2012.10.06
ในคืนวันศุกร์ที่คึกคักของเมืองใหญ่
จะเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางแสวงหาความสุขต่างๆนานา
บางคนเลือกที่จะกลับบ้านพักผ่อน
บางคนก็เลือกที่จะออกไปสังสรรค์กับเพื่อน
ซึ่งวันนี้ผมเลือกแบบหลัง
ในร้านที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและอาหาร
ผมอยู่กับกลุ่มคนที่รู้จักนิสัยดีกันพอสมควร
วันนี้เหมือนวันรวมญาติครั้งใหญ่
เราเริ่มต้นด้วยบทสนทนาและอาหารที่เสริฟอย่างไม่ขาดสาย
มีการแจกซองแต่งงาน ขายขนมที่ทำเอง
กินเค็กวันเกิด และแม้กระทั่งเรื่องเครียดๆในที่ทำงาน
ปกติผมเลือกที่จะนั่งฟังและเป็นคนตอบ ถ้าหากมีใครถาม
แต่บ่อยครั้งก็เลือกที่จะอยู่ในโลกส่วนตัวกับเสียงเพลงรอบข้าง
และก็มีบางทีที่ผมตอบคำถามในวงไม่ได้ เพราะผมไม่ได้ฟังที่เขาพูดกัน
ดูเป็นนิสัยที่แย่พอสมควร ที่เราปลีกวิเวกความรู้สึกออกมาคนเดียว
แม้เป็นการกระทำที่ไม่ดีนัก แต่ผมค้นพบความสุขขณะอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย
อาจเป็นเพราะสิ่งรอบข้างที่ผมเห็น มันวุ่นวายกว่าในใจของผมก็เป็นได้
ผมกลับเลือกเสพติดโลกส่วนตัวในวงสังคมของผู้คน
ผมเลือกที่จะกั้นกำแพง แต่เป็นกำแพงกระจกด้านเดียวที่คนอื่นไม่รับรู้
แต่ผมสามารถมองออกไปได้ ตามที่ผมต้องการ
ในคืนนั้น ผมสบตามองกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่บ่อยครั้ง
เธอน่ารัก และค่อนข้างเป็นสเป็กผมเลยทีเดียว
แต่ผมก็เลือกที่จะยังอยู่ในกำแพงกระจกของผมต่อไปแบบเดิม
ผมได้ตอกย้ำกับสิ่งที่ผมค้นพบอีกเรื่องหนึ่งในตัวเอง
ผมอาจขอแค่มีคนที่ทำให้ผมมีความสุขได้อยู้ข้างๆ
ถึงไม่ต้องพูดกัน แค่นั้นผมก็มีความสุขเพียงพอแล้ว
บางทีความสุขที่ผมต้องการอาจเป็นแค่เสี้ยวเล็กๆที่เกิดในใจ
มันตอกย้ำว่า การผ่านพบแต่ไม่ผูกพันธ์ บางทีก็มีความสุขได้ แม้เพียงค่ำคืนหนึ่ง
—
posted on 06 Oct 2012 00:36 by ifew
http://ifew.exteen.com/20121006/entry
สวัสดีครับคุณความรัก
คำตอบวันนี้
วาเลนไทน์ที่รัก
ผ่านพบไม่ผูกพัน
บางที เราอาจเดินทางเพื่อหาที่ทิ้งขยะในหัวใจ
บางท่าน แต่งผิวนอกไว้แกร่งกร้าน เนื่องเพราะเนื้อในแน่นคับเกินกว่าจะมีพื้นที่ให้ผู้อื่น
บางคน เย็นชาแข็งกระด้าง เพราะรู้ดีว่า หัวใจของตนอ่อนนุ่มเกินกว่าจะเปิดเผย
บางครั้ง เราเต็มใจเป็นสะพานให้ใครบางคนก้าวข้าม
แต่ห้วงยามแห่งการเสียสละกับห้วงยามแห่งการพลัดพราก ก็มักจะเกิดขึ้นพร้อมกัน
ทั้งนี้ เพราะสะพานย่อมมิใช่ที่อยู่ถาวรของผู้ใด
คนข้างทางในชีวิตเราไม่ได้ปรากฏตัวอย่างไร้เหตุผลเสมอไป
ผู้แปลกหน้าเหล่านี้ อาจจะมาพร้อมกับข่าวสารบางอย่าง
ที่ช่วยเติมเต็มความรับรู้หรือกระตุ้นสำนึกดีๆ ที่หายไปให้กลับคืน
หากเรารู้จักอ่านความหมายของการพบกัน
ถ้าเราอยากรู้จักผู้ใดอย่างแท้จริงสักคน
จงดูเส้นทางที่เขาเลือกและวิถีปฏิบัติของเขาขณะอยู่บนเส้นทาง
แต่ไม่ควรใส่ใจดูว่า เขาไปถึงปลายทางหรือไม่
ในยามที่อ่อนแอและอยากถูกรัก ผู้คนอาจสับสนได้ระหว่างความรักที่คิดมอบให้ผู้อื่น กับความรักที่มีต่อตัวเอง ถ้าเรายอมรับว่าความรักเป็นการผจญภัยชนิดหนึ่ง บางทีการตระเตรียม อุปกรณ์บางอย่าง เพื่อช่วยลดทอนความบอบช้ำเสียหายย่อมเป็นสิ่งที่พอกระทำได้
อันดับแรก จงอย่าสับสนระหว่างการรักผู้อื่นกับการรักตนเอง ข้อหลังนี้มักแสดงออกด้วยการอยากถูกรัก ซึ่งจะติดตามมาด้วยข้อเรียกร้องนานาประการ เช่นนี้ความสั้นยาวของเส้นทางรักก็จะขึ้นอยู่กับว่าคนรักของท่านจะหมดสิ้นพลังเมื่อใด
อันดับต่อมาจงอย่าพยายามดัดแปลงคนรักของท่านให้เหมือนตัวท่าน หากจงรักษาความแตกต่างที่เชื่อมโยงเฉกเช่นเวิ้งผ้ากับผืนทะเลที่ติดแน่นอยู่ด้วยกัน เกื้อกูลและส่องสะท้อนความยิ่งใหญ่ของกันและกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
คนเราเกิดมาในโลก แท้จริงแล้วจะมีเพื่อนร่วมทางสักกี่คน ส่วนใหญ่ที่สุดก็เป็นเพียงคนข้างทางของกันและกัน
ผ่านพบ ไม่ผูกพันธ์ บางทีอาจลึกซึ้งยั่งยืนกว่าร้อยหัวใจเข้ากับทุกอย่าง ด้วยโซ่ตรวนที่มักเรียกผิดๆว่า “ความรัก”
ทั้งหมดจากหนังสือ “ผ่านพบไม่ผูกพัน” โดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

