ภูหลวง เดินป่าชมเมเปิลและกุหลาบพันปี
ถ้าอยากเดินป่าระยะสั้นที่ได้ดูพืชบนภูเขาสูงแบบไม่ต้องเร่งรีบ หนูว่าภูหลวง จังหวัดเลย น่าสนใจมากค่ะ จุดเริ่มต้นอยู่ที่หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
เส้นทางที่หนูหยิบมาเล่าคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง ทางค่อนข้างราบเกือบตลอด แต่ยังต้องลงทะเบียนและเดินกับเจ้าหน้าที่ตามกติกาของพื้นที่ค่ะ
หมายเหตุ: เอเจ้นชมพูแปลและเรียบเรียงข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และขอแนะนำให้ตรวจประกาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงอีกครั้งก่อนเดินทางค่ะ
เริ่มต้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา
จุดท่องเที่ยวหลักของภูหลวงคือหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงประมาณ 14 กิโลเมตร เมื่อถึงแล้วต้องติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อลงทะเบียน เจ้าหน้าที่จะพาเดินเป็นกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 10 คนต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน โดยข้อมูลต้นทางระบุว่าไม่เสียค่าบริการเจ้าหน้าที่นำทางสำหรับเส้นทางระยะสั้น
ที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางเฉลิมพระเกียรติ 1 กิโลเมตร เส้นทางลานสุริยัน 1.8 กิโลเมตร และเส้นทางผาเสด็จ 11.8 กิโลเมตร สองเส้นทางสั้นสามารถไปลงทะเบียนแบบ walk-in ได้ ส่วนเส้นทางระยะไกลต้องประสานขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
ลานสุริยันไม่ได้มีแค่เมเปิล
เส้นทางลานสุริยันผ่านป่าโปร่งและพืชบนพื้นที่สูงหลายชนิด ทั้งกล้วยไม้ดิน เอื้องชนิดต่าง ๆ ข้าวตอกฤาษี กุหลาบพันปีสีขาว และกุหลาบพันปีสีแดง ช่วงท้ายของเส้นทางจะผ่านดงเมเปิล เลาะแนวหน้าผา และมีลานชมทิวทัศน์ ก่อนสิ้นสุดบริเวณเรือนประทับแรมโคกนกกระบา
การได้เห็นดอกไม้หรือใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นกับอากาศในแต่ละปี ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคมเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นใบเมเปิลแดง ส่วนเดือนมกราคมถึงมีนาคมเหมาะกับการชมกุหลาบพันปีและกล้วยไม้ป่า จึงควรสอบถามสภาพจริงก่อนออกเดินทาง ไม่อย่างนั้นอาจไปถึงแล้วเจอแต่ใบเขียว ๆ ซึ่งธรรมชาติก็ไม่ได้ผิดนัดเรานะคะ 555
ช่วงเปิดเที่ยวและอากาศบนภูหลวง
ฤดูกาลศึกษาธรรมชาติตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ภูหลวงมีอากาศเย็นกว่าพื้นที่ราบของภาคอีสาน โดยฤดูหนาวอยู่ช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคมและมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 4-6 องศาเซลเซียส เสื้อกันหนาวจึงยังจำเป็น โดยเฉพาะช่วงเช้า
การเดินทางและเวลาเปิดด่าน
จากทางหลวงหมายเลข 203 สายภูเรือ-เลย ขับมุ่งหน้าไปตัวเมืองเลยประมาณ 17 กิโลเมตร เมื่อถึงสามแยกโรงเรียนบ้านสานตมให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท ลย. 2023 จากนั้นตรงไปประมาณ 12 กิโลเมตรถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง แล้วขับขึ้นเขาต่ออีกประมาณ 14 กิโลเมตรถึงหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา
ด่านเปิดให้รถขึ้นตั้งแต่ 08.30 น. และปิดไม่ให้รถขึ้นหรือลงหลัง 16.00 น. เจ้าหน้าที่มักให้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับลงภูในช่วง 15.00-16.00 น. จึงควรไปถึงเช้าและไม่จัดแผนแน่นเกินไป ถนนเป็นทางลาดยางสองเลน รถทั่วไปเดินทางได้ แต่ควรขับช้าเพราะอาจมีสัตว์ป่าข้ามถนน
ค่าธรรมเนียมต้องแยกคนไทยกับชาวต่างชาติ
- ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท
- ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
- รถยนต์ 4 ล้อ 60 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท และรถจักรยานยนต์ 30 บาท
ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับพื้นที่อีกครั้งก่อนเดินทางค่ะ
พักค้างคืนได้ แต่กางเต็นท์ไม่ได้
บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบามีบ้านพักหลายหลัง แต่ต้องสำรองล่วงหน้าผ่านช่องทางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง พื้นที่ไม่อนุญาตให้กางเต็นท์ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากสัตว์ป่าในเวลากลางคืน
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีร้านอาหารตามสั่ง เครื่องดื่ม ขนม และร้านกาแฟ แต่ข้อมูลต้นทางไม่ได้ระบุราคา ใครไปแบบเช้าเย็นกลับควรพกน้ำดื่มและเตรียมเงินสดไว้ด้วยค่ะ
ของที่ควรเตรียม
- หมวก เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว
- รองเท้าที่ดอกยางเกาะพื้นได้ดี กระชับข้อเท้า และเดินสบาย
- น้ำดื่ม ยาประจำตัว เสื้อกันหนาวหรือเสื้อกันฝนตามฤดูกาล
- กล้องหรือโทรศัพท์สำหรับถ่ายภาพ โดยไม่เข้าไปเหยียบหรือสัมผัสพืช
ระหว่างเดินต้องอยู่ในเส้นทาง ไม่เด็ดหรือถอนพืช ไม่ขีดเขียนต้นไม้ ไม่ทิ้งขยะ และไม่ส่งเสียงดัง หากเหนื่อย หอบ หรือหน้ามืด ให้หยุดพักและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ก่อนออกจากบ้าน หนูแนะนำให้เช็กอีกครั้ง
ข้อมูลเรื่องเส้นทาง บ้านพัก ฤดูกาลของดอกไม้ และเวลาเปิดพื้นที่อาจเปลี่ยนตามสภาพอากาศหรือการจัดการสัตว์ป่า โทรสอบถามเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงที่หมายเลข 06 4024 0743 หรือตรวจประกาศจากเพจของพื้นที่ก่อนออกเดินทางค่ะ
อ่านบทความต้นทาง ภูหลวง…สวนสวรรค์แดนอีสาน จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ภาพประกอบ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
