ทำ “ไอ้บ้าคนหนึ่ง” ให้กลายเป็น “จ่าฝูง”
วันนี้ที่ #TEDxBangkok เปิดคลิปให้ดูตัวนึง พูดถึงการเป็นผู้นำ ฮาอ่ะ แต่ก็โดนใจ
เป็นการพูดของนาย เดเร็ค ซิฟเวอร์ส ในงาน TED ที่เปิดคลิปขึ้นมาให้ดูตัวหนึ่ง เป็นชายคนหนึ่งลุกขึ้นเต้นอย่างบ้าบอมากๆ จากนั้นก็มีคนมาเต้นตามคนที่สอง และคนที่สาม สี่ ห้า จนเกือบหมดทุกคน
เขาบอกว่า คนที่มีบทบาทสำคัญพอๆกับผู้นำ คือ ผู้ที่ทำตามคนแรก เพราะคนๆนี้ก็ต้องใช้ความกล้าสูงพอๆกับผู้นำเหมือนกัน เพื่อเปลี่ยนผู้นำจาก “ไอ้บ้าคนหนึ่ง” ให้กลายเป็น “จ่าฝูง”
แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นแค่ “ไอ้บ้าสองคน” Continue reading “ทำ “ไอ้บ้าคนหนึ่ง” ให้กลายเป็น “จ่าฝูง””
Keep Calm and Communicate
วันนี้มีโอกาสสอนน้องใหม่คนหนึ่ง เพื่อเขียนบันทึกการประชุม
เธอจบวิศวะคอมฯ นอกจากจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่เคยเขียนบันทึกการประชุมมาก่อน ความกดดันที่ยิ่งใหญ่ คือ ต้องส่งถึงเหล่า Manager และ CEO องค์กรใหญ่ระดับ top5 ในประเทศไทย
เย็นวันนี้เลยช่วยเรียบเรียงบันทึก และร่ายยาวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ทำอย่างไรให้เป็นโปรแกรมเมอร์คุยกับคนอื่นแล้วรู้เรื่อง (จริงๆใครก็ได้ ไม่เฉพาะโปรแกรมเมอร์หรอก) Continue reading “Keep Calm and Communicate”
ถ้าคุณแน่อย่าแพ้อา!
เมื่อวานมีนัดกินข้าวกับเหล่าคนป่า
พวกเราไม่เคยเจอกันในเมืองเลย เจอกันทีไรก็ในป่าทุกที
อาธันวาตัวตั้งตัวดี อายุอานามปาไปเลขเจ็ดแล้ว แต่เห็นอย่างนี้ เดินป่า ปีนเขา ไต่เชือก เร็วกว่าคนหนุ่มๆอีกนะ
ผมว่าในช่วงสองสามปีมานี้แกเขัาป่าเยอะกว่าผมและหลายๆคนทั้งชีวิตอีกนะ
ตารางปฎิทินแก ทุกฤดูแกจะเข้าป่า ยกเว้นหน้าร้อน แกจะไปดำน้ำ!
…
สิทธิพร อมรพันธุ์ มือกีตาร์วงดิอิมพอสสิเบิ้ล เป็นเพื่อนแก หนังสือพิมพ์เพิ่งออกข่าวถึงการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย ผมก็เห็นข่าวแว๊บๆอยู่
ตอนชวนกันมากิน แกบอกว่าเพื่อนตายมีเยอะแล้ว ขอเพื่อนกินบ้างเหอะ
เวลาเพื่อนแกตายทีไร แกอยากหาอะไรกิน อยากลุกไปทำนั่นทำนี่ แกบอกว่า แก่แล้ว เดี๋ยวก็กินนั่นไม่ได้นี่ไม่ได้ เที่ยวไม่ได้
เพื่อนแกหลายคนกินซีฟู้ดไม่ได้แล้ว คอเลสเตอรอลสูง ในขณะที่เมื่อคืนแกกินกับผมจนคู่สุดท้ายอย่างเมามันประหนึ่งนัดชิงบัวขาวกับปาเกียวเลยทีเดียว
เคล็ดลับการไม่เจอโรคของแกคือ ตอนวันที่หมอใกล้นัดตรวจ แกเข้าป่าเลย กลับมาร่างกายจะสมบูรณ์ทุกอย่าง (อันนี้คอนเฟิร์ม)
ส่วนใครอยากไปเดินป่ากับแก ไปเจอได้สองที่ แกไปประจำ คือ ภูกระดึงกับดอยหลวงเชียงดาว แกบอกจะขึ้นทุกปีเท่าที่แกยังเดินไหว
ถ้าคุณแน่อย่าแพ้อา!
ลำปลายมาศ ถึง เนปาล
เจ๊กิ๊ก เจ้าของร้านข้าวขาหมูแห่งลําปลายมาศ นครบุรีรัมเปอร์
ขอเขียนถึงเจ๊ในฐานะผู้หยอดมุขตลกตลอดการเดินทาง และเป็นแรงบันดาลใจแก่น้องๆรอบข้าง คือถ้าน้องๆ เหนื่อยเมื่อใด หันหลังกลับไปก็ยังเห็นเจ๊เดินตามอยู่เสมอ และคอยเตือนใจว่าเจ๊แกยังไหวเลยนะเว้ย (แต่ขากลับเจ๊แกเทิร์นโปรฯใส่สปีดเพราะรีบกลับบ้านมาก)
เจ๊มักชอบเที่ยวตามสถานที่ศิวิไลต่างๆ ชำนิชำนาญด้านยุโรปและแถบเมดิเตอเรเนียน เจ๊ไม่เคยเดินป่าที่ไหนมาก่อน เจ๊บอกว่า การมา ABC ครั้งนี้ เป็นช่วงตกต่ำที่สุดในชีวิตของเจ๊ (นึกภาพเจ๊ทำมือทาบอก) ลำบากทั้งการกิน การเดินทาง สภาพอากาศ และความเป็นอยู่
แกเล่าให้ฟังถึงตอนจองทริป ถูกปรามาสว่าอย่างเจ๊อย่ามาเลย มาไม่ไหวหรอก เพราะแกไม่ได้ออกกำลังกายเลย
วันที่ฟังแกเล่า เป็นวันเดียวกับวันที่มีคนเล่าให้ผมฟังว่า พอแกมาถึงที่ ABC แกถึงกับร้องไห้ในห้องพัก ชีวิตนี้แกไม่คิดว่าแกจะมายืนที่จุดนี้ได้
ใช่ครับ แกทำได้! และไม่มีอุบัติเหตุ ไม่เจ็บป่วยด้วย สุดยอดไปเลย
ตอนนี้ ผมคิดว่าเจ๊สามารถไปได้ทุกป่าในเมืองไทยแล้ว และได้ข่าวว่าเจ๊อยากไปเลห์ ลาดัก ปากีสถาน ต่อด้วย
นี่แหละครับ อาการหลงป่าของจริง
ปล1. ถ้าเจ๊จะอัดภาพนี้ติดฝาร้านข้าวขาหมู ผมยินดียกให้ เผื่อเอาไว้คิดถึงกัน
ปล2. เจ๊บอกว่า ตอนขากลับ เจ๊เดินมาเห็นรถจี๊ป เจ๊ดีใจยิ่งกว่าถึง ABC อีก
Stand by Me
ปีใหม่ที่ผ่านมา หลานมันชวนไปดูโดเรม่อน “Stand by Me Doraemon”
ไอ้เราอยากดูพอดี เลยถือโอกาสเลี้ยงปลอบใจที่มันจับฉลากไม่ได้รางวัลใหญ่
ด้วยเหตุผลที่ว่า “มันถือเคล็ด” ถ้ามันห่อของขวัญให้ใคร มันต้องได้ของคนนั้น
แล้วมันก็เป็นจริงซะด้วย มันได้ของผม เพราะมันห่อให้ผม!
พลาดแท็บเลต แต่ได้ช็อกโกแลต เป็นใคร ใครก็เจ็บใจ..
โดเรม่อนภาค “Stand by Me Doraemon” แปลเป็นไทยมาว่า “โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป”
นับเป็นภาคแรกที่ทำเป็นสามมิติ เล่าถึงการพบเจอกันวันแรกของโดเรม่อนและโนบิตะ ไปจนถึงวันลาจากกัน
ผมเพิ่งมาหาข้อมูลตอนหลังว่า เขาใช้ผู้กำกับคนเดียวกับหนังญี่ปุ่นเรื่อง Always ทั้งสามภาค
ก็ไม่แปลกใจที่จะได้ยินเสียงคนดูหัวเราะ เงียบ น้ำตาคลอ และเดินออกจากโรงด้วยความรู้สึกดีๆ
ไอ้หลานผม มันบอกว่ามันง่วง จะหลับหลายรอบ
แต่ผม ก็ได้แต่ซึ้ง กลั้นน้ำตาไว้ เพราะอายมัน
เหมือนตัวเองกลับไปสู่โลกวัยเด็กอีกครั้ง
ยิ้มกับหน้าตาตัวละครบ้าๆบอๆ
และหัวเราะกับมุขบริสุทธิ์แบบไม่หยาบคาย
ไม่ได้มีอารมณ์แบบนี้มานานแล้ว..
เรื่องยังคงเป็นแบบเดิมเหมือนที่เคยอ่านในหนังสือการ์ตูน
แต่การรับรู้ และตีความด้วยประสบการณ์ใหม่ ตามอายุขัยที่มากขึ้น
ผมกลับมองว่าการ์ตูนเรื่องนี้ลึกซึ้งกว่าที่ผมเคยอ่านมาเยอะเลย..
…
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีใหม่ ก่อนที่ผมจะเดินทางกลับกรุงเทพ
ผมสาละวนอยู่กับกระเป๋า ของฝาก ต้นไม้ แล้วก็หมา
อาม่าทักผมขึ้นมาว่า ให้หาข้าวกินและใส่เสื้อแขนยาวไปด้วย เพราะมันหนาว
ซึ่งวันนี้ยังอยู่ในระดับที่ผมทนได้ ผมเลยไม่ได้ใส่ แล้วรีบไปกินข้าว
จวนจะถึงเวลาเดินทาง แม่เดินมารับไหว้ และกอดผม
อาม่านั่งมองแบบยิ้มๆ รอให้ผมไปไหว้ลาต่อเป็นคนสุดท้าย
ผมไหว้อาม่าบนมือของเขา พร้อมบอกสวัสดีปีใหม่
อวยพรให้เขาหายป่วยไวๆ และมีสุขภาพแข็งแรง
ครั้งนี้ ผมไม่ได้ลุกเดินจากไป
แต่โอบมือไปกอดเขา
เขากอดผมกลับ..
ผมจำไม่ได้ว่าอาม่าพูดอะไร
แต่ประมาณว่าอวยพรให้เดินทางปลอดภัย
แล้วแกก็ร้องไห้..
เราไม่ได้กอดกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่ผมเริ่มทำงาน
เราได้แต่นั่งคุยข้างๆกัน บนโต๊ะกินข้าว
จูงมือเดินบ้างเมื่อเขาขอความช่วยเหลือ
ผมไม่รู้ว่าทำไมเราถึงไม่ได้กอดกันมานานขนาดนี้
แต่วันนี้ผมอยากกอด..
ถ้าผมเริ่มกอดแกอีกครั้ง
ผมไม่รู้ว่า นับจากวันนี้ เราจะมีโอกาสกอดกันได้อีกนานแค่ไหน..
ชักเริ่มรู้ตัวและไม่อยากให้โอกาสเหล่านั้นผ่านไปเลย..
เหมือนในการ์ตูน ที่โนบิตะในโลกอนาคตบอกกับโนบิตะวัยเด็กว่า
“ใช้เวลาอยู่กับโดเรม่อนให้คุ้มค่านะ”
เพราะเมื่อถึงวันต้องจากลา เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
คงมีแค่เสียงก้องในความทรงจำของเราเท่านั้น
“นายต้องอยู่ให้ได้ นายต้องสู้นะโนบิตะ”
—
4 Jan 201 – กรุงเทพ
