้น คุณลุงเคยท้อกี่ครั้ง หรือเคยคิดจะเลิกทำไหม ผมรู้เพียงว่า วันนี้ทางเส้นนั้นมีคนเดินจริง ไกด์มีงาน โฮมสเตย์มีแขก รถในหมู่บ้านมีคนใช้ ร้านค้าขายของได้ และชื่อของน้ำตกห้วยน้ำเย็นเริ่มเดินทางออกจากป่าไปถึงคนข้างนอก

ทั้งหมดเริ่มจากความคิดง่ายๆ ของคุณลุงว่า ของสวยๆ แบบนี้ ไม่ควรมีแกได้เห็นอยู่คนเดียว..

ผมชื่นชมและนับถือหัวใจคุณลุงมากครับ

ขอบคุณที่ทำทางเส้นนี้ขึ้นมา และขอบคุณที่ไม่ได้คิดเพียงว่าปลายทางจะมีอะไรเหลือให้ตัวเอง แต่คิดว่า ระหว่างทางจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนทั้งหมู่บ้านบ้าง

น้ำตกห้วยน้ำเย็นสวยจริงครับ แต่สำหรับผม คนที่ทำให้พวกเราได้เข้าไปเห็นน้ำตก งดงามไม่แพ้กันเลย..

ข้อมูลเพิ่มเติม

Published by iFew

ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ชื่นชอบหลายเรื่องที่ไม่น่าจะไปกันได้ ทำงานไอที แต่ชอบท่องโลกกว้าง รักประวัติศาสตร์ แต่ก็สนใจเทคโนโลยี ชอบสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง และไปป้ายยาคนอื่นต่อ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Exit mobile version