ตะลุยยาดิง (Yading)! สวรรค์บนดินที่สูงเฉียดฟ้า ทริปนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต 🏔️✨

ยาดิง (Yading) สวรรค์บนดินที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง! แจกแพลนเที่ยวครบ จบในที่เดียว 🏔️✨

สวัสดีค่าเพื่อนๆ ชาว myifew ทุกคน! วันนี้ iFew จะพาทุกคนหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง บินลัดฟ้าไปหาความสงบและอลังการของธรรมชาติที่ “ยาดิง” (Yading Nature Reserve) มณฑลเสฉวน ประเทศจีนกันค่ะ ที่นี่เค้าได้ฉายาว่าเป็น “The Last Shangri-La” หรือสวรรค์แห่งสุดท้ายบนดินเลยนะ บอกเลยว่าของจริงสวยจนลืมหายใจ (หรืออาจจะเพราะความสูงด้วยนะ 555) ใครที่กำลังมองหาทริปท้าทายตัวเองและอยากเห็นวิวหลักล้าน ต้องไม่พลาดรีวิวนี้เลยค่า!

ทำไมต้องไปยาดิง? สวรรค์บนดินที่ใครๆ ก็ฝันถึง ☁️

ยาดิง ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดาๆ นะคะ แต่เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวน ความพิเศษของที่นี่คือ “ภูเขาหิมะศักดิ์สิทธิ์ 3 ยอด” ที่ชาวทิเบตนับถือมาก คือ ยอดเขาเซียนไน่รื่อ (Chenrezig), ยอดเขาเซี่ยโน่ตัวจี (Chanadorje) และยอดเขาหยางเหมยหยง (Jambeyang) ซึ่งตั้งตระหง่านโอบล้อมทะเลสาบสีมรกตและทุ่งหญ้าสีทอง เป็นภาพที่สวยงามเหมือนภาพวาดในนิยายเลยค่ะ

ความสวยงามของยาดิงถูกค้นพบและเผยแพร่สู่สายตาโลกโดย Joseph Rock นักพฤกษศาสตร์และนักสำรวจชาวอเมริกันผู้มีโอกาสเข้าไปสำรวจพื้นที่นี้ในช่วงปี 1928 และภาพถ่ายของเขาก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนิยายชื่อดังอย่าง “Lost Horizon” ที่กล่าวถึงดินแดนลึกลับอันแสนสงบสุขที่ชื่อว่าแชงกรีล่า (Shangri-La) นั่นเองค่ะ ดังนั้นถ้าใครอยากเห็นแชงกรีล่าของจริง ต้องมาที่นี่ให้ได้เลยนะ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปหายาดิง 🍂🌸

ถ้าถาม iFew ว่าไปช่วงไหนสวยที่สุด? คำตอบคือ ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม ค่ะ เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ป่าทั้งป่าจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่าม ตัดกับยอดเขาหิมะสีขาวและท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม สวยแบบตะโกน! แต่อย่าลืมเช็กปฏิทินจีนดีๆ นะคะ ต้องระวังช่วงวันหยุดยาวของจีน (Golden Week) ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม เป็นพิเศษ เพราะคนจะเยอะมากจนแทบไม่มีที่ยืนเลยล่ะค่ะ

อีกช่วงที่แนะนำคือ เมษายนถึงพฤษภาคม ช่วงนี้ดอกกุหลาบพันปี (Rhododendrons) จะบานสะพรั่งไปทั่วหุบเขา อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น วิวจะดูเขียวขจีสดชื่นไปอีกแบบ ใครชอบถ่ายรูปดอกไม้ต้องมาช่วงนี้เลยค่า ส่วนช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม) วิวจะขาวโพลนไปด้วยหิมะ แต่อาจจะเที่ยวลำบากหน่อยเพราะอากาศหนาวจัดและทางเดินอาจจะปิดในบางจุดนะคะ

เตรียมตัวยังไงไม่ให้ “พัง” บนความสูง 4,000 เมตร 💊

ความสูงคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดของทริปนี้เลยค่ะ เพราะเราต้องเดินบนความสูงตั้งแต่ 3,900 เมตร ไปจนถึงเกือบ 4,700 เมตร! อาการแพ้ความสูง (AMS – Acute Mountain Sickness) คือสิ่งที่เพื่อนๆ ต้องระวังที่สุด iFew มีเคล็ดลับเตรียมตัวมาฝากแบบจัดเต็มค่ะ:

  • ยานอนหลับและแอลกอฮอล์: งดเด็ดขาดนะคะในช่วง 2-3 วันแรก เพราะจะทำให้ระบบหายใจทำงานช้าลง ร่างกายจะขาดออกซิเจนมากขึ้น และเสี่ยงต่ออันตรายมากค่ะ
  • ยา Diamox หรือยา Hongjingtian: ควรปรึกษาคุณหมอก่อนเดินทางนะคะ ยาพวกนี้ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปรับตัวกับความสูงได้เร็วขึ้น แนะนำให้เริ่มกินล่วงหน้า 1-2 วันก่อนขึ้นที่สูงค่ะ
  • ออกซิเจนกระป๋อง: พกติดตัวไว้เลยค่ะ หาซื้อได้ง่ายที่เมืองรื่อว่าหรือหน้าทางเข้าอุทยาน ช่วยชีวิตได้จริงเวลาเหนื่อยหอบจนหายใจไม่ทัน
  • สโลว์ไลฟ์เข้าไว้: เดินช้าๆ ก้าวทีละนิด ไม่ต้องรีบแข่งกับใคร หายใจลึกๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ ร่างกายจะได้มีเวลาปรับตัวค่ะ

การเดินทางที่แสนยาวไกลแต่คุ้มค่า ✈️🚌

การไปยาดิงทำได้ 2 วิธีหลักๆ ค่ะ:

  1. ทางเครื่องบิน: บินลงที่สนามบินเต้าเฉิงยาดิง (Daocheng Yading Airport – DCY) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสนามบินพลเรือนที่สูงที่สุดในโลก! วิธีนี้รวดเร็วทันใจมากจากเฉิงตูใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว แต่ข้อเสียคือร่างกายจะปรับตัวไม่ทันและเสี่ยง AMS สูงมากค่ะ
  2. ทางรถบัส/รถเช่า: นั่งรถจากเฉิงตู (Chengdu) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 วัน ผ่านเส้นทางสายไหมทางใต้ (Southern Silk Road) ผ่านเมืองคังติ้ง (Kangding) และลี่ถัง (Litang) วิธีนี้จะเหนื่อยหน่อยแต่เราจะได้เห็นวิวข้างทางที่สวยสุดยอด และร่างกายจะมีเวลาค่อยๆ ปรับตัวกับความสูงไปทีละระดับค่ะ iFew ชอบวิธีนี้มากกว่านะ สนุกดีค่ะ

ที่พัก: เลือก Riwa หรือ Yading Village ดีนะ? 🏨

นี่คือคำถามยอดฮิตเลยค่ะ iFew แนะนำให้พักที่ เมืองแชงกรีล่า (Shangri-la Town) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเมืองรื่อว่า (Riwa) ค่ะ เพราะที่นี่สูงแค่ประมาณ 2,900 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่ร่างกายส่วนใหญ่รับได้สบายๆ ช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้เต็มอิ่มและลดโอกาสเกิด AMS ได้ดีกว่ามากค่ะ

ส่วนใครที่เป็นสายอึด อยากตื่นมาปุ๊บเจอวิวภูเขาปั๊บ จะพักใน หมู่บ้านยาดิง (Yading Village) ที่ความสูง 3,900 เมตร ก็ได้ค่ะ แต่นอนลำบากหน่อยนะ ออกซิเจนจะน้อยและอาจจะมีอาการปวดหัวตอนกลางคืนได้ ถ้าจะนอนที่นี่ iFew แนะนำว่าควรจะอยู่ที่รื่อว่ามาแล้วอย่างน้อย 1-2 คืน เพื่อให้ร่างกายชินก่อนนะคะ

Day 1: เส้นทางสายสั้น อุ่นเครื่องชมทะเลสาบไข่มุก 🧘‍♀️

หลังจากจ่ายค่าเข้าอุทยาน 150 หยวน และค่ารถบัส 120 หยวนแล้ว วันแรกเราไปเส้นสั้นกันก่อนค่ะ โดยนั่งรถบัสอุทยานไปลงที่วัดชงกู่ (Chonggu Monastery) วัดทิเบตเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เชิงเขาหิมะ จากนั้นเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1.5 กม. ไปยัง ทะเลสาบไข่มุก (Zhuoma La-tso หรือ Pearl Lake)

ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ใต้เงาของยอดเขาเซียนไน่รื่อ น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงาภูเขาหิมะสวยมากกก เส้นนี้ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 2-3 ชั่วโมง ทางเดินเป็นบันไดไม้เดินง่าย เหมาะกับการเป็นการอุ่นเครื่องและปรับร่างกายให้ชินกับความกดอากาศค่ะ

Day 2: เส้นทางสายยาว บทพิสูจน์ศรัทธาและความอึดสู่ยอด 4,700 เมตร! 💪

วันนี้คือของจริงค่ะ! เราต้องตื่นแต่เช้า (แนะนำให้ถึงทางเข้าอุทยานประมาณ 7 โมงเช้า) นั่งรถบัสอุทยานไปลงที่เดิม แล้วต่อรถกอล์ฟไฟฟ้า (จ่ายเพิ่ม 80 หยวน) ไปยัง ทุ่งหญ้าลั่วหลง (Luorong Pasture) จุดนี้จะเห็นยอดเขาหิมะทั้ง 3 ยอดแบบพาโนรามาเลยค่ะ

จากทุ่งหญ้าลั่วหลง เราต้องเดินเท้าขึ้นเขาต่อไปยัง ทะเลสาบน้ำนม (Milk Lake) และจุดสูงสุดคือ ทะเลสาบห้าสี (Five Color Lake) ที่ความสูง 4,700 เมตร! ทางช่วงสุดท้ายจะชันและเหนื่อยมากเพราะอากาศบางสุดๆ แต่พอไปถึงแล้วเห็นน้ำในทะเลสาบที่เป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สลับกับสีน้ำเงินเข้มท่ามกลางหุบเขาหินและหิมะ บอกเลยว่าน้ำตาจะไหลค่ะ มันสวยเกินคำบรรยายจริงๆ!

ขี่ม้า vs เดินเท้า: เลือกแบบไหนดี? 🐎

สำหรับใครที่กังวลเรื่องพละกำลัง มีบริการขี่ม้าจากทุ่งหญ้าลั่วหลงไปยังจุดพักก่อนถึงทะเลสาบน้ำนมนะคะ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 300-500 หยวน แต่มีข้อแม้เยอะหน่อยนะ:

  • ม้ามีจำกัดวันละไม่กี่สิบรอบเท่านั้น และต้องต่อคิวตั้งแต่เช้าตรู่ (ช้าหมดอดแน่นอน!)
  • จำกัดน้ำหนักคนขี่ไม่เกิน 85 กิโลกรัม เพื่อความปลอดภัยของน้องม้าค่ะ
  • ม้าส่งไม่ถึงทะเลสาบนะคะ ช่วงสุดท้ายที่ชันที่สุดเรายังต้องเดินเองอยู่ดีค่ะ

iFew ว่าเดินเองสนุกกว่าค่ะ ได้พักได้ถ่ายรูปตามใจชอบ แต่ต้องค่อยๆ ไปนะคะ

สรุปค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่ต้องเตรียม (ต่อคน) 💰

  • ค่าเข้าอุทยาน (ตั๋วมีอายุ 2 วัน): 150 CNY
  • ตั๋วรถบัสอุทยานรอบแรก: 120 CNY (รอบสองถ้าเข้าวันที่สอง ลดครึ่งราคาค่ะ)
  • ตั๋วรถกอล์ฟไฟฟ้าไปทุ่งหญ้าลั่วหลง: 80 CNY (ไป-กลับ)
  • ค่าขี่ม้า: 300 – 500 CNY (แล้วแต่ช่วง)
  • อาหารและเครื่องดื่ม: แนะนำให้พก ขนมปัง ช็อกโกแลต และน้ำดื่ม ไปเองนะคะ เพราะข้างในราคาจะสูงกว่าปกติ 2-3 เท่าเลยค่ะ

เปรียบเทียบ เส้นสั้น vs เส้นยาว เลือกแบบไหนที่ใช่เรา? 🆚

หัวข้อ เส้นทางสายสั้น (Short Route) เส้นทางสายยาว (Long Route)
ระยะทางเดินเท้า ประมาณ 3 กม. (ไป-กลับ) ประมาณ 10-12 กม. (ไป-กลับ)
ระดับความยาก ง่าย – เดินชิลล์ถ่ายรูปได้ ยาก – ต้องมีความอึดสูง
จุดหมายปลายทาง ทะเลสาบไข่มุก, วัดชงกู่ ทะเลสาบน้ำนม, ทะเลสาบห้าสี
ความคุ้มค่า เหมาะสำหรับวันแรก ปรับร่างกาย ที่สุดของยาดิง วิวระดับโลก

คำเตือนและทริคเล็กๆ จาก iFew ⚠️

1. เรื่องแดด: ยิ่งสูงรังสียูวียิ่งแรงมากค่ะ ครีมกันแดด SPF50+ แว่นกันแดด และหมวกปีกกว้างคือของต้องมี ไม่งั้นหน้าลอกผิวไหม้แสบแน่นอน

2. เรื่องเสื้อผ้า: อากาศที่ยาดิงเปลี่ยนไวมากค่ะ ในหนึ่งวันอาจเจอทั้งร้อนจัด ฝนตก และหิมะตก แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าเป็นชั้นๆ (Layering) เพื่อให้ถอดหรือใส่เพิ่มได้ง่ายค่ะ

3. เรื่องพลาสติก: อุทยานเข้มงวดเรื่องขยะมาก อย่าทิ้งขยะเรี่ยราดนะคะ เก็บใส่กระเป๋าออกมาทิ้งข้างนอกกันด้วยนะ

ยาดิงอาจจะเที่ยวยากและเหนื่อยหน่อย แต่เชื่อ iFew เถอะค่ะว่าความงามของที่นี่มัน “เหนือจริง” มากๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตควรพาตัวเองมาสัมผัสด้วยตาตัวเองให้ได้นะคะ แล้วจะรู้ว่าทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกว่าสวรรค์แห่งสุดท้ายบนดิน ถ้าใจพร้อม กายพร้อม ลุยเลยค่าาา! 🏔️🚶‍♀️✨

แหล่งข้อมูล: การท่องเที่ยวแห่งมณฑลเสฉวน และเว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยวจีน (Mafengwo, Ctrip)

#ยาดิง #Yading #เที่ยวจีน #แชงกรีล่า #เสฉวน #Sichuan #myifew #รีวิวเที่ยวจีน #NatureLovers #TravelGram


Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Exit mobile version