สรุปแนวคิด Loop Engineering จาก Andrew Ng: agentic coding loop, developer feedback loop และ external feedback loop ที่ทำให้ AI agent ช่วยสร้าง product ได้จริง
Author Archives: iFew
go above and beyond : ทำเกินหน้าที่ คุ้มหรือเจ็บ?
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครับ งานตรงหน้าไม่ใช่งานของเราแท้ๆ แต่พอเห็นแล้วรู้สึกว่าถ้าปล่อยไว้ มันน่าจะช้ากว่าเดิม เลยยื่นมือเข้าไปช่วยเอง บางครั้งมันเริ่มจากความหวังดี บางครั้งเริ่มจากความคันมือของคนทำงานสายแก้ปัญหาแบบเราๆ นี่แหละ เห็นอะไรไม่ลื่นก็อยากจัดให้มันลื่นขึ้นอีกนิด ปัญหาคือโลกการทำงานชอบเล่าเรื่องนี้แบบสวยเกินจริง เหมือนแค่ go above and beyond แล้วทุกอย่างจะดีเอง ทั้งเติบโต ได้โปรโมต ได้รับการยอมรับ แต่ในชีวิตจริง มันไม่ตรงไปตรงมาขนาดนั้นครับ บางครั้งมันคุ้มมาก บางครั้งก็พาเราไปสู่ burnout แบบงงๆ เหมือนกัน
LLM Wiki : คลังความรู้ส่วนตัว ตามแบบฉบับของ Karpathy
ช่วงนี้เห็นคนรอบตัวทำระบบ Second Brain หลายท่าน เอาไว้เก็บข้อมูลความรู้ที่ตัวเองสนใจ หรืออะไรบางอย่างที่อยากบันทึกไว้จดจำเพื่ออ่านภายหลัง แต่ในโพสต์นี้ผมขอข้ามเรื่องนี้ไปก่อน แต่ที่ผมชอบและให้ความสนใจมากๆ คือ มีการนำแนวคิด LLM Wiki ของ คุณ Andrej Karpathy มาใช้ (บิดาผู้ตั้งชื่อ Vibe Coding) ซึ่งตัวแนวคิดเองค่อนข้างเรียบง่าย แต่มีระบบระเบียบ และการนำมาพัฒนาใช้งาน ก็ง่ายไม่ต่างกัน ซึ่งช่วงนี้หากใครเคยเห็นหรือได้ยินคำว่า Knowledge Graph หรือแอพชื่อ Obsidian แล้วหละก็ เขามักเอามาทำใช้กับ LLM Wiki นี่เอง Karpathy เขาไม่ได้มอง knowledge base เป็นแค่ถังเก็บไฟล์ แล้วให้ AI LLM ไปค้นคำตอบเท่านั้น แต่เขามองมันเหมือนวิกิที่มี LLM ค่อยๆ ดูแลและบ่มเพาะให้โตและดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบทบาทของ LLM จะเปลี่ยนไปทันที จากเครื่องตอบคำถาม ไปเป็นผู้ช่วยจัดระเบียบ สรุป เชื่อมโยง และทำให้ความรู้ทั้งระบบมีความฉลาดขึ้นตามการเพิ่มข้อมูลของเราไปเรื่อยๆ
Spec-Driven Development ในยุค AI จะช่วยทีมทำงานได้เร็วขึ้น?
AI ทำให้การเขียนโค้ดเร็วขึ้นก็จริง แต่คอขวดใหม่ของทีมซอฟต์แวร์กลับย้ายไปอยู่ที่ requirement, context และความเข้าใจร่วม บทความนี้ชวนมอง Spec-Driven Development ว่าอาจเป็นภาษากลางที่ทีมเทคไทยต้องมี ถ้าอยากใช้ AI ให้คุ้มกว่าการแค่พิมพ์ไวขึ้น
๙.๖๙
เพิ่งตื่นเต้นกับการเข้าเลข 4 ได้แป๊บเดียวเอง ตอนนี้ บวกมาอีก 1 แล้วนอกจากเรื่องภาษี และเอไอแล้ว ก็คงมีอายุนี่แหละที่ปุบปับวนมาบรรจบอีกครั้ง ไวมากๆตอนนี้มีเวลาทำงาน หารายได้ เก็บเงินอีกแค่ 19 ปี เอง หลังจากนั้นจะอย่างไรต่อก็ไม่รูุ้ถ้ากลับบ้านแค่ปีละหน ก็จะเจอแม่กับญาติๆ อีกไม่ถึง 40 ครั้ง ถ้าเราอยู่ได้แค่ 80 และเขายังแข็งแรงกันดีถ้าตามมาตรฐานแมวทั่วไป ก็จะได้อยู่กับมิลินท์ อีกแค่ 10 ปีเอง ก็ต้องจากลากันแล้วส่วนหนำเลี๊ยบ ตอนนี้ก็เกินมาตรฐานหมาทั่วไปแล้ว ก็คงได้เจอกันอีกไม่กี่ครั้ง “กาลเวลา ย่อมกลืนกินสรรพสัตว์ทั้งหลาย พร้อมกันไปกับตัวมันเอง”พุทธพจน์ที่คอยเตือนใจ ว่าหลายสิ่งมา และหลายสิ่งก็ต้องจากไปจริงๆ ก็เริ่มมองเห็นความเสื่อมถอยของตัวเองและสิ่งแวดล้อมรอบข้างบางอย่างก็เริ่มรับได้ ทำใจได้ แต่หลายอย่างก็ยังดื้ออยู่ ยังอยากฝืนตามที่ใจปราถนาไม่อยากปล่อยให้ตัวเองร่วงไปตามกาลเวลา เหมือนที่เคยคุยกับตัวเองไว้หลายปีก่อนว่า“ยิ่งแก่ อยากจะยิ่งแข็งแรง..” แล้วก็เลยวิ่งเทรล เดินป่า เป็นบ้าเป็นหลังคนรอบตัวก็พยายามจะกระชากจาก comfort zone ให้กลับไปอยู่เนืองๆ“เออ.. รอแป๊บ ยังไม่หมดไฟ หมดฝัน แค่ตอนนี้มันอ้วนแล้วขี้เกียจขยับ”
