สำหรับงานบริการ ราคาถูกที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับเราที่สุด

ที่จั่วหัวมาแบบนี้เพราะเดี๋ยวนี้คนจัดทริปเที่ยวเยอะมากๆๆๆ
และผมเห็นคอมเม้นขายทริปภูสอยดาว ที่ราคาค่อนข้างต่างกันพอสมควร เลยอยากชวนให้คิดกัน

ก่อนอื่นคงต้องเกริ่นก่อนว่า Price Model การจัดทริปเที่ยวป่า (หรือท่องเที่ยวอื่นๆ ) ผมคิดว่าหลักๆ มีแค่ 3 แบบ

  1. จัดแบบราคาทัวร์ – มีแจ้งแผนการท่องเที่ยว ราคา ให้กับคนเที่ยวชัดเจน แต่คนเที่ยวแทบไม่รู้เลยว่าต้นทุนจริงเท่าไร กำไรเขาเท่าไร แต่ข้อดีคือค่าใช้จ่ายค่อนข้างแน่นอน
  2. จัดแบบหารเฉลี่ย – แจ้งแผนการท่องเที่ยว ประเมินราคาต้นทุนโดยประมาณให้คนเที่ยวได้เห็นเลยว่าต้องจ่ายเท่าไร แต่ก็จะมีความเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์หน้างาน (เราเที่ยวกันเองกับเพื่อนก็ทำแบบนี้แหละ)
  3. จัดแบบกึ่งหารเฉลี่ย – คล้ายแบบหารเฉลี่ย แต่ต่างกันที่ ผู้จัดจะแจ้ง ขอคิดค่าดำเนินการด้วย

ทัั้งหมดนี้ เราอาจไม่ต้องรับรู้เลยว่าเขาขายทริปแบบไหน ถ้าเราพอใจที่จะจ่าย ก็จ่าย แล้วไปสนุกกัน
(แต่ที่ผมเคยเจอโกงก็มีนะ บอกว่าเพื่อนกันหารเฉลี่ย แต่ไปกดต้นทุน ลด spec ขอแบ่งรายได้กับที่พัก ทัวร์ปลายทาง พอถึงหน้างาน บอกไม่มีนั่นไม่มีนี่ให้ อยากได้จ่ายเพิ่มเอง บ้างก็เอาเงินไปหมุนก่อน หนักสุดคือไม่ทำประกันให้ด้วย ต่างกับตอนที่ตกลงชวนกันไป)

ประเด็นที่ผมชวนดูมากกว่าราคา คือ ประสบการณ์ของผู้จัดทริป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เช่น เดินป่า ปีนเขา

ผมเห็นรีวิวจากทั้งคนรอบข้างและตามโซเชี่ยลหลายครั้ง ว่าผู้นำทริปหลายคนจัดแบบทัวร์ หรือแบบกึ่งหารเฉลี่ย แต่ไม่เคยดูแลลูกทริปเลย ตั้งแต่ระหว่างเดินทาง การทำอาหาร การเอ็นเตอเทน หรือแม้แต่การให้คำแนะนำต่างๆ อย่างเช่น ทำเลกางเต็นท์ วิธีผูกเชือก อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม แนวทางการปฏิบัติตนในป่า แย่ที่สุดคือ ลูกทริปบาดเจ็บ หรือเจอต้นไม้พิษ สัตว์มีพิษ ยังไม่สามารถปฐมพยาบาลได้ ไม่มีชุด First Aid Kit ติดตัวไป หรือไม่ได้ทำประกันให้ลูกทริปด้วยซ้ำ

แม้ราคาอยู่ที่ความพอใจ แต่การได้รับบริการก็เช่นกัน อยู่ที่มาตรฐานของแต่ละคน แต่เราไม่สามารถรับรู้ได้เลย
เพราะถ้าหากเราไม่เคยเจอว่าทริปดีๆ มืออาชีพเขาทำกันอย่างไร
เราอาจเทียบไม่ได้เลยว่า สิ่งที่เราเจออยู่ มันระดับไหน

ยิ่งทริปต่างประเทศอย่างเนปาล เช่น เส้นทาง ABC (Annapurna Base Camp) ผมเห็นจัดกันตั้งแต่ 8,000 – 30,000 บาท ช่วงราคาต่างกันมาก และรายละเอียดที่ไกด์แจ้งมา ก็มีเหมือนกันทุกอย่าง เช่น มีบ้านพักทุกวัน อาหารสามมื้อ รถรับส่งสนามบิน รับส่งจากเมืองไปจุดเริ่มเดิน ฯลฯ

แต่ถ้าคุณจ่ายถูก บ้านพักคุณอาจได้นอนห้องไม้กระดานกั้น หรือห้องเก็บฟืน ไม่มีผ้าห่ม ห้องน้ำนอกบ้าน แต่ถ้าคุณจ่ายแพงหน่อย ก็จะได้ห้องไม้/หินอย่างดีป้องกันความหนาวได้ มีผ้านวม เผลอๆ มีห้องน้ำในตัวด้วย และฟรีเครื่องดื่มร้อน

ตอนผมไปเนปาลครั้งแรก ผมก็เทียบไม่ได้เช่นกัน แต่พอได้ไป 4-5 ครั้ง ได้คุยกับไกด์ คุยกับหลายๆคนจากหลายๆทัวร์ ก็ถึงตาสว่าง ยิ่งถ้าได้นอนพักบ้านเดียวกับพวกฝรั่งยุโรป คุณอาจได้เห็นลูกหาบทำหน้าที่เหมือนบริกร ถือถาดมีผ้าปู หยิบช้อนส้อมจานที่ลวกน้ำร้อนให้แขก และเสริฟอาหารให้พลังงานที่ข้างกล่องเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส

เอาหละ ผมคงบอกไม่ได้ว่าถ้าจะเลือกผู้จัด ควรไปกับใคร ทั้งไทยและเทศ
อย่าดูเพียงแค่ คุยเก่ง เขียนเก่ง ถ่ายรูปสวย ใช้อุปกรณ์ราคาแพงล่ะ เจ็บกันมาเยอะ ฮ่าๆ

ผมแนะนำได้แค่ว่า ประสบการณ์และความรู้ของผู้จัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
และของดีมักราคาไม่ถูก เพราะทุนสูง ให้ถามดีๆ ว่าทำไมแพง เมื่อเทียบกับหลายๆทัวร์ ถ้าพอใจเราก็โอเค
(เช่น บางเจ้า อาหารดีมากกก มีปลานึ่งมะนาว บานอฟฟี่ หมูกะทะให้กินบนยอดดอย)
แอบค้นดูรูปหรือรีวิวบรรยากาศทริปที่ผ่านมาของเขา จากคนที่เคยไป
ให้สอบถามลูกทริปก่อนๆของเขา ว่าได้รับบริการอย่างไร มีความลำบากไหม อาหารอร่อยไหม มีประกันไหม ฯลฯ
และอีกเรื่องที่สำคัญ กลุ่มคนที่ไปกับเขาเป็นแนวไหน เพราะลูกทัวร์มักสะท้อนคาแรกเตอร์ของคนนำทริปได้

บุญรักษา สวัสดี

Published by iFew

ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ชื่นชอบหลายเรื่องที่ไม่น่าจะไปกันได้ ทำงานไอที แต่ชอบท่องโลกกว้าง รักประวัติศาสตร์ แต่ก็สนใจเทคโนโลยี ชอบสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง และไปป้ายยาคนอื่นต่อ

Join the Conversation

1 Comment

Leave a comment

Your email address will not be published.

Exit mobile version