ทำอย่างไร ให้นอนหลับมีประสิทธิภาพ?

ก่อนจะมานั่งคิดกับตัวเองแบบนี้ และจรดมือพิมพ์บล็อก ต้องบอกว่าผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่เล่ากันมาว่าต้องนอน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน สักเท่าไร ผมเลยจะไม่พูดถึงประเด็นว่ามันต้องนอนเยอะๆ แล้วจะดี และที่สังเกตตัวเอง บางวันนอนน้อยก็สดชื่น บางวันนอนเยอะก็ไม่ได้หายง่วง แปลว่ามันต้องมีอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่ปัจจัยเรื่องเวลา.. (ยกเว้นว่าป่วย เพลียจัด ออกกำลังกาย อันนั้นก็อีกเรื่องนะครับ) ไม่รู้คนอื่นๆจะเป็นเหมือนผมไหม ทุกวันนี้ที่นอนเยอะเพราะความกลัว .. กลัวตาย กลัวง่วงตอนทำงาน กลัวได้นอนน้อย หรือแม้แต่จะตื่นเช้าไปซ้อมวิ่ง ยังคุยกับตัวเองบ่อยๆว่า “เหยย เมื่อคืนแม่งนอนน้อยไป(5ชม) ถ้าออกไปวิ่ง เดี๋ยวเป็นลมนะเว้ย!” ก็ว่าไปนั่น.. สรุปคือแม่งขี้เกียจนั่นหละ แต่ก็คิดมานานแล้วนะ ว่า ถ้าอยากมีเวลาทำอะไรมากขึ้น นอกจากปรับปรุงการใช้เวลาในแต่ละกิจกรรมแล้ว ไอ้การนอนก็ควรจะทำได้ด้วยหรือเปล่า คือ ใช้เวลานอนให้น้อยลงหรือเท่าเดิม แต่ก็เต็มอิ่ม หรือ “การนอนที่มีประสิทธิภาพ” แบบที่เราทำกับ การเงิน การออกกำลังกาย การทำงาน ประมาณนั้น … แล้วมันทำอย่างไรล่ะ?

ตรวจสอบคุณภาพของ Code ด้วย SonarQube

โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่จะมุ่งมั่นพัฒนา Software ให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด จนบางทีก็ละเลยแบบตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ที่จะทำให้ Sorcecode ที่เขียน มีคุณภาพหรืออย่างน้อยก็ได้ตามมาตรฐานที่มันควรจะเป็น

เรื่องเหล่านี้บางคนอาจไม่ค่อยอินเท่าไร หากทำงานคนเดียว หรืองานที่เร่งด่วนมากๆ (“งานร้อน” นั่นหละ) โดยเฉพาะงานทำครั้งเดียวเสร็จ ส่ง รับเงิน แล้วก็แยกย้าย.. แต่กับอีกหลายคนที่ต้องทำงานเป็นทีม หรือมี QA , CTO, Team Lead คอยเข้ามาตรวจสอบการทำงานของ Software และ Review Code อยู่สม่ำเสมอ ก็คงต้องปวดหัวกลับมาแก้งานรายชั่วโมง จนไม่ต้องทำมาหากิน

วันนี้เลยเอาเครื่องมือว้าวๆ ตัวหนึ่งชื่อ SonarQube มาให้ลอง มันเป็นตัวที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพของ Source Code ให้เราได้แบบอัตโนมัติ

นิยาย

เคยคิดไหมครับว่า ทำไมเราถึงเจอกัน.. ถ้าคุณอ่านบรรทัดแรกและคิดก่อน คำถามในหัวคงคือ ทำไมล่ะ แต่ถ้าคุณอ่านผ่านๆ อาจจะไม่รู้สึกอะไร หรือคงคิดว่าผมจะถามคุณทำไม ไม่บ่อยนักที่ผมจะจำความรู้สึกครั้งแรกของการพบใครบางคนได้ และก็ไม่บ่อยอีกเช่นกันที่จะผมมักนึกเสมอว่า ผมรู้จักเขาได้อย่างไร ระหว่างคำถาม รู้จักเขาได้อย่างไร กับ เลิกกันได้อย่างไร ประโยคหลังดูไม่น่าจดจำ แต่หลายคนรวมถึงผมกลับนึกง่ายกว่าประโยคแรกเป็นไหนๆ สมัยที่ผมยังเป็นเด็กชายชิตพงษ์ ผมคิดว่าการจดจำอะไรสักอย่างมันยากมากๆ แต่ก็ต้องถูกบังคับให้จำเพื่อไปสอบ แต่ก็พอจำได้กระท่อนกระแท่นพอสมควร ตัดฉากมาโต๊ะกินข้าวกลางเมืองกรุง เรื่องที่สนทนากลับเป็นเรื่องที่เราไม่คิดว่ามันจะจำได้ในสมัยเด็กชาย ผมไม่รู้หรอกนะว่านายที่ชื่อความทรงจำจะแอบซ่อนอยู่ส่วนไหนในหัวของผม แต่ผมเชื่อว่านายมีจริง เพราะนายพิสูจน์ให้ผมเห็นหลายครั้งตลอดช่วงชีวิตนี้ หลายคนบอกว่าการรู้จักนายว่ายากแล้ว แต่การจะลืมนายกลับยากกว่า ฟังแล้วผมคงได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย และหาคำตอบไม่ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงเลือกที่อยากจะให้นายมาดีเท่านั้น แต่สำหรับตอนนี้ ไม่ว่านายจะมาดีหรือไม่ดี ผมก็อยากให้นายอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ อยู่บันทึกเรื่องราวให้เป็นนิยายที่ไม่เหมือนใคร สุขๆ ทุกข์ๆ ก็ว่ากันไป เพราะผมภูมิใจกับนิยายเล่มนี้มาก — posted on 05 Apr 2011 00:03 by ifew http://ifew.exteen.com/20110405/entry

ปริศนา

ในคืนวันศุกร์ที่ผมตั้งใจกลับบ้านมาอยู่นิ่งๆ คำถามหนึ่งจากคนๆหนึ่ง ยังคงวนเวียนอยู่ตลอดเวลา เธอถามว่าวันหนึ่งผมอยู่กับตัวเองนานแค่ไหน แม้จะผ่านไป 24 ชั่วโมง แต่ผมก็ยังคงติดใจประโยคนั้นอยู่ หลังจากตอบประโยคนั้นไม่นานนัก ผมก็ทำให้เธอร้องไห้ แต่น้ำตาที่ไหลออกมา ไม่ใช่เพราะผม หรือเพื่อผม แต่เป็นเพื่อคนที่เธอรัก และเพื่อตัวเธอเอง ผมได้แต่นั่งมองเธออยู่เงียบๆ จนเราเดินออกจากร้านอาหาร เราออกจากร้านมานั่งตรงทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คน ไม่มีผู้หญิงคนใดร้องไห้ต่อหน้าผมมานานพอสมควร และไม่มีผู้หญิงคนใด ที่จู่ๆ ผมก็รู้สึกอยากเป็นแฟนด้วย ผมพยายามหาเหตุผลเพื่อตอบตนเอง มันเป็นเพียงความสงสารที่เกิดขึ้น หรือเป็นเพราะบทสนทนาตลอด 2 ชั่วโมงที่ผมเรียนรู้นิสัยเธอ แต่ก็ยังเป็นปริศนา ที่ไร้คำตอบอยู่ดี ผมพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อเล่าถึงการเที่ยวเวียดนาม แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เมื่อโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น หลังจากวางสายไม่นาน เธอถามคำถามหนึ่งที่ทำให้ผมตอบกลับค่อนข้างแรง แต่ความรู้สึกตอนนั้น ผมไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ มันกลายเป็นเรื่องของคนสองคนที่อาจจะฉาบฉวย และมันกลายเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกอยากบอกเธอ อยากขอให้เธอหยุดทุกอย่าง หยุดความเสียใจไว้แค่นี้ และอยู่กับผม เท่านั้นพอ ทุกอย่างทิ้งไว้ในความเงียบงัน เราเดินจากกันไปโดยที่ไม่มีคำตอบ เหลือเพียงคำถามและประโยคบอกเล่าที่มากมาย ผมรู้สึกตัวอีกครั้งตอน 7 โมงเช้า ทุกอย่างคงเร่งรีบเหมือนเดิม และความฝันเมื่อคืนยังคงเป็นคำถามในโลกของความจริง — posted on 23 Sep …

จำเจ

ในความจำเจของการใช้ชีวิต ผมพบว่าทำให้เราทำสิ่งนั้นได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม ลิ้มรสอาหารเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ทำให้เราสัมผัสความอร่อยมันได้ละเอียดขึ้น เขียนเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทำให้เรามีมุมมองใหม่ในเรื่องนั้น ไปที่เดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้สึกชินและปลอดภัยขึ้น พบอะไรต่างจากเดิมเสมอ ผมเป็นคนหนึ่งที่รักเรื่องราวระหว่างทาง มากกว่าการถึงจุดมุ่งหมาย บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลาและน่าเบื่อ แต่มันมีบางอย่างถูกเล่าด้วยตัวมันเอง ผ่านธรรมชาติ ผู้คน วัฒนธรรม หรือแม้การได้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จในชีวิตแล้ว เมื่อย้อนกลับมาเล่าให้คนรอบข้างฟัง ย่อมสนุกกว่าการแค่บอกว่า ฉันทำสำเร็จ — posted on 09 May 2011 22:57 by ifew http://ifew.exteen.com/20110509/entry

Exit mobile version